เทคโนโลยีด้านการศึกษาหรือ Education Technology (EdTech) ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการศึกษาในหลายประเทศทั่วโลก

สะท้อนจากข้อมูลของ Holon IQ ที่ประเมินว่า ในปี 2563 เม็ดเงินลงทุนใน Venture Capital ด้าน EdTech มีมูลค่าสูงถึง 16.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัว 1.3 เท่าจากปี 2562

โดยจำนวนสตาร์ทอัปใน EdTech ทั่วโลกที่สามารถยกระดับตัวเองเป็นยูนิคอร์นมีประมาณ 25 ราย ซึ่งกว่าครึ่งเป็นผู้พัฒนาในจีน ตามด้วยอินเดีย

นอกจากนี้ ยังพบว่า EdTech ระดับยูนิคอร์นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะอยู่ในคลัสเตอร์ด้านการพัฒนาทักษะและอาชีพ เช่น พัฒนาความสามารถ การให้คำปรึกษาด้านอาชีพ การเทรนนิ่งระดับองค์กร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้สตาร์ทอัปด้าน EdTech ของไทยยังมีจำนวนผู้เล่นเชิงพาณิชย์ที่จำกัด

และมีผู้เล่นเพียงรายเดียวที่สามารถพัฒนาจนเข้าสู่ระดับ Serie A โดยเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการการเรียนรู้ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มองค์กรที่ต้องการพัฒนาความสามารถ (Re-Skill, Up-Skill) ของพนักงาน

แต่ตลาดธุรกิจ EdTech ในไทยได้มีการขยายตัวสอดคล้องไปกับเทรนด์ในระดับสากลเช่นกัน

สะท้อนจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกอบการทั้งระดับสตาร์ทอัปและบริษัทรายใหญ่  จำนวนหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาทั้งแบบที่มีและไม่มีค่าใช้จ่าย

รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานที่เติบโตก้าวกระโดดโดยเฉพาะช่วงโควิด เช่น ผู้เรียนใน ThaiMOOC (Thailand Massive Open Online Course Platform) เพิ่มเป็นมากกว่า 8 แสนคน (กุมภาพันธ์ 2564) จากที่มีเพียง 2.66 แสนคนก่อนโควิด

นอกจากนี้ แม้โควิดคลี่คลายลง แต่ EdTech ในไทย น่าจะมีการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้น ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ทำงานและกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ช่องทางนี้เป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะ

สอดคล้องกับผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่พบว่า 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะหันมาใช้งาน EdTech และการเรียนออนไลน์มากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพนักงานประจำที่ต้องการพัฒนาความสามารถและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยหัวข้อที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ การใช้งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ความรู้ด้านธุรกิจ ความรู้ด้านภาษา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองอีกว่า แม้ตลาด EdTech เพื่อการพัฒนาทักษะและอาชีพของไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตของธุรกิจ โดยมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจ

แต่ตลาดก็ยังคงมีความท้าทายสำหรับผู้พัฒนาหลักสูตรและแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา ได้แก่

1. โอกาสในการสร้างรายได้จากกลุ่มเป้าหมายที่ยังจำกัด เนื่องจากอัตราการเปลี่ยนจากผู้ทดลองใช้งาน (Trial User) หรือผู้ใช้งานฟรี มาเป็นผู้ใช้งานที่เสียค่าใช้จ่าย (Paid User) ยังมีความไม่แน่นอนสูง

2. การแข่งขันจากคอนเทนต์และแพลตฟอร์มต่างชาติ เนื่องจากราคาค่าใช้จ่ายต่อหลักสูตรของทั้งแพลตฟอร์มในประเทศและต่างประเทศอยู่ในระดับใกล้เคียงกันที่ 1,500 – 2,000 บาท

แต่คอนเทนต์และใบประกาศของแพลตฟอร์มต่างชาตินั้นได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศอาจเผชิญความท้าทายเรื่องความสามารถในการแข่งขัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน