… ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่หนักหน่วงของธุรกิจ คอนโดมิเนียม ต้องเผชิญความท้าทายทั้งมาตรการ LTV จวบจนการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลโดยตรงกับเรื่องของการอยู่อาศัย

แต่ถือเป็นปีที่ แสนสิริ ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยกลยุทธ์การรุกตลาดแบบ Speed to Market ที่ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งกันขายหรือแข่งกันลดราคา เเละคำว่า Speed กลายเป็น DNA ของทุก Business Unit และพนักงานทุกคนในองค์กร คือการลดเวลากระบวนการทำงานแบบหาร 2 รวมถึง “ทำการบ้านอย่างหนักเพื่อศึกษาให้เข้าใจความต้องการของตลาด และเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ควบคู่กับการตอกย้ำจุดแข็งของผู้นำด้านการบริการที่ครบวงจรของการอยู่อาศัย”

จากความมุ่งมั่นที่ว่าทำให้ในปีนี้ชื่อของแบรนด์ แสนสิริ ยังคงรักษาความเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ประจำปี 2020-2021 ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ได้สำเร็จเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ กำลังเจอความท้าทาย แต่ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า (Real Demand) ยังคงมีอยู่สูง เพียงแค่สภาวะเศรษฐกิจกดดันทำให้การตัดสินใจซื้อของชิ้นใหญ่อย่าง บ้าน หรือคอนโด ต้องคิดหน้าเผื่อหลังมากขึ้น ตัดสินใจละเอียดกว่าเดิม

องอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

สะท้อนภาพให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคว่า เป้ายอดขายในส่วนของคอนโด ในปี 2021 ของแสนสิริอยู่ที่ 11,000 ล้านบาท ในขณะที่ผ่านไป 6 เดือนแรก สามารถขายได้ 5,600 ล้านบาท ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามเป้าตอกย้ำเบอร์หนึ่งของผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมในทุกเซกเมนต์ ที่พัฒนาโครงการอย่างเข้าใจทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งไม่ว่าแสนสิริจะพัฒนาโครงการใดออกมาก็จะได้รับฟีดแบ็กที่ล้นหลามจากลูกค้ามาตลอด

โดยช่วงครึ่งปีหลังจะมียอดขายเพิ่มขึ้นหลังจากการเปิดตัวโครงการที่กำลังเป็นกระแสอย่าง THE MUVE (เดอะ มูฟ) คอนโดแนวคิดใหม่แบรนด์ไฮไลท์แห่งปีกับราคาที่เข้าถึงได้เพียงล้านต้น ๆ ในทำเลศักยภาพ 3 โครงการ บนทำเล เกษตร, ราม 22 และบางนารวม ถึงโครงการ XT ห้วยขวาง ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ชีวิตชาวมิลเลนเนียลยุคใหม่ ที่ล่าสุดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ มียอดโอนล่วงหน้าแล้วกว่า 60% ของโครงการ

อะไร? ที่ทำให้ แสนสิริ
ลุยคอนโดฯ ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1.5 ล้านบาท

“กระแสของ THE MUVE ร้อนแรงตั้งแต่เปิดตัว แม้โควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกระลอก แต่เราประสบความสำเร็จ Sold Out ในทุกยูนิตที่เปิดขายของ “เดอะ มูฟ เกษตร” และ “เดอะ มูฟ ราม 22” และเตรียมพรีเซลล์ “เดอะ มูฟ บางนา” ในราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท* เร็ว ๆ นี้”

แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่ชื่อหรือความแข็งแกร่งของแบรนด์ แสนสิริ ที่ไม่มีใครอาจปฏิเสธ การทำโครงการคอนโดราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1.5 ล้านก็ไม่ใช่เพียงแค่สงครามราคา …

แต่ทุกโครงการภายใต้ชื่อ THE MUVE ยังมาพร้อมการคิดมาอย่างดี และคิดอย่างเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การสร้างคอนเซ็ปต์แบรนด์จาก Customer Insight คนรุ่นใหม่, การเลือกโลเคชั่นเด่นใจกลางย่านคอมมูนิตี้เมือง, ราคาที่เข้าถึงง่าย และการพัฒนาโปรดักส์คุณภาพ ด้วยการออกแบบฟังก์ชัน และ Facility ต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์กับผู้อาศัยและนักลงทุน

เดอะ มูฟ บางนา

“อย่างโครงการ เดอะ มูฟ บางนา กลุ่มเป้าหมายคือพนักงานคนรุ่นใหม่และอาจารย์โรงเรียนนานาชาติในย่านใกล้เคียง นอกจากจุดเด่นในเรื่องทำเลและราคา ฟังก์ชันการใช้งานในที่อยู่อาศัยและ Facilities ภายในโครงการ เช่น Co-working Space และ Tutoring Room รวมทั้งสระว่ายน้ำ ที่ผ่านกระบวนการคิดและเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และนำ Insight มาพัฒนาให้รองรับไลฟ์สไตล์ของ GEN MUVE ในโซนบางนาอย่างแท้จริง”

ในทุกโครงการของเดอะ มูฟ เป็นแบบ Fully Furnished มีครัวปิด และมาพร้อมกับตู้ Built-in ที่ตั้งอยู่ในทำเลคอมมูนิตี้เมืองที่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกด้วยขนส่งสาธารณะ เน้นห้องขนาด 1 Bedroom เหมาะอยู่อาศัย 1-2 คน มี Facilities ที่ผ่านการคิดและเลือกสรรมาเป็นอย่างดีให้ ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยในแต่ละทำเล

ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ อยู่ในทุกจังหวะในชีวิตของผู้คน 

การที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าตั้งแต่นักศึกษา กลุ่มคนรุ่นใหม่ไปจนถึงคนที่เริ่มต้นทำงานได้เป็นเหมือนบันไดที่ต่อยอดไปยังโครงการอื่น ๆ ในอนาคต คอนโดอาจตอบโจทย์พวกเขาได้ในช่วงชีวิตหนึ่ง บ้าน หรือทาวน์โฮมที่แสนสิริมีก็อาจจะตอบโจทย์ในช่วงชีวิตต่อ ๆ ไปของพวกเขาได้

“แน่นอนว่ามีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าไลฟ์สไตล์หรือหน้าที่การงาน การเงิน ของเขามั่นคงขึ้น ก็ขยับขยายจากคอนโดไปอยู่บ้าน หรือจากคอนโดหนึ่งไปอีกโครงการหนึ่งที่รู้สึกว่าตอบโจทย์ชีวิตมากกว่าก็มีไม่น้อยสำหรับคนกลุ่มนี้”

และด้วยจุดแข็งของ แสนสิริ ที่มีโครงการครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ ทุกระดับราคา ตลอดจนบริการหลังการขายที่ดูแลครอบคลุมทุกช่วงของการใช้ชีวิต ทำให้แบรนด์สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งในทุก ๆ จังหวะชีวิตของลูกค้า

รวมถึงสอดคล้องกับแนวคิดหลักขององค์กรอย่าง Made for Life…Made for Everyone’ การเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ โจทย์สำคัญอยู่ที่ทุกโครงการต้องถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัย

“เรามีโครงการลักชัวรีที่อยู่ภายใต้ Sansiri Luxury Collection อย่าง KHUN by YOO ที่เป็น Branded Residence ที่ร่วมกับ YOO studio สตูดิโอระดับโลกร่วมออกแบบโครงการ ยึดทำเลที่ดีที่สุดใจกลางทองหล่อ THE MONUMENT ที่ให้ประสบการณ์เสมือนอยู่บ้าน ทรงคุณค่าแห่งการเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น หรืออย่างโครงการอย่าง THE LINE ยึดทำเลใจกลางเมือง การคมนาคมขนส่งสะดวก เดินทางง่าย หรือ THE BASE ก็ชัดเจนว่าเป็นโครงการที่คนเข้าถึงง่าย เด่นเรื่องของการอยู่อาศัยฟังก์ชันครบครัน เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในหลากหลายรูปแบบ และ HAUS แบรนด์คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ต เหมาะแก่การพักผ่อนตั้งอยู่ใจกลางเมือง

อย่างโครงการในตระกูล XT ทั้ง 3 โครงการ ถือเป็นไลฟ์สไตล์คอนโดแรกในประเทศไทยที่สามารถแชร์พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Sharing Economy ซึ่งทำให้ชีวิตของพวกเขาสะดวกขึ้น ถัดมาคือ dcondo คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ผู้ปกครองซื้อไว้พอเรียนจบก็ปล่อยเช่าลงทุนต่อได้เลย หรือในเมืองท่องเที่ยวอย่างเมืองหัวหินที่คนไทยคุ้นเคยกันอย่างดี ก็มีโครงการ La Habana

และน้องใหม่อย่าง THE MUVE ที่เน้นเจาะนักเรียนนักศึกษาหรือว่าเป็นคนทำงานที่อยู่ในย่านใจกลางเมือง ต้องการลดเวลาเดินทาง มาพร้อมกับ Facilities ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย และพร้อมเข้าอยู่ทันที”

ภาพส่วนกลาง ของ XT ห้วยขวาง ไลฟ์สไตล์คอนโดพร้อมอยู่

นอกจากนั้น แสนสิริ ยังโฟกัสเรื่องของ Consumer Journey มาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่การวางโพสิชั่นนิ่งของแบรนด์และโครงการต่าง ๆ จนมาถึงหน้างานวันที่ลูกค้าจองเข้ามาเพื่อเยี่ยมชมโครงการ ‘แสนสิริ ถือว่าทุกคนเป็นครอบครัว’ เดียวกันแล้ว

“การ Booking หรือจองห้องแบบออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แถมยังได้ผลตอบรับล้นหลาม เพราะต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่มีสกิลสูงมากในการค้นหาข้อมูล ศึกษาอย่างละเอียดจากรีวิวที่อยู่ในออนไลน์ ประเมินข้อดีข้อเสียเสร็จสรรพก่อนตัดสินใจ คนทำรีวิวยุคนี้ก็ต้องเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่เขารีวิวมาแล้วไม่รู้กี่โครงการ หรือสำหรับคนที่อยากเห็นของจริงเราก็มีพนักงานขายที่คอยให้ความรู้ทั้งหน้างาน ไลฟ์สด หรือแบบ Virtual Tour ให้ดูบรรยากาศทุกมุมเสมือนเข้ามาเยี่ยมชมโครงการจริง”

“เรายังมีแอป อย่าง ‘SANSIRI HOME SERVICE’ ที่แสนสิริเป็นรายแรกในวงการอสังหาฯ พัฒนาแอปนี้ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน สามารถจบทุกอย่างในมือถือหรือไอแพดเครื่องเดียว บริการตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่ ติดตามความคืบหน้าโครงการ ตรวจสอบเอกสาร ค่างวดค่าผ่อน จนถึงเซอร์วิสต่าง ๆ หลังเข้าอยู่ที่สามารถเรียกใช้งานผ่านแอปทั้งหมด”

ห้องสังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยรอบโครงการของ LIV-24

อีกหนึ่งเซอร์วิสที่แสนสิริเอาจริงมาก คือเรื่อง ความปลอดภัย หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ LIV-24 กับการดูแลรักษาความปลอดภัยของลูกบ้านแสนสิริทุกโครงการที่ร่วมมือกับ PLUS Property เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยผ่านส่วนกลางที่มีทั้งกล้องวงจรปิดเหมือน War Room ที่คอยสอดส่องความเรียบร้อยในโครงการ รวมถึงระบบเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่จัดการเรื่องคนเข้าออกโครงการไปจนถึงระบบซ่อมแซม และแจ้งเตือนหากพบความผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง

Marketeer ตั้งคำถามถึง ‘พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคหลังโควิด-19 พวกเขาไม่ได้กลัวการที่จะต้องอยู่อาศัยในรูปแบบคนมากอย่างคอนโดอย่างนั้นหรือ?’

“ในมุมมองของผมการอยู่อาศัยแบบคอนโด คือคุณได้เปรียบเรื่องทำเล โดยเฉพาะคนที่ทำงานในเมือง ต้องการความคล่องตัวสูง ไม่ต้องทนเรื่องรถติด กว่าจะเข้าเมืองได้ และที่สำคัญเดี๋ยวนี้เราทุกคนปรับตัวไปกับการอยู่อาศัยแบบ New Normal จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว นอกจากนี้ ข้อดีคือยังมี Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ รวมถึงส่งเสริมด้านการทำงานหรือต่อยอดความชอบของตนเองเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมของคนรุ่นใหม่ เช่น สตูดิโอถ่ายภาพ สตูดิโอทำอาหาร เป็นต้น”

โดย แสนสิริ เองก็ไม่ได้อยู่เฉยเร่งทำทุกวิธีเพื่อให้ลูกบ้านทุกคนรู้สึกว่าเขาสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย มาตรการต่าง ๆ ที่ช่วยลด ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อจึงถูกนำมาใช้ในโครงการ ตั้งแต่เรื่องของการนำเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยมาใช้เพื่อลดการสัมผัสและการระบายอากาศ รวมถึงฆ่าเชื้อในอากาศถูกนำมาใช้ เตรียมพร้อมและปรับตัวไปพร้อม ๆ กับสถานการณ์ตลอดเวลา

… จะเห็นได้ถึงความพยายามพัฒนาทั้งในฝั่งของการสร้างแบรนด์ พัฒนาโปรดักส์ฟังก์ชัน ยึดเอาผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย และยกระดับเซอร์วิสบริการตลอดเวลา และสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้แบรนด์ แสนสิริ ครองใจผู้บริโภคได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนเสมอมา และจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดคือการมอบไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่มากกว่า เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน