Marketing Everything/รวิศ หาญอุตสาหะ

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักหนังสือ “Marketing 5.0” ของ Philip Kotler ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการตลาดคนหนึ่ง ที่หนังสือของเขามักจะถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างอิงในงานอื่นของคนอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเนื้อหาของ Marketing 5.0 นั้นต่อยอดมาจาก Marketing 3.0 และ 4.0 แต่เล่มนี้ค่อนข้างเน้นหนักไปทาง Marketing Technologies  และวันนี้ผมจะยกส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้มาเล่า นั่นก็คือ ‘Generation Gap’ เพราะเรื่องของช่วงวัยไม่ได้มีประโยชน์ในแง่ของการตลาดเท่านั้น แต่ยังถูกแทรกซึมไปทั้งการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการเรียนรู้อีกด้วย

1. ช่วงวัย Baby Boomer

เรามาเริ่มกันที่ Generation แรกกับ Baby Boomer ซึ่งเป็นช่วงวัยที่อยู่มานานที่สุด โดยเป็นกลุ่มคนสูงวัยที่เกิดตั้งแต่ปี 1946-1964 ซึ่งช่วงเวลานี้มีอัตราการเกิดของเด็กทารกสูง โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา และด้วยความที่เป็นช่วงหลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง ฉะนั้นคนจะรู้สึกถึงความมั่นคงในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การเงิน การงาน

ยุคนี้ถูกแบ่งเป็น Early Boomer กับ Late Boomer (Generation Jones) ซึ่งทั้งสองช่วงก็จะมีการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างต่างกัน โดย Early Boomer จะมีชีวิตที่ค่อนข้างสบายกว่า Late Boomer ซึ่งเป็นยุคหลังที่อยู่ในช่วงสงครามเย็น เศรษฐกิจค่อนข้างผันผวน

อย่างไรก็ตาม Baby Boomer ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่นักการตลาดให้ความสนใจมาก เพราะมีกำลังซื้อสูง มักจะเลือกซื้อสินค้าที่เป็น Established Brand หรือแบรนด์ที่อยู่มานาน น่าเชื่อถือ และถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินค้าที่ดีจริง ๆ

2. ช่วงวัย Generation X 

คนรุ่น Generation X คือคนที่เกิดในช่วงปี 1965-1980 อยู่ตรงกลางระหว่าง Baby Boomer และ Generation Y เป็นกลุ่มคนตรงกลางที่ได้รับความสนใจจากนักการตลาดน้อยกว่าสองกลุ่มที่เหลือ

โดยทั่วไป คนกลุ่มนี้เติบโตมากับมิตรภาพของเพื่อนและความอบอุ่นของครอบครัว ซีรีส์ดัง ๆ ในยุคนี้ที่ถ่ายทอดความเป็น Gen X ออกมาได้อย่างแจ่มชัดก็น่าจะเป็นซีรีส์ Sit-Com ‘Friends’ แต่ก็ใช่ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่มีความน่าสนใจเลย เพราะหนุ่มสาว Gen X นั้นเจอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมาตั้งแต่ต้น คุ้นชินกับ Walkman ซึ่งเปลี่ยนผ่านเป็น MP3 และเห็นการเกิดขึ้นและหายไปของ DVD เรียกได้ว่าเห็นทั้งจุดสูงสุดและตกสุดของเทคโนโลยี อีกทั้งอินเทอร์เน็ตก็ได้เข้ามาอย่างจริงจังในยุคนี้ โดยปัจจุบันกลุ่มคน Gen X เป็นผู้บริหารในองค์กรเยอะและค่อนข้างมีอำนาจในตลาดแรงงาน

3. ช่วงวัย Generation Y

รุ่นที่ 3 Generation Y หรือที่คุ้นเคยกับคำว่า ยุค Millennials คือคนที่เกิดในช่วงปี 1981-1996 โดยคนกลุ่มนี้เป็นลูกของ Baby Boomer มีการศึกษาดีกว่าคนรุ่นก่อน ๆ และแม้จะเกิดมาหลังการมี Internet แต่ก็ใช้ Internet และ Social Media มาตั้งแต่เด็ก

คนรุ่นนี้เปิดเผยตัวตนบนโลกออนไลน์เยอะ ชอบเล่าเรื่องและไม่ค่อยถูกชักจูงด้วยโฆษณา ทำให้เวลาจะเลือกซื้ออะไรมักเน้นไปที่ Experimental Brand บางทีจะเลือกซื้อสินค้าอะไรก็ต้องหาข้อมูลเยอะ วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย เพราะฉะนั้น เพื่อน คนรู้จัก และ Influcener จึงค่อนข้างสำคัญในการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งคน Gen Y ไม่ต้องเน้นเรื่องงานเป็นสิ่งแรก แต่คำนึงถึงเป้าหมายชีวิตและประสบการณ์ระหว่างทางด้วย

4. ช่วงวัย Generation Z

Generation Z คือผู้ที่เกิดในช่วงปี 1997-2009 กลุ่มคน Gen นี้เกิดมาในปีของวิกฤตต้มยำกุ้ง บางคนจึงจะเห็นความยากลำบากเรื่องการเงินของครอบครัว การเลือกอาชีพอาจจะต้องคำนึงถึงความมั่นคงกว่า Gen ก่อนหน้า มนุษย์ Gen Z มาพร้อมกับอินเทอร์เน็ตที่เริ่มมีความเร็วสูง ฉะนั้นชีวิตก็จะเคยชินกับการใช้อินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูลทั้งข่าวสารหรือจับจ่ายซื้อของ

Generation Z ไม่ค่อยชอบโฆษณาเกินจริง มักจะชอบอะไรที่เรียล ๆ ชอบซื้อสินค้าที่มี Engagement สูง ๆ พวกเขายินดีจะให้ข้อมูลหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวสินค้ามากกว่าคนรุ่นอื่น ๆ และเมื่อให้ข้อมูลเยอะ ก็จะคาดหวังให้แบรนด์ต้องทำ Customized และ Personalization ให้กับพวกเขามากที่สุด อีกทั้งกลุ่มคน Gen นี้ชอบแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมหรือสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ กลุ่มคน Gen Z ค่อนข้างมาไวไปไว ฉะนั้น Product LifeCycle จะสั้นลง บวกกับมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นความท้าทายอย่างยิ่งของนักการตลาด

5. ช่วงวัย Alpha

คนรุ่น Alpha คือคนที่เกิดในช่วงปี 2010-2025 คนกลุ่มนี้เป็นลูกของ Generation Y ซึ่งความเป็นตัวตนของเขาจะถูกหล่อหลอมด้วยพ่อแม่เป็นหลัก ด้วยความทุ่มเทของคนรุ่นก่อน ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีการศึกษาดีกว่าคน Generation อื่น ๆ พวกเขาเกิดมาพร้อมกับดิจิทัล จึงคุ้นเคยกับเทคโนโลยีอย่างแยกกันไม่ออก จึงมองว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

แน่นอนว่า พวกเขาใช้เวลากับหน้าจอมากกว่าคนรุ่นอื่น ๆ มีแอคเคานต์ใน Social Media เป็นของตัวเอง แม้วันนี้กลุ่มคน Alpha จะยังเด็กและไม่มีอิทธิพลในการซื้อของมากนัก เพราะคนซื้อจริง ๆ จะเป็นคนพ่อแม่ Generation Y หรือ Z แต่กลุ่มคนพวกนี้ล้วนเชื่อมต่อกับ Social media และ Influencer มาก ๆ นักการตลาดก็ควรจะโฟกัสคนกลุ่มนี้ไว้อย่างมากทีเดียว

.

นี่คือ Generation Gap ทั้ง 5 กลุ่มที่คนทำการตลาดต้องศึกษาให้มาก เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และวางแผนการขายให้ตอบโจทย์แต่ละกลุ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแบรนด์มากที่สุด  ซึ่งในหนังสือ Marketing 5.0 ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจอีกมากมาย  อย่าลืมหามาอ่านเพื่ออัปเดตเทรนด์ที่น่าสนใจในโลกปัจจุบันกันนะครับ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน