แปลกไหมที่ คนไทยเบื่อโฆษณาออนไลน์ แต่กลับซื้อสินค้าออนไลน์เพราะเห็นจากโฆษณาออนไลน์
จากการสำรวจ พฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 2560 พบว่ามากถึง 66.6% รู้สึกว่าโฆษณาเข้ามากวนในขณะใช้อินเทอร์เน็ตฟังเพลง, ดูคลิปวีดีโอ, หรือดูละครซีรีส์ย้อนหลังมากเกินไป แต่ในผลสำรวจเดียวกันมากถึง 55.9% กับคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์ แอปพลิเคชันขายสินค้าจากโฆษณาออนไลน์(นั่นแหละ) 54.9% ข้อมูลที่ได้จากรีวิว ความคิดเห็นของผู้ใช้สินค้า และ 47.5% เพราะส่วนลดของแถม โดย 41.9% เลือกเข้าเว็บสินค้าออนไลน์จากเว็บที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของ Search Engine
ห้างออนไลน์มูลค่าสูง
มูลค่าห้างสรรพสินค้าออนไลน์
2558 167,364.49 ล้านบาท เติบโต 1,081.32%
2559 257,663.28 ล้านบาท เติบโต 53.95%
2560 312,431.70 ล้านบาท เติบโต 21.26%
ที่มา : มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2560/ETDA, 2560

กลุ่มห้างสรรพสินค้าออนไลน์ (ไม่รวม มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และ C2C : Consumer to Consumer ) ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุด ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น และมั่นใจจะไม่ถูกหลอกจากการใช้บริการ และการขยายตัวของห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่เข้ามาลงเล่นในตลาดอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น
แม้ช็อปปิ้งออนไลน์จะมีมูลค่าสูง แต่ถ้าแยกย่อยเฉพาะการซื้อขายในรูปแบบ B2C : Business to Consumer กับพบว่า กลุ่มการจำหน่ายอาหาร อาหารแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตรและประมง กับมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดถึง 178,836.69 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 98.14% ของกลุ่มการจำหน่ายอาหาร อาหารแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตรและประมงทั้งหมด
ส่วนห้างสรรพสินค้าออนไลน์ในรูปแบบ B2C มีมูลค่าอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 175,867.80 ล้านบาท หรือ 56.29% จากมูลค่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซในกลุ่มห้างสรรพสินค้า
และเครื่องสำอาง อาหารเสริม น้ำหอม และอุปกรณ์เสริมความงาม อยู่เป็นอันดับ3 มูลค่า 146,783.78 ล้านบาท สัดส่วน 93.21% จากมูลค่ารวม
อีคอมเมิร์ซโอกาสยังมีอีกมาก
ตลาดอีคอมเมิร์ซ (B2C)
2558 509,998.39 ล้านบาท เติบโต 23.87%
2559 703,331.91 ล้านบาท เติบโต 37.91%
2560 812,612.68 ล้านบาท เติบโต 15.54%
ที่มา : มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2560/ETDA, 2560
จากการคาดการณ์คาดการณ์ของ ETDA พบกว่า มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2560 ในกลุ่ม B2Cเติบโต 15.54% ด้วยมูลค่าทั้งสิ้น 812,612.68 ล้านบาท และยังมีโอกาสการเติบโตอีกมาก
สิ่งที่ทำให้ ETDA เชื่อเช่นนั้นมาจากการสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 2560 พบว่ามีคนไทยใช้เน็ตมากถึง 40.7% ที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ แม้เป็นสัดส่วนที่สูงมาก แต่มองอีกด้านคือโอกาสที่จะเติบโตได้อีกไกล ถ้าร้านค้าออนไลน์สามารถจูงใจให้พวกเขายอมที่จะทดลองซื้อสินค้าครั้งแรกได้
ส่วน 38.4% ซื้อสินค้าออนไลน์เดือนละครั้ง 17.7% ซื้อ 2-5 ครั้งต่อเดือน และมากกว่า 5 ครั้งต่อเดือนถึง 3.2%
เมื่อเจาะลึกไปถึงเหตุผลของการไม่ซื้อของออนไลน์พบว่า
51.1% กลัวโดนหลอก
39.9% ไม่ได้สัมผัสและไม่ได้ลองสินค้าก่อนซื้อ
33.9% ไม่พบสินค้าที่ต้องการ
31.1% ชอบเดินชอปปิงมากกว่าสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์
22% ไม่ได้เจอผู้ขายโดยตรง

มองไปที่ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ของผู้ที่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาจากการสำรวจของ ETDA พบว่า
85% ง่าย/ประหยัดเวลาและการเดินทาง สั่งซื้อสินค้า
53.4% การได้รับสินค้าสะดวกและ
51.4% มีโปรโมชั่นที่ถูกใจ เช่น มีการแจก โค้ดส่วนลด มีของแถม เป็นต้น
49.7% เปรียบเทียบราคา สามารถเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีราคาถูกกว่า การซื้อจากร้านค้าที่มีหน้าร้าน รวมไปถึงเว็บไซต์ขายของออนไลน์ มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย และมีการเสนอข้อมูลสินค้าหรือบริการ เช่น รูปภาพของสินค้าชัดเจนน่าสนใจ
28.9% สินค้าที่หน่ายทางออนไลน์บางตัวเป็นสินค้าที่ไม่สามารถหาซื้อจากที่อื่นได้
รับได้ถ้าจ่ายไม่เกินพัน
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคที่ ETDA สำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 2560 จะมียอดซื้อสินค้าและบริการไม่เกิน 1,000 บาท โดย 3 อันดับแรก ที่มีการซื้อสินค้า/บริการไม่เกิน 1,000 บาท ได้แก่ เพลง, ภาพยนตร์, เกม, สติ๊กเกอร์ รองลงมาได้แก่สั่งอาหารออนไลน์ และบริการด้านบันเทิง เช่นซื้อตั๋วภาพยนตร์ คอนเสิร์ต และอื่นๆ
แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจคือในหมวดของการใช้จ่ายด้านการเงินและการลงทุนกับใช้เงินมากกว่า 10,000 บาท สูงสุดมากถึง39.6% เลยทีเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการใช้จ่ายด้านการเงินและการลงทุนส่วนใหญ่แล้วจะทำกับสถาบันการเงินซึ่งมีความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยสูง
