หลังจากที่ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส แต่งตั้ง ดร. สร เกียรติคณารัตน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา
ในวันนี้ Marketeer ได้ร่วมพูดคุยกับดร.สร พร้อมกับสื่อมวลชนท่านอื่นผ่าน Microsoft Teams ถึงทิศทางของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ในทศวรรษที่สาม และมุมมองต่างๆ เกี่ยวกับแลนด์สเคปสารสื่อสารที่เปลี่ยนไป
ก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหาพูดคุยกับ ดร.สร
เราขอเล่าสักนิดว่า นับตั้งแต่ปี 2543 ที่ดำเนินธุรกิจ อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารรวมทั้งสิ้น 3 คน
โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนแรกได้แก่ วรรณี รัตนพล
และ มาลี กิตติพงศ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนที่สอง
ส่วน ดร.สร คือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนที่สาม ผู้เข้ามาขับเคลื่อน อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ก้าวข้ามในทศวรรษที่สามอย่างมั่นคง แม้เป็นทศวรรษที่มีความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม
ดร.สร กล่าวว่า ทิศทาง อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย จากนี้แต่ไป ไม่ต้องใหญ่ที่สุด ไม่ต้องเยอะที่สุด แต่ต้องมีคุณภาพที่สุด บนการเติบโตที่มีคุณภาพ และ สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาด
ซึ่งทิศทางนี้มาจาก ภารกิจโกลบอลและดร.สร เห็นตรงกันคือ การเปลี่ยนภาพลักษณ์ อินิชิเอทีฟ จากมีเดียเอเยนซี เป็นที่ปรึกษาลูกค้า ในฐานะเพื่อนคู่คิดให้กับลูกค้าในทุกๆ ด้าน
“การเดินไปถึงตรงนั้น การวางแผนเรื่องกลยุทธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทำอย่างไรถึงเป็นคู่คิดกับลูกค้า เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ผ่านสื่อมีเดียของอินิชิเอทีฟที่มีความเข้มแข็ง เพื่อสร้างการเติบโตให้กับลูกค้า และให้ลูกค้ารู้สึกว่าโจทย์ที่คิดไม่ออกต้องมาหาอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย”
การสร้างคุณภาพในการให้บริการกับลูกค้า ในมุมมองของประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารคนที่สามคือ ต้องมาจากคุณภาพทั้งสองส่วนได้แก่
1.คุณภาพงาน สร้างคุณภาพและทักษะ ความสามารถของทีมงาน ที่สามารถช่วยเป็นคู่คิดลูกค้า เดินข้างเคียงลูกค้าได้เป็นอย่างดี
2.คุณภาพด้านการเข้าใจลูกค้า ที่ได้หยุดเพียงการรับบรีฟมีเดีย แค่จะคุยกับลูกค้าถึงปัญหาธุรกิจ ประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เช่นเหตุการณ์ล็อกดาวน์ เพื่อให้เกิดบรีฟใหม่ๆ ตลอดเวลา และเมื่อมีสัญญาณว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอนาคต เช่นพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และจะเป็นผู้อัปเดตสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกค้าเป็นต้น
ดร.สร ขยายความต่อว่าการสร้างคุณภาพทั้ง 2 ส่วนนี้ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่มาประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส เขาได้วางแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรอย่างลงลึกใน 3 ด้านได้แก่
1.ลงลึกไปกับทีมงานเพื่อแก้ปัญหา และให้มุมมองให้กับทีมงาน และทำให้ปัญหาที่ติดขัดผ่านไปด้วยดี
2.ไม่ได้เป็นแค่ Management Relationship กับลูกค้า แต่จะเป็นคู่คิด นั่งคุยกับลูกค้าถึงปัญหาและร่วมวางแผนแก้ไขปัญหาต่างๆ
3.Relationship กับ Media Partner ไม่ได้เพียงแค่พาร์ทเนอร์ในการซื้อขาย แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่จับมือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดร่วมกัน เพื่อก้าวไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง ซึ่งในส่วนนี้ดร.สร มองว่ามีความสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง
ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ดร.สร มองว่าสิ่งที่ลูกค้ามีความกังวลมากที่สุด คือความกังวลในทุกๆ ด้าน ที่ไม่เฉพาะความกังวลด้านธุรกิจ แต่ยังมีความกังวลในด้านพาร์ทเนอร์ ทีมงานและอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจด้วย
และในลูกค้าบาง Category ยังมีความกังวลด้านยอดจำหน่ายที่หายไปกับแพร่ระบาด
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของเอเยนซี่ในปีนี้ที่ต้องก้าวผ่านไป
“สิ่งที่อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ทำให้กับลูกค้าคือการเข้าใจอุปสรรค์ของลูกค้า และช่วยแก่โจทย์จากปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน เช่นปัญหาเรื่องดิสทริบิวชั่น อาจจะแก้ด้วยการพาลูกค้าสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ
ปัญหาเรื่องไม่มีช่องทางจำหน่าย อาจจะชวนลูกค้าทำ Own Channel เช่นเปิดเฟซบุ๊กเพจ เป็นต้น”
การแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้าสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือทีมงานและพนักงาน
“ทีมงานของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย เหมือนทีมแอดเวนเจอร์ เก่งคนละด้าน และเมื่อทำงานร่วมกันจะได้มุมมองที่ไม่เหมือนกัน”
ภายใต้หัวเรือใหญ่อย่าง ดร.สร คือทำอย่างไรให้พนักงานและทีมงานมีความสุขในการทำงานและดูแล ช่วยเหลือพวกเขาในการสร้างทักษะการทำงานใหม่ๆ
เพราะเขามองว่า ถ้าทีมงานมีความสุข งานจะ ออกมาดี และลูกค้าจะมีความสุข แต่ถ้าทีมงานไม่มีความสุข ทุกอย่างจะนัวไปหมดและงานออกไปจะไม่ค่อยดี
และนี่คือหนึ่งในแนวคิดของดร.สร ประธานบริหารเจ้าหน้าที่คนใหม่ที่จะพาอินิชิเอทีฟก้าวก่อนผู้อื่น 1 ก้าวเสมอ
I
