“โดนัลด์ ทรัมป์” สร้างความปั่นป่วนทิ้งทวน แม้จะเหลืออีกไม่กี่วันที่จะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ ‘โจ ไบเดน’ สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง 20 ม.ค.

วันนี้ฝ่ายบริหารของทรัมป์ประกาศขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทจีนอีก 9 บริษัท ประกอบไปด้วย AMEC, LKCO, Beijing Zhongguancun Development Investment Center, GOWIN Semiconductor Corp, GCAC, GTCOM และ CNAH

รวมถึง COMAC บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินเชิงพาณิชย์ของจีน และบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง “Xiaomi” ด้วย

โดยให้เหตุผลที่ว่า มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพคอมมิวนิสต์จีน

รอยเตอร์สยังระบุอีกว่า บริษัทที่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์เหล่านี้จะถูกห้ามลงทุนครั้งใหม่ในสหรัฐฯ  รวมถึงนักลงทุนสหรัฐฯ จะต้องถอนการถือครองในแต่ละบริษัทภายในวันที่ 11 พ.ย. 2564

รวมถึงก่อนหน้านี้ เริ่มต้นปีมาทรัมป์ได้เซ็นรับรองคำสั่งพิเศษให้สหรัฐฯ แบนแอปพลิเคชันของจีนอีก 8 แอปพลิเคชัน โดย 3 ใน 8 แอปพลิเคชันนั้นเป็นแอปฯ เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินทั้ง Alipay, QQ Wallet และ WeChat Pay  

ส่วนที่เหลือคือ CamScanner, SHAREit, Tencent QQ, VMate และ WPS Office

สำหรับเหตุผลในคำสั่งให้แบนในครั้งนั้น รัฐบาลทรัมป์ระบุว่า เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจของอเมริกา เนื่องจากมีการรวบรวมข้อมูลความอ่อนไหวต่าง ๆ จำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยง

อันที่จริงตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ความร้อนแรงของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ก็มีมาอย่างต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ช่วงปี 2018

ทั้งเรื่องของการขึ้นภาษีต่าง ๆ ที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 25% ภายในวันเดียวกันนั้นจีนตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน

และตอบโต้กันตลอดเรื่อยมา จนมาถึงการแบนขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทและแอปพลิเคชันจีนเพิ่มมากขึ้นในช่วงปีหลัง

ปี 2019 หลัก ๆ ทรัมป์ขึ้นบัญชีดำ หัวเว่ย และ ZTE ของจีน รวมถึงบริษัทในเครืออีก 70 แห่ง

ปี 2020 ทรัมป์ลงนามคำสั่งห้ามบุคคลหรือบริษัทอเมริกันทำธุรกิจกับไบต์แดนซ์เจ้าของ TikTok แอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดฮิต ที่คนอเมริกันใช้กว่า 30 ล้านคน

รวมถึง WeChat แอปพลิเคชันรับส่งข้อความของจีนในกลุ่มของ Tencent เพราะเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

ส่งท้ายปีเมื่อเดือน พ.ย. ทรัมป์ยังลงนามคำสั่งพิเศษ (executive order) ห้ามชาวอเมริกันลงทุนธุรกิจที่อยู่ในการควบคุมของทางการจีน

จนทำให้ “ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก” ออกมาแถลงจะถอน 3 บริษัทโทรคมนาคมของจีน China Mobile, China Unicom และ China Telecom ออกจากตลาดหุ้น

ก่อนที่จะปิดปีตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กก็กลับคำไม่ถอน 3 บริษัทโทรคมนาคมของจีนออกจากตลาดหุ้น แต่พอเปิดปีมาได้ไม่กี่วันก็กลับคำอีกครั้ง

รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนอีก ซึ่งรวมถึง SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน, CNOOC บริษัทน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของจีน

จนถึงล่าสุดการขึ้นบัญชีดำในวันนี้ ที่น่าจะส่งผลกดดันต่อเนื่องไปถึงรัฐบาลใหม่ของโจ ไบเดน ที่ต้องรอดูทิศทางว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์สงครามทางการค้าของสหรัฐฯ-จีน จะไปในทิศทางไหน และจะดุเดือดเหมือนรัฐบาลทรัมป์หรือไม่

 

defense.govReuters, Bloomberg, CNBC



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน