การ์ทเนอร์ อิงค์คาดการณ์การใช้จ่ายของผู้บริโภคไปกับอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทค (Wearable Devices) ทั่วโลกปีนี้จะมีมูลค่ารวม 81.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.1% จาก 69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมา  โดยการทำงานระยะไกลและความใส่ใจตรวจเช็กสุขภาพที่เพิ่มขึ้นของผู้คนช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็น 2 ปัจจัยสำคัญเร่งผลักดันการเติบโตของตลาด

นายรันจิต อัตวัล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “การแนะนำมาตรการด้านสุขภาพเพื่อเฝ้าติดตามอาการโควิด-19 ด้วยตัวเอง และแนวโน้มความสนใจด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคทั่วโลกช่วงล็อกดาวน์เป็นโอกาสสำคัญของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทค โดยอุปกรณ์หูฟังและสมาร์ทวอตช์กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากผู้บริโภคใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการทำงานระยะไกล, ออกกำลังกาย, ติดตามข้อมูลสุขภาพ และอื่น ๆ”

ในปี 2563 มีการใช้จ่ายไปกับอุปกรณ์หูฟังเพิ่มขึ้น 124% หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 32.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ปีนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 39.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ดูตารางที่ 1) โดยการเติบโตอย่างมหาศาลนี้เกิดจากพนักงานที่ต้องทำงานนอกออฟฟิศอัปเกรดหูฟังเพื่อสื่อสารผ่านวิดีโอคอล และผู้บริโภคซื้อหูฟังเพื่อใช้กับสมาร์ทโฟนของตน

ตารางที่ 1 มูลค่าการใช้จ่ายอุปกรณ์สวมใส่ของผู้บริโภคทั่วโลกตามประเภทในปี 2562 ถึง 2565 (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ประเภทอุปกรณ์ 2562 2563 2564 2565
สมาร์ทวอตช์ (Smartwatch)     18,501     21,758     25,827     31,337
สายนาฬิการัดข้อมือ (Wristband)       5,101       4,987       4,906       4,477
หูฟัง (Ear-worn)     14,583     32,724     39,220     44,160
จอแสดงผลแบบสวมศีรษะ (Head-mounted display)       2,777       3,414       4,054       4,573
เสื้อผ้าอัจฉริยะ (Smart clothing)       1,333       1,411       1,529       2,160
สมาร์ทแพทช์ (Smart patches)       3,900       4,690       5,963       7,150
มูลค่ารวม     46,194      68,985     81,499     93,858

ที่มา: การ์ทเนอร์ (มกราคม 2564)

มูลค่าการใช้จ่ายของผู้ใช้สมาร์ทวอตช์ปี 2563 เพิ่มขึ้น 17.6% หรือราว 21.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการเติบโตของสมาร์ทวอทช์ส่วนหนึ่งมาจากผู้ใช้กลุ่มใหม่ ๆ ที่เข้าสู่ตลาด ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2564 เนื่องจากเทคโนโลยีการประมวลผลใหม่และการพัฒนาปรับปรุงแบตเตอรี่แบบโซลิดสเตตซึ่งช่วยเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานและชาร์จไวขึ้น

การ์ทเนอร์เพิ่มอุปกรณ์แผ่นแปะอัจฉริยะหรือสมาร์ทแพทช์ (Smart patches) เข้ามาเป็นหมวดใหม่ เนื่องจากคาดว่าจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 สมาร์ทแพทช์คือเซนเซอร์ตรวจเช็กสุขภาพที่ใช้ติดบนผิวหนังเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ, อัตราการเต้นของหัวใจ, น้ำตาลในเลือด และข้อมูลสุขภาพที่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งให้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ อีกทั้งยังใช้สำหรับการกำหนดการจ่ายยาจากระยะไกลได้อีกด้วย เช่น การให้อินซูลินแก่ผู้ป่วยเบาหวาน

“สมาร์ทแพทช์ได้รับการคิดค้นขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วแต่นำมาใช้ล่าช้า สาเหตุจากกฏระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดและการต่อต้านทั้งจากผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ในการนำมาใช้สำหรับการให้ยาอัตโนมัติ” นายอัตวัลกล่าว “อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนไปสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ (e-health) โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของผู้ใช้เกี่ยวกับการให้บริการด้านสุขภาพอัตโนมัติและเพิ่มความต้องการสมาร์ทแพทช์มากขึ้น”

นวัตกรรมการตรวจจับหรือเซนเซอร์และการย่อขนาดขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด

แรงขับเคลื่อนการเติบโตอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคมีอยู่ในอุปกรณ์หลากหลายหมวด เนื่องจากผู้ผลิตอุปกรณ์มุ่งเน้นปรับปรุงความแม่นยำของเซนเซอร์และระยะห่างของประสิทธิภาพระหว่างอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคที่ใช้ทางการแพทย์และที่ใช้ทั่วไปก็ลดลงเรื่อย ๆ

“ประสิทธิภาพของเซนเซอร์แบบฝังอยู่ในอุปกรณ์มักเป็นปัจจัยกำหนดความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยของอุปกรณ์นั้น ๆ” นายอัตวัลกล่าว “จากแนวทางการพัฒนาปรับปรุงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เซนเซอร์ที่ถูกติดตั้งในอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคสามารถอ่านค่าได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดไปอีก 3-5 ปีข้างหน้า”

ความก้าวหน้าในการย่อขนาดยังเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลในตลาดอุปกรณ์สวมใส่โดยทำให้ผู้ผลิตสามารถใส่เซนเซอร์เข้าไปกับอุปกรณ์โดยผู้ใช้แทบมองไม่เห็น เช่น แหวนอัจฉริยะ (Oura Ring), อุปกรณ์ติดตามสุขภาพร่างกาย (Spire Health Tag) หรือ เวชภัณฑ์ดิจิทัลประกอบด้วยเซนเซอร์ที่บริโภคได้ (Proteus Discover) การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2567 ความสามารถในการย่อขนาดจะก้าวไปสู่จุดที่ 10% ของเทคโนโลยีสวมใส่ทุกประเภทจะไม่สร้างความรำคาญต่อผู้ใช้

ความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการย่อขนาดและการผนึกรวมจะช่วยให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้งานได้มากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อการนำมาปรับใช้ในเสื้อผ้าอัจฉริยะ (Smart garments), อุปกรณ์สวมใส่แบบพิมพ์ติด (Printed wearables), เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่กินได้ (Ingestibles), และสมาร์ทแพทช์ (Smart patches) นับจากนี้อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่แทบมองไม่เห็นเหล่านี้จะได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ที่เคยตะขิดตะขวงหรือไม่เต็มใจใช้ เช่น ผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องมีการใช้แอปพลิเคชันทางการแพทย์ในการดูแลรักษาแต่ไม่ปฏิเสธการรักษาผ่านอุปกรณ์เหล่านั้น” นายอัตวัลกล่าว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer