Real Estate Real Marketing/ศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล

เดือนที่แล้วผมเขียนถึงแนวทางการทำการสื่อสารการตลาดแบบออนไลน์ โดยอธิบายเครื่องมือไปแล้ว 3 เครื่องมือ ประกอบด้วย การใช้โฮมเพจ (Home Page) การสร้างเนื้อหาให้ชวนติดตาม (Create Content) และการ Boot Post เดือนนี้ผมจะอธิบายเครื่องมือการสื่อสารการตลาดแบบออนไลน์ต่อครับ ลองมาติดตามกันว่ายังมีกี่เครื่องมือ

เครื่องมือที่ 4 คือ การสื่อสารที่ส่งตรงไปยังลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ บนฐานข้อมูลลูกค้าที่องค์กรมีอยู่ วิธีนี้เป็นเครื่องมือการสื่อสารการตลาดแบบออนไลน์ ที่นิยมใช้ตั้งแต่ยุคแรก ๆ แต่ก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ นั่นคือการส่งอีเมลไปถึงลูกค้า นอกจากอีเมลผู้ประกอบการยังสามารถสร้างเครือข่ายฐานข้อมูลลูกค้า ผ่าน Application  ทั้งที่เป็น Application ขององค์กรเอง หรือการสร้างเครือข่ายฐานข้อมูลลูกค้าผ่าน Application บนสื่อสังคมออนไลน์ที่บริษัทมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ เช่น LINE Official Account

ถึงแม้ว่าบริษัท จะมี Facebook Page  โดยมีสมาชิกในเพจอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ทุกโพสต์ของบริษัทไม่ได้ถูกส่งไปถึงสมาชิกทุกคนในเพจ สมาชิกยิ่งเยอะการส่งข้อมูลถึงสมาชิกก็ต้องซื้อบูตโพสต์ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย หรือการใช้ Line official Account  การส่งข้อมูลถึงสมาชิกใน LINE ขององค์กรก็มีค่าใช้จ่าย แต่การที่บริษัทเก็บฐานข้อมูลอีเมลของลูกค้าหรือผู้ที่เคยติดต่อกับบริษัทไว้ บริษัทสามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการส่งข่าวสาร การเปิดตัวโครงการใหม่ หรือกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ตรงไปยังลูกค้าได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง

ผู้อ่านอาจคิดว่าการยิงโฆษณาหรือกิจกรรมทางการตลาดเข้าไปยังอีเมลของลูกค้าอาจถูกสกัดจากระบบไปอยู่ในถังขยะ หรือ Spam ทำให้ส่งไปไม่ถึงลูกค้า ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการในการส่งอีเมล เพื่อไม่ให้ระบบปลายทางของลูกค้าเข้าใจว่าเป็นอีเมลขยะ รวมถึงยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการตลาดแบบอัตโนมัติ (Marketing Automation) ที่ช่วยวิเคราะห์และส่งรายงานให้เราทราบว่าลูกค้าปลายทางเปิดเมลอ่านแล้วหรือไม่ หากยังไม่สนใจเปิดอ่าน ก็สามารถใช้ระบบการตลาดแบบอัตโนมัติ ส่งอีเมลฉบับใหม่ไปยังลูกค้าโดยเสนอเงื่อนไขที่ดีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าเกิดการ Take Action เช่น คลิกลิงก์เข้ามาเพื่อลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการ

การมีฐานข้อมูลอีเมลของลูกค้าที่ลงทะเบียนไว้กับบริษัท ยังสามารถใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวในการติดตามความพึงพอใจของลูกค้าหลังเยี่ยมชมโครงการ รวมถึงส่งแบบสอบถามเพื่อขอทราบข้อมูลความต้องการของลูกค้าเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดต่อได้ แต่การทำให้ลูกค้าตอบกลับก็เป็นศิลปะและกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ และอาจต้องมีข้อเสนอที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาลงทะเบียน หรือตอบแบบสอบถาม

เครื่องมือตัวที่ 5 Live/Online Channel เครื่องมือนี้คือการที่ทางบริษัทสร้างช่องขององค์กรเอง เพื่อใช้ในการจัดรายการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสดผ่าน Application Club House  เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้าน การตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือโครงการของบริษัทกับผู้สนใจ หรือการจัดรายการผ่าน Application ที่สามารถถ่ายทอดสดพร้อมกันกับการบันทึกเก็บไว้ให้ผู้สนใจเข้ามารับชมภายหลัง เช่น YouTube หรือ Facebook Live  ด้วยอุปนิสัยของลูกค้าคนไทยที่ชอบชมและชอบฟังมากกว่าการอ่าน การสร้างช่องทางในการเล่าเรื่องผ่านคลิปวิดีโอ และคลิปเสียง เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารแบบออนไลน์ ในการให้ข้อมูลกับลูกค้า

ในช่วงที่ covid ระบาด หลายโครงการเริ่มให้พนักงานขายทำการไลฟ์สดในการพาลูกค้าเยี่ยมชมโครงการ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่พื้นที่โครงการจริง โดยพนักงานขายจะเป็นผู้พาเยี่ยมชมพร้อมกับตอบคำถามสดกับลูกค้า ในธุรกิจที่ทำการขายผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ธุรกิจรถยนต์ ระยะหลังผู้แทนจำหน่ายรถยนต์หลายรายสนับสนุนให้พนักงานขายสร้างช่องทางในการไลฟ์สด หรือทำคลิปแนะนำผลิตภัณฑ์ ให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าติดต่อสอบถามโดยตรงกับพนักงานขาย ผมคิดว่าในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์การให้พนักงานขายจัดทำคลิปวิดีโอและทำการไลฟ์สดกับลูกค้าโดยมีบริษัทเป็นผู้แนะนำให้คำปรึกษาและดูแลไม่ให้เกิดการโฆษณาเกินจริง ก็น่าจะช่วยสร้างสีสันให้กับการทำการตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ไม่แน่นะครับ เราอาจจะมีโอกาสเห็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำหน่วยที่เหลือขายจำนวนไม่มากในแต่ละโครงการออกมาทำการไลฟ์สดลดราคาขายออนไลน์แบบแม่ค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้าก็เป็นไปได้

เครื่องมือตัวที่ 6  คือการตลาดออนไลน์ผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencer) หรือการรีวิวผ่านคนหรือเพจที่มีผู้ติดตามสูง วิธีนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีทั้งผู้ประกอบการสื่อเดิม อย่างนิตยสารหรือรายการโทรทัศน์ มาพัฒนาช่องทางออนไลน์ ด้วยการรับจ้างรีวิว และจัดทำคลิปวิดีโอเพื่อนำเสนอโครงการให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงคนดัง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีช่องทางออนไลน์ของตัวเอง หลายท่านก็รับทำรีวิวโครงการ

การใช้คนดังที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นคนดังในวงการบันเทิง เช่น ดารานักแสดงหรือเน็ตไอดอล ให้มาช่วยรีวิว ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม กรณีที่บริษัทใช้นักแสดงในโฆษณาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถจ้างหรือขอความร่วมมือจากนักแสดงไปช่วยโพสต์ข้อความประชาสัมพันธ์โครงการในเพจส่วนตัว เพื่อทำให้เข้าถึงแฟนคลับของนักแสดงท่านนั้นได้อีกด้วย

ในบางโครงการ ถ้ามีผู้มีชื่อเสียงและมีฐานผู้ชมบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก เข้ามาสนใจจองซื้อโครงการ ผู้ประกอบการบางรายมีการเสนอส่วนลดพิเศษให้ โดยขอให้ลูกค้าช่วยรีวิวหรือแนะนำโครงการในฐานะที่เป็นลูกค้าเองซึ่งก็จะได้รับความน่าเชื่อถือและความสนใจมากกว่าการจ้างคนดังทั่ว ๆ ไปเข้ามารีวิวโครงการ

เครื่องมือตัวที่ 7 Create Viral (Share/Retweet)  คือการผลิตเนื้อหาที่แปลกใหม่น่าสนใจ จนผู้รับชมทำการแชร์ต่อ หรือรีทวิตต่อในทวิตเตอร์ การที่เนื้อหาถูก Share/Retweet จะช่วยขยายวงของการสื่อสารออนไลน์ จากเพจของบริษัทไปสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขวางขึ้น หากผู้ที่ทำการแชร์เนื้อหามีเพื่อนในเพจ ที่สอดคล้องกับลูกค้าเป้าหมายของบริษัทก็ยิ่งช่วยทำให้เนื้อหานั้นมีโอกาสนำมาสู่ยอด Lead หรือยอดผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนให้ข้อมูลกับบริษัท

เทคนิคที่นิยมสำหรับการสร้าง Create Viral  เช่น การทำมิวสิกวิดีโอ โดยใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียง โดยเนื้อหาของเพลง หรือการถ่ายทำมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการ เช่น ใช้พื้นที่โครงการเป็นที่ถ่ายทำ การสอดแทรกข้อมูลของโครงการเข้าไปในเนื้อหาของละครหรือภาพยนตร์ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งมีโอกาสเกิด Viral ได้ดี อสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม รีสอร์ต ที่ใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หรือละคร หลังการออกอากาศก็มีโอกาสถูกพูดถึงผ่าน Viral ในสื่อสังคมออนไลน์ได้มาก โดยฝ่ายการตลาดของโรงแรมก็อาจชี้นำให้เกิด Viral เช่น ตัดฉากในละครที่เห็นภาพโรงแรม นำเข้ามาสร้างเป็นเนื้อหาแล้วโพสต์นำในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้เกิดการแชร์ต่อ

ในการนำเนื้อหาของโครงการหรือบริษัทสอดแทรกเข้าไปในภาพยนตร์หรือละคร ผู้ประกอบการสามารถติดต่อกับผู้ผลิตภาพยนตร์หรือละครเพื่อเจรจาล่วงหน้าให้ผู้เขียนบทนำเอาจุดขายของโครงการสอดแทรกเข้าไปในบทภาพยนตร์หรือบทละครได้ ละครบางเรื่องอาจเขียนบทให้ตัวเอกของเรื่องเป็นพนักงานขาย ในโครงการของบริษัท เพื่อให้เกิดฉากการพาลูกค้าเยี่ยมชมโครงการ

การทำโฆษณาหรือหนังสั้น ในแนวซาบซึ้ง หรือตลกแบบหักมุม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้โฆษณาของโครงการเกิด Viral แต่ก็มีหลายกรณีที่ Music Video โฆษณา หรือหนังสั้นเรื่องนั้น ๆ ถูกแชร์ไปเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้นำมาสู่ยอดเยี่ยมชมโครงการหรือยอดขาย กรณีนี้ถือว่าโฆษณาดัง แต่การเชื่อมโยงกลับมายังธุรกิจกลับทำได้ไม่ดี อาจเกิดจากการที่บริษัทไม่ได้ออกแบบเครื่องมือที่จะทำให้ผู้เข้าชมเกิดความเชื่อมโยงหรือเกิดความสะดวกในการ  Click Link เข้ามารับรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ หรืออาจเกิดจากการแชร์ออกไปยังกลุ่มที่ไม่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ

ความยากของการทำการตลาดแบบ Create Viral คือยากที่จะคาดเดาว่าเนื้อหานั้นจะถูกแชร์ต่อหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และตรงกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทต้องการหรือไม่ ซึ่งการเกิด Create Viral ก็ยังไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว หลายครั้งที่นักการตลาดต้องการสร้าง Create Viral แต่กลับไม่เกิดกระแสการแชร์ต่อ ส่วนชิ้นงานที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดกระแสการบอกต่อ กลับกลายเป็นชิ้นงานที่ได้รับการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ผมหมายถึงการแชร์แบบ Organic นะครับ การสร้างให้เกิดกระแสผ่านการบูตโพสต์ที่บริษัทเสียเงินเพื่อให้เกิดการเข้าถึงคนจำนวนมากนั่นเป็นอีกกรณีหนึ่งที่กล่าวไปแล้วในเครื่องมือที่เรียกว่าบูตโพสต์

ครบแล้วนะครับ 7 เครื่องมือด้านการสื่อสารการตลาดที่น่าจะทดลองนำมาใช้ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับธุรกิจอื่นก็สามารถนำไปใช้ได้นะครับ ได้ผลอย่างไรกลับมาเล่าให้ผู้เขียนฟังบ้างก็ดีครับ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer