‘ Storytelling หรือ การเล่าเรื่อง ‘ ใช้ช่องทางไหนได้บ้าง?

‘ Storytelling หรือ การเล่าเรื่อง ‘ ใช้ช่องทางไหนได้บ้าง?

Storytelling หรือ การเล่าเรื่อง

คนส่วนใหญ่เกลียดการขาย เพราะการขายมักจะรบกวน และชักจูงให้ซื้อให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น การขายเป็นพื้นฐานของทุกธุรกิจ ธุรกิจสร้างเงิน และเงินเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต

คำถาม คือ แล้วจะขายยังไง ไม่ให้รบกวนผู้บริโภค และ ไม่ Hard Sell จนเกินไป?

Storytelling หรือ การเล่าเรื่อง จึงเข้ามามีบทบาทในการขาย เพื่อสร้างโอกาสระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และ การทำ Storytelling ที่ดี ถึงแม้ผู้บริโภคจะไม่สนใจซื้อ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็ดีขึ้นได้ด้วย

โอเค มาดูกันว่า Storytelling สามารถใช้ช่องทางไหนได้บ้าง?

 

1.Social Media

การเล่าเรื่องไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้นของแบรนด์เสมอไป คุณสามารถเริ่มเล่าจากส่วนไหนของแบรนด์ก็ได้ อาจเป็นสิ่งที่แบรนด์กำลังทำในปัจจุบัน ประสบการณ์ที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับแบรนด์

ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในไทย : เวลาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มีออเดอร์สั่งของจำนวนมาก หรือส่งของให้ลูกค้าเสร็จ พวกเขาก็จะมาอัพเดต (หรืออวด) เรื่องราวของพวกเขาให้รับรู้ หรือถ้าเท่ขึ้นมาหน่อย หากมีดารา หรือคนดังใช้สินค้า หรือมาที่ร้านของคุณ การโพสรูปง่ายๆ ในโซเชียลมีเดีย ก็เป็นการเล่าเรื่องที่ทำได้ทุกวัน และทำในมือถือเครื่องเดียวได้เลย

เพจ Mission to the moon ของรวิชญ์ หาญอุตสาหะ ก็เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แบรนด์ไม่ต้องขายของ ไม่ต้องเล่าเรื่องผ่านเว็บไซต์ ก็มีส่วนร่วมกับผู้บริโภคได้

อยากให้แบรนด์เป็นแบบไหน ก็เล่าแบบนั้น

 

2.Blog

การเล่าเรื่องใน Blog หรือเว็บไซต์ ต่างจากในโซเชียลมีเดีย ตรงที่สามารถใส่รูปภาพ ใส่วิดีโอ ใส่ลิงค์ อธิบายได้ง่ายขึ้น ส่วนใหญ่การเล่าเรื่องใน Blog จะเป็นการให้ความรู้กับผู้บริโภค และคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์

นี่คือตัวอย่าง Blog ของบริษัทชั้นนำที่จำเป็นต้องเปิดส่วน Blog ขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องของแบรนด์ให้ผู้บริโภครับรู้

 

 

3.About Us

แทบทุกเว็บไซต์ มักจะมีหน้า About us ให้คนกดเข้าป่านประวัติ ความเป็นมาของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะยาวพรืด และเต็มไปด้วยตัวอักษร แต่มีสองตัวอย่างจาก Facebook และ Under Armour ที่ใช้การเล่าเรื่องแบบ Timeline สไลด์ไปด้านข้าง ซึ่งเข้าใจได้ง่ายมาก และไม่มีวันที่คนอื่นจะเล่าเรื่องพวกเขาได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

ฉะนั้นถ้ามีเว็บไซต์ลองถามคนทำเว็บ หรือหา Plugin เหล่านี้มาลงเพื่อสร้างความน่าสนใจให้แบรนด์

 

 

4.Email Marketing

เวลามีสินค้าลดราคา หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ แบรนด์มักจะส่งอีเมล์มาผู้บริโภคตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ซึ่งถ้าทำแล้วได้ผล ก็ทำต่อได้ แต่ถ้าทำแล้วไม่เวิร์ค ถึงเวลาต้องใส่ Storytelling เข้าไป

โดยทำได้โดยการเล่าเรื่องของผู้บริโภคที่เคยใช้สินค้านี้ และสินค้านี้ช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้อย่างไร หรือถ้าแบรนด์ทราบข้อมูลเบื้องต้นของผู้บริโภค เช่น อาชีพ ก็สามารถนำเรื่องราวของคนอาชีพเดียวกันมาเล่าให้ฟังได้

 

5.Advertising

ในโฆษณาที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้คนเข้าถึง จะไม่ดีกว่าหรอที่จะขายของตรงๆ ไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา แต่ไม่ว่าจะในออนไลน์หรือออฟไลน์ ถ้าคุณขายของตรงเกินไป ทุกคนจะปิดประตูหนีคุณหมด

แต่ถ้าคุณใช้ Storytelling เข้ามาช่วย อาจจะซื้อเวลา 3-5 วินาทีแรกให้คุณได้ และจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ของคุณแล้ว ว่าดีจริงรึเปล่า

ตัวอย่างโฆษณาไทยที่ใช้ Storytelling ได้ชัด ได้แก่ “สบายดีหรือเปล่า? ของ Kbank” ที่เล่าเรื่องราวผ่านเพลง และ Insight ของคน , “ก่อกรรมทำเค็ม ของ Nautilus” ที่เอาปลาทองมาดึงความสนใจคน หรือ “400 จาก Unif” ที่เล่าเรื่องของคนผ่านการกิน และเลข 400

 

ที่มา : Entrepreneur