เมื่อ New S-Curve ขาที่สำคัญของ RS และ เฮียฮ้อ ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นปรากฏการณ์ทรานส์ฟอร์มของบริษัทที่มีต้นกำเนิดจากค่ายเพลงอย่าง RS หลากหลายกระบวนท่า เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ บนเส้นทางกลยุทธ์ New S-Curve ที่เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) วางไว้

โดยเฉพาะการรุกหนักในธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา จนรายได้โฮมช้อปปิ้งแซงหน้ากลุ่มธุรกิจอื่น ๆ จนกกลายเป็นธุรกิจขาหลักเป็นที่เรียบร้อย

แต่การเติบโตของ RS ผ่าน New S-Curve เพียงเท่านี้ไม่พอ เพราะในวันนี้ RS พาตัวเองสู่ธุรกิจ ทวงหนี้ สินเชื่อ เป็นที่เรียบร้อย ด้วยการเข้าซื้อหุ้น ในบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ในสัดส่วน 35% ของทุนจดทะเบียน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น  920 ล้านบาท

บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ที่ RS เข้าซื้อประกอบธุรกิจที่ปรึกษาด้านการเงินแก่ลูกหนี้ ให้คำแนะนำในการวางแผนแก้ไขปัญหาหนี้ในระบบบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ให้บริการในด้านการเจรจาติดตามและทวงถามหนี้ให้กับสถาบันการเงินและบริษัทในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้านและที่ดิน และบริการ ดำเนินคดีแบบครบวงจร รวมถึงงานด้านสืบทรัพย์เพื่อการบังคับคดี

ซึ่งในบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จดทะเบียนบริษัทในนาม ประชา ชัยสุวรรณ มีบริษัทย่อยในเครือ 3 บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย ถือหุ้น 100% ได้แก่

– บริหารสินทรัพย์ ซีเอฟ เอเชีย จำกัด

– บริษัท รีโซลูชั่น เวย์ จำกัด

– บริษัท คอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ (ประเทศไทย) จำกัด

และทั้ง 3 บริษัทนี้ทำหน้าเกี่ยวกับบริหารหนี้สิน-สินทรัพย์-สินเชื่อด้อยคุณภาพทั้งสิ้น

การซื้อบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ในครั้งนี้ทำการซื้อผ่านบริษัท อาร์เอสเอ็กซ์ จำกัด (RSX) หนึ่งในบริษัทลูกที่ RS ถือหุ้น 100%

 

Marketeer มองว่าเฮียฮ้อเลือกธุรกิจบริหารหนี้สิน-สินทรัพย์-สินเชื่อด้อยคุณภาพเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ควรค่ากับการเติบโตแบบ New S-Curve มาจาก

1. การมองเห็นโอกาสของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพผ่านยุทธศาสตร์ M&A

การสร้าง New S-Curve ของ RS ประกอบด้วย 4 ขาหลัก ได้แก่ Entertainmerce, Data-Driven Company, Strategic Partnership และ M&A (Mergers and Acquisitions) หรือการควบรวมกิจการ

การควบรวมกิจการผ่านการซื้อหุ้นในบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด มาจากการที่ RS มองเห็นโอกาสที่น่าสนใจในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพที่มีการเติบโตจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าไตรมาส 3 ของปี 2563 ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดมีหนี้เสียรวมกันทั้งสิ้น 513.9 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ 3.14% เติบโตจากไตรมาส 2 ของปี 2563 ที่มี NPL ในสัดส่วน 3.09% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด และเชื่อว่าถ้ารวมหนี้เสียและด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินอื่นมีมากกว่านั้นแน่นอน

2. กลุ่มบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด มีศักยภาพที่น่าสนใจ

บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด ให้บริการบริหารและปรึกษาหนี้ครบวงจรกับกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นสถาบันการเงินและลูกค้าที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ปัจจุบันมีลูกหนี้ในบัญชีมากกว่า 3 แสนราย และมีมูลค่าพอร์ตให้บริการติดตามหนี้สินกว่า 45,000 ล้านบาท

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด มีผลประกอบการจากรายได้รวมและกำไรที่รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้

2560    376.98 ล้านบาท     กำไร 84.64 ล้านบาท         

2561    394.94 ล้านบาท    กำไร 98.15 ล้านบาท

2562    368.11 ล้านบาท    กำไร 86.30 ล้านบาท

 

บริหารสินทรัพย์ ซีเอฟ เอเชีย จำกัด บริษัทที่ได้รับใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ทำธุรกิจรับโอนและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ NPL ทั้งจากกลุ่มสถาบันการเงินและที่มิใช่สถาบันการเงิน มีผลประกอบการดังนี้

2560  37.32 ล้านบาท ขาดทุน 1.20 ล้านบาท      

2561  69.22 ล้านบาท  กำไร 14.58 ล้านบาท

2562  137.27 ล้านบาท กำไร 28.72 ล้านบาท

 

บริษัท รีโซลูชั่น เวย์ จำกัด บริษัทที่ได้รับใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ รับโอนและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ NPL ทั้งจากกลุ่มสถาบันการเงิน และที่มิใช่สถาบันการเงิน และปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล มีผลประกอบการดังนี้

2560    123.26 ล้านบาท    ขาดทุน 42.25 ล้านบาท      

2561    119.00 ล้านบาท    กำไร 61.90 ล้านบาท

2562    131.21 ล้านบาท    กำไร 33.76 ล้านบาท

 

บริษัท คอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจสินเชื่อภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ปัจจุบันมีมูลค่าสินเชื่อคงเหลือประมาณ 300400 ล้านบาท รวมทั้งหมดกว่า 1,000 บัญชี มีผลประกอบการดังนี้

2561    45.64 ล้านบาท กำไร 28.37 ล้านบาท

2562      44.33 ล้านบาท  กำไร 25.95 ล้านบาท

2563      46.54 ล้านบาท   กำไร 32.80 ล้านบาท

 

3. ต่อยอดธุรกิจ

การเข้าซื้อหุ้นบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เฮียฮ้อสามารถนำฐานลูกค้าและช่องทางการขาย และสื่อที่เชฎฐ์ เอเชีย มีอยู่เพื่อสร้างความแตกต่างและต่อยอดโมเดล Entertainmerce ได้

และเฮียฮ้อคาดหวังว่า กลุ่มบริษัทเชฎฐ์มีการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคตจนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ สำหรับผลประกอบการ RS ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2563 มีรายได้รวมที่ 3,659.00 ล้านบาท

มาจาก

ธุรกิจพาณิชย์หลากช่องทาง 1,811.70 ล้านบาท

ธุรกิจสื่อ 1,340.76 ล้านบาท        

ธุรกิจเพลง 153.38 ล้านบาท       

ธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม 40.91 ล้านบาท

ธุรกิจบริการและอื่น ๆ 312.25 ล้านบาท

และเชื่อว่าในปี 2564 รายได้ของ RS จะเติบโตกว่านี้แน่นอน เพราะอย่างน้อยมีรายได้จากหนี้ด้อยคุณภาพและบริการทวงหนี้เข้ามาประกอบพอร์ตธุรกิจ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer