นับจากการมาของ 4G ที่เร็วปรี๊ด บวกกับผู้ผลิต Smartphone สร้างเทรนด์จอภาพใหญ่ขึ้น เรียกว่าในยุคนี้อย่างต่ำๆ หน้าจอต้องมีขนาด 4 นิ้วอัพไม่งั้นก็ยากที่ผู้บริโภคจะยอมควักเงินตัดสินใจซื้อ

การเพิ่มขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นก็เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเสพ Content ต่างๆ ในโลกออนไลน์ที่มีให้เลือกสารพัดมากมาย และหนึ่งใน Content ยอมนิยมก็คือ “ภาพยนตร์และซีรีย์”

ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดธุรกิจที่เรียกว่า ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งและดาวน์โหลดซีรีส์และหนังดัง แม้ยังไม่มีใครระบุแน่ชัดว่าภาพรวมธุรกิจนี้มีมูลค่าอยู่ที่เท่าไร ? แต่เชื่อขนมกินได้เลยว่ามูลค่าตลาดนี้สูงไม่ใช่เล่นๆ

 

โจทย์แรกคือต้องทำให้ลูกค้ายอมจ่าย

เพราะในช่วง 1 -2 ปีที่ผ่านมาได้เกิด Application ดูหนังในระบบสตรีมมากมายที่ให้ Users จ่ายค่าบริการรายเดือน อาทิเช่น Hollywood HD, MONOMAXXX, Show time,iflix และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อสนามการตลาดนี้มีผู้เล่นมากหน้าหลายตาตบเท้าเข้ามา นั้นย่อมหมายถึงต้องแข่งขันแย่งชิง User ในโลกออนไลน์กันอย่างอุตลุด ขณะเดียวกันก็ต้องหากลวิธีไม่ให้ User ลูกค้าเก่าหน้าเดิม เปลี่ยนไปใช้บริการที่อื่น

“ต้องยอมรับว่าความยากของ ไอฟลิกซ์ คือจะทำยังไงให้ User ยอมจ่ายค่าบริการรายเดือนเพื่อชม Content แน่นอนเราก็ต้องทำระบบการใช้งานให้ดีกว่ากลุ่มเว็บไซต์ดูหนังฟรี รวมไปถึงคู่แข่ง Application เจ้าอื่นๆ เพื่อเป็นการยกระดับการรับชมให้เหนือชั้นกว่าไปอีกขึ้น”

“เพราะฉะนั้นทั้งภาพและเสียงต้องไม่กระตุกสามารถโอนถ่ายไฟล์เก็บไว้ดูได้ในหลายๆ Device คุณภาพซับไทยต้องดี พร้อมกับ Educate ว่ากลุ่มเว็บไซต์ดูฟรีนั้นอาจทำให้ Smartphone หรือ คอมพิวเตอร์ คุณติดไวรัสได้” อาทิมา สุรพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงอาวุธทางการตลาดของ “ไอฟลิกซ์” ดูหนังจ่ายรายเดือนที่ต้องติดตั้ง ไว้ใช้เพื่อดึงดูดให้ User ยอมจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ

 

ราคาต้องถูกเวอร์ แต่ต้องอัดแน่นคุณภาพ

นอกจากคุณภาพหนังต้องมีความคมชัดระดับ Full HD และไม่กระตุกเวลารับชม Application เหล่านี้ยังต้องมีอีกหนึ่งไม้ตายการตลาด นั้นคือ อัตราค่าบริการายเดือนในราคาถูกแสนถูก โดยส่วนใหญ่เลือกที่ราคาเริ่มต้น 100 บาทแต่ไม่เกิน 200 บาท เป้าหมายก็เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้มาอยู่ในมือตัวเองให้มากที่สุด

โดย “ไอฟลิกซ์” เองก็เลือกที่จะนำเสนอค่าบริการที่ถูกกว่าคู่แข่งนั้นคือ 100 บาท/เดือน พร้อมกับมีโปรโมชั่นให้ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน

“เราเลือกที่จะกำไรต่อหัวน้อยเน้นไปสู่เส้นทาง Mass เต็มตัวเพราะต้องการ volume จำนวนลูกค้าเยอะ และเชื่อไหมตลาดนี้กลุ่ม User มี Price Sensitive สูงมาก คือถ้าเราเพิ่มค่าบริการขึ้น 50 บาทลูกค้าจะหายไปเยอะ”

ปัจจุบัน “ไอฟลิกซ์” เปิดบริการในไทยมา 1 ปีเต็มมีลูกค้าที่เคยใช้บริการ 1 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเข้าๆ ออกๆ ในการเข้าระบบสมาชิก อาทิเช่น คือช่วงเวลาไหนมีซีรีย์ดังๆ ที่ตัวเองชื่นชอบก็จะเลือกสมัครสมาชิก แต่เมื่อจบแล้วก็ยกเลิกใช้บริการ ตลอดจนช่วงไหนรู้ว่าตัวเองไม่มีเวลาชมภาพยนตร์ก็จะยกเลิกการเป็นสมาชิกเช่นกัน

เป็นการบ้านทางธุรกิจข้อใหญ่ที่จะทำอย่างไร ที่นอกจากจะต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกแล้วนั้น ยังต้องสร้างความ “มั่นคง” ไม่ให้ลูกค้า “ยกเลิก” การเป็นสมาชิก

 

Celeb Online ไม้ตายใหม่ของ “ไอฟลิกซ์”

จึงเป็นที่มาของกลยุทธ์ celeb Online ผ่านฟีเจอร์ใหม่ “เพลย์ลิสต์” ด้วยการใช้เหล่าคนดังในประเทศไทยกว่า 30 คนมาแชร์เพลย์สิสต์ทั้งซีรีส์และหนังเรื่องโปรดผ่านใน Application เพื่อให้แฟนคลับได้ติดตามเป็นครั้งแรก

“ดาราและเซเลบ 30 คนที่เราเลือกมามีผู้ติดตามทุกคนรวมกันคือ 12 ล้านคนที่กด Follow ในโลก Social เป้าหมายก็เพื่อให้ User Connect กับดาราและคนดังที่เขาชื่นชอบ และเมื่อรู้ว่าดาราคนโปรดเคยดูหนังเรื่องนี้แล้วชอบ ก็จะเกิดการดูตามกันอย่างวงกว้าง”

“เพราะสิ่งหนึ่งที่เราอยากแก้ไขตอนนี้คือ ไอฟลิกซ์ มี Content มากกว่า 2,000 เรื่องแต่สมาชิกเลือกจะดูแต่ซีรีย์ และภาพยนตร์ที่อยู่ในหน้าแรกๆ ของ Application ประเด็นคือเราลงทุนซื้อ Content มากมายก็อยากที่จะให้ User ใช้ให้คุ้มค่า และบางคนก็จะได้ดูหนังเรื่องอื่นๆ มากกว่าแค่ซีรีย์ที่ตัวเองติดตาม ”

 

“จุดอ่อน” คือไม่มีพากย์ไทย

ส่วนการบ้านที่เป็นอีกหนึ่งโจทย์ท้าท้ายนั้นคือ “ไอฟลิกซ์” เองยังไม่มีการใส่เสียงพากย์ไทยลงในซีรียส์และภาพยนตร์ ถือเป็น “จุดอ่อน”เพราะอย่าลืมว่าคู่แข่งทั้ง Application รายอื่นๆ รวมไปถึงอีกหลายเว็บไซต์ที่เปิดให้ชมภาพยนตร์ฟรีต่างก็มีเสียงพากย์ไทย

และน่าจะเป็นเหตุผลหลัก ที่ทำให้ User ที่เป็นสมาชิกของ “ไอฟลิกซ์” จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานอายุ 20 -35 ปี ในขณะที่สัดส่วนอายุ 40 ปีขึ้นไปมีอยู่เพียง 13% เพราะคนกลุ่มนี้เลือกที่จะชมภาพยนตร์ที่เป็นเสียงภาษาไทย

“Content เรามาจาก Hollywood โดยตรง บรรยายไทยเราก็ทำเองทุกเรื่อง ซึ่งตอนนี้เราก็คิดว่าถ้าใส่เสียพากย์ไทยทุกๆ เรื่องจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร ที่นี้ก็เกิดการลังเลว่าจะเอาเงินตรงนี้ไปซื้อ Content ใหม่ๆ หรือจะเอามาลงทุนกับการใส่เสียงพากย์ไทยซึ่งอยู่ในช่วงตัดสินใจ”

อย่างที่รู้ธุรกิจ Application จ่ายรายเดือนดูแบบเหมาฟรีทุกเรื่อง รายได้หลักคือค่าบริการที่มาจากลูกค้าแต่ก็มีอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างรายได้นั้นคือการหา Partner ทางธุรกิจ ทำให้ได้เห็นกลุ่ม Application เหล่านี้ เลือกที่จะมีดีลต่างๆ มากมายกับแบรนด์สินค้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Operator, แบรนด์ Smartphone, สถาบันการเงินต่างๆ ที่จะใช้ Application นี้เป็นอาวุธทางการตลาดในการ Bundle ขายสินค้า อาทิเช่น หากซื้อ Smartphone เครื่องนี้แถมบัตรชมภาพยนตร์ออนไลน์ผ่าน Application ดังกล่าวนาน 1 ปีเต็ม

 

จะเห็นว่าทุกปฎิบัติการเคลื่อนไหวของ Application เหล่านี้ก็เพื่อดิ้นรนให้ตัวเองอยู่รอดในโลกออนไลน์ หรือบางรายอาจคิดการใหญ่กว่านั้นคือการเป็น Application ที่สามารถยืนอยู่ได้และเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่นอกจากการแข่งขันที่ต่างไม่มีใครยอมใครแล้วนั้น ยังมีคู่แข่งทางอ้อมคือกลุ่มเว็บไซต์ดูหนังฟรีไม่ต้องจ่ายสักบาทกำลังผุดขึ้นมากมายในโลกออนไลน์

หนักกว่านั้นคือ User ในโลกออนไลน์ต่างชื่นชอบและโหยหากับคำว่า “ของฟรี” หากใครคิดที่จะอยู่รอดและเติบโตต้องพกพาข้อเสนอค่าบริการราคาถูก ที่มาพร้อมบริการแบบ “จัดเต็ม”

 

สะกดรอยพฤติกรรมดูหนังผ่าน Application

“ไอฟลิกซ์” ได้ถอดรหัสพฤติกรรมของลูกค้าในการรับชมภาพยนตร์ผ่าน Application ตัวเอง โดยทีมผู้บริหารระบุว่า ข้อมูลตรงนี้ไม่น่าจะแตกต่างกับ Application รายอื่นๆ

ดูหน้าจอไหนมากกว่ากัน จอคอมพิวเตอร์ 43% Smartphone และ Tablet 57%
ใช้ระบบไหนบน Smartphone Android 67% IOS 33%
ชาย หรือ หญิง มากกว่ากัน ชาย 53% หญิง 47%
ช่วงอายุที่ชอบดูหนังออนไลน์ 18 -37 ปี คิดเป็น 68% 35 ปีขึ้นไป 32%
คนไทยชอบดูอะไร 1. 2.ตลก 3.ซีรีส์เกาหลี
แล้วเขาดูกันช่วงเวลาไหนมากที่สุด 21.00-00.00

 

3 Segment โรงหนังออนไลน์

ต้องบอกว่าเวลานี้การรับชมภาพยนตร์และ Content ต่างๆ ในโลกออนไลน์กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะหากอยากรับชมอะไรเพียงแค่ Search ค้นหาใน Google หรือจะผ่าน Application ต่างๆ และจากข้อมูลของผู้บริหาร “ไอฟลิกซ์” ระบุว่าช่องทางการดูหนังในโลกออนไลน์แบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ

เว็บไซด์ดูหนังฟรี มีรายได้หลักจากการขายโฆษณาออนไลน์ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่รู้จักกันดีคือ Youtube
Application ที่ขายหนังต่อเรื่อง จะขายหนังใหม่ที่เพิ่งออกจากโรงภาพยนตร์ โดยขายต่อเรื่องในการรับชมซึ่งจะมีราคาแพง ตกเรื่องละ 70 -100 บาท
Application ให้ User จ่ายค่าบริการรายเดือน ดูแบบเหมาทุกเรื่อง 1 เดือนซึ่งรายได้หลักคือค่าสมาชิกกับการทำตลาดกับ Partner แบรนด์ต่างๆ ไม่มีโฆษณา