เพราะความรู้วิชาการไม่เพียงพอต่อการบริหารและใช้งานในชีวิตจริง

นี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ในวันนี้สามารถสร้างบุคลากรที่พร้อมด้วยทักษะการทำงาน ทักษะการใช้ชีวิต และพื้นฐานจิตใจที่ดีออกสู่สังคมต่อเนื่องถึง 4 รุ่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีการทำต่อเนื่อง ยั่งยืน และเกิดผลที่สุดอีกหนึ่งโครงการขององค์กรภาคเอกชนไทย

นอกจากบทบาทการเป็นบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ดำเนินธุรกิจด้วยระบบการบริหารจัดการองค์กรที่เรียกว่า “องค์กรคนดี” มากว่า 50 ปี อีกหนึ่งมิติที่ไลอ้อนให้ความสำคัญ คือการทำ CSR ที่จะต้องสร้างความแตกต่าง ยั่งยืน คืนสู่สังคม

หนึ่งในนั้นคือ โครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ที่ไลอ้อนร่วมกับสถาบันการศึกษาสายอาชีพ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กไทยที่มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ภายใต้โจทย์ที่ว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้บัณฑิตจบใหม่สามารถทำงานได้อย่างมีคุณค่ามีประสิทธิภาพ

“ทำไมเราไม่สร้างเด็กจบใหม่ที่ผ่านการฝึกงานมาแล้วให้เป็นบัณฑิตชำนาญการ คือจบมาแล้วมีความเชี่ยวชาญสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องมาฝึกกันใหม่ ทดลองงานกันใหม่ และอีกประเด็นสำคัญคือ ทุกโรงเรียนสอนวิชาการและความรู้ แต่ไม่เคยสอนวิชาการบริหารชีวิต ซึ่งเป็นวิชาสำคัญที่นำไปใช้ได้จริงทั้งในชีวิตและการทำงาน เป็นจุดอ่อนของการเรียนการสอนที่โรงเรียน” คุณบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ Marketeer

ไลอ้อนได้พลิกรูปแบบการเรียนการสอนจากเดิมที่มีเพียงแค่วิชาการหรือวิชาชีพทั่วไป มาเป็นการผสานระหว่างความรู้วิชาการที่เรียนได้จากในห้องเรียน ความรู้ด้านการปฏิบัติที่เรียนในสถานที่ทำงานจริงคือบริษัทไลอ้อน และความรู้ด้านการบริหารชีวิต

ทำให้นักศึกษามีทักษะชีวิตที่จำเป็นและตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งไลอ้อนได้จัดทีมพี่เลี้ยงดูแลถ่ายทอดทักษะการทำงานและการใช้ชีวิตในการทำงานให้กับนักศึกษาแบบรายบุคคล

โดยแนวทางการสอนแบ่ง 2 แนวทางหลักคือ ผู้เรียนได้เรียนรู้ทฤษฎีในห้องเรียน ควบคู่กับการเรียนรู้ภาคปฏิบัติในสถานที่ทำงานจริง และผู้เรียนได้เรียนรู้และเข้าใจการบริหารชีวิต การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ผ่านรูปแบบการเรียนการสอน 3 ส่วนหลัก อย่าง

1. วิชาพื้นฐานสามัญ อาจารย์จากวิทยาลัยเป็นผู้สอน

2. วิชาชีพ อาจารย์จากวิทยาลัยและครูฝึกจากไลอ้อนเป็นผู้สอนซึ่งในบางรายวิชาสามารถนำมาสอนที่โรงงานได้ และครูฝึกที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วเป็นผู้สอนตามหลักสูตรและสอดแทรกความรู้จากหน้างานจริงลงไปเพื่อให้นักเรียนได้เห็นภาพมากขึ้น

3. วิชาทักษะชีวิต โดยครูจิตอาสา หลักสูตรองค์กรคนดี รวมถึงกลุ่มกิจกรรมองค์กรคนดีของไลอ้อน

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว น้อง ๆ นักศึกษาที่ร่วมโครงการจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และได้ “ใบรับรองผ่านงานจากสถานประกอบการ”

“การทำงานในชีวิตจริงไม่มีใครใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาเพียงอย่างเดียว ถึงแม้เราจะเก่งวิชาการแต่ถ้าบริหารลูกน้อง บริหารเพื่อนร่วมงาน บริหารหัวหน้าหรือเจ้านายไม่เป็น การทำงานก็ไม่ราบรื่น กระทั่งการบริหารลูกค้า รู้จักลูกค้าไม่มากพอ ตอบโจทย์ลูกค้าไม่ได้ งานที่ทำนอกจากจะไม่สำเร็จผลแล้ว คนทำงานยังไม่มีความสุข

“เราจึงพยายามสอนให้เด็กเก่งทั้งวิชาการ วิชาชีพ ทักษะการใช้ชีวิต เน้นการปลูกคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อให้เขานำไปปรับใช้ได้ในทุกช่วงของชีวิต”

ในโครงการนี้ ไลอ้อนไม่ได้แค่เพียงสนับสนุนทุนแก่นักเรียนที่มีศักยภาพแต่ด้อยโอกาสได้เข้าถึงระบบการศึกษาที่ดีเท่านั้น แต่ยังให้สวัสดิการระหว่างเรียน ตั้งแต่ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าบำรุงการศึกษา อุปกรณ์การเรียน ชุดนักศึกษา ชุดปฏิบัติการ รถรับส่ง ค่าสาธารณูปโภค ค่าประกันอุบัติเหตุ ที่พัก และรวมถึงร่วมใช้พื้นที่สวัสดิการเช่นเดียวกับพนักงานบริษัทไลอ้อนจริงๆ

ปัจจุบันโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีได้ผลิตนักศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพที่มีคุณธรรมและปฏิบัติงานได้จริงออกมาแล้วทั้งหมด 4 รุ่น รวม 48 คน โดยนักศึกษาที่จบมาไลอ้อนไม่ผูกมัดว่าต้องทำงานที่บริษัทไลอ้อนเท่านั้น นักศึกษาสามารถเลือกบริษัททำงานได้เอง

ทั้งหมดนี้จะเห็นว่า “องค์กรคนดี” ของไลอ้อนไม่ใช่แค่สโลแกนเท่ ๆ แต่เป็นการสร้างคนทำงาน คนที่ใช้ชีวิตเป็น ไปพร้อม ๆ กับการปลูกฝังการเป็นคนดีคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ CSR ต่าง ๆ ที่ไลอ้อนนำความเชี่ยวชาญของตัวเองมาช่วยผลักดันให้เกิดขึ้น

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer