เมื่อเรายังต้องกินแต่มาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐและเงินในกระเป๋าทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีกิน จากนั่งในร้านเป็นซื้อกลับบ้าน จากซื้ออาหารรับประทานเป็นทำเอง รวมถึงลดรายจ่ายค่าอาหารลง

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนกระทบกับธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจอาหารเชน ที่มีสาขาอยู่ในห้าง

ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจเหล่านี้มีการปรับตัวหลายกระบวนท่าเพื่อความอยู่รอด

 

ในปีนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยคาดการณ์ว่า ธุรกิจอาหารในประเทศไทยจะมีมูลค่า 410,000-415,000 ล้านบาท เติบโต 1.2-2.6%

แต่ในครึ่งปี 2564 ผ่านไปธุรกิจอาหารก็ยังคงถูกข้อจำกัดหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะข้อจำกัดในการนั่งรับประทานในร้าน ซึ่งในอดีตการนั่งรับประทานในร้านคือรายได้หลักของธุรกิจร้านอาหารเกือบทั้งหมด

 

และครึ่งปีนี้รายได้ของธุรกิจอาหารในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงครึ่งปี 2564 เป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โควิด-19 เริ่มเข้ามาระบาดในประเทศไทย

 

ก่อนอื่นขออธิบายสักหน่อยว่าธุรกิจร้านอาหารในตลาดหลักทรัพย์ที่เราเลือกมา เราเลือกจากธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท และรายได้ที่เรานำมาเสนอเป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจอาหารและเกี่ยวข้อง ซึ่งบางธุรกิจมีรายได้มาจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อย่างเช่น MINT หรือ Minor International, MK เป็นต้น

 

แล้วกลุ่มธุรกิจอาหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เหล่านี้มีรายได้เท่าไร

จะเห็นได้ว่ากลุ่ม MINT เป็นกลุ่มที่มีรายได้และการเติบโตด้านผลกำไรมากที่สุด

การเติบโตกลุ่มธุรกิจอาหารของ MINT 7% ในครึ่งปีแรก 2564 เป็นการเติบโตที่ส่วนใหญ่มาจากไตรมาส 2/2564 ไตรมาส 2/2564 สามารถสร้างการเติบโตได้มากถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

การเติบโตนี้มาจากกลุ่มธุรกิจร้านอาหารหลักทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มกลับมาให้บริการ

โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารในต่างประเทศ 2 ประเทศหลัก ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ได้แก่ ประเทศจีนมีการเติบโตมากถึง 76% ในไตรมาส 2/2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2563

ส่วนออสเตรเลียมีการเติบโต 85.3%

สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ไตรมาส 2/2564 เติบโต 5.5% การเติบโตนี้มาจากร้านอาหารที่กลับมาเปิดให้บริการ และการเปิดสาขาใหม่ ๆ รวมถึงการปรับตัวพัฒนารูปแบบอาหารและบริการรองรับช่องทางเดลิเวอรี่ และ Drive Thru รวมถึงการซื้อกลับไปปรุงรับประทานที่บ้านมากขึ้น เป็นต้น

 

ในกลุ่ม CRG ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ Centel เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ยังสามารถทำกำไรได้แม้จะมีรายได้ลดลงก็ตาม

การลดลงของรายได้มาจากมาตรการจำกัดการนั่งรับประทานในร้าน ที่ทำให้รายได้ต่อสาขาเดิมเฉลี่ยลดลง 13% เมื่อเทียบกับรายได้ครึ่งปีแรก 2563

ถ้ามองไปที่ไตรมาส 2/2564 เพียงไตรมาสเดียว รายได้ของ CRG มีการเติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2563

การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากการที่ CRG เพิ่มแบรนด์ส้มตำนัวเข้ามาอยู่ในพอร์ต, การปรับตัวขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ เป็นต้น

 

มองไปที่ S&P ในครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบด้านรายได้เช่นกัน ด้วยรายได้ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 219 ล้านบาท การลดลงนี้มาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ธุรกิจร้านอาหารลดลงเพราะจำนวนลูกค้าที่ซื้อกลับบ้านและนั่งรับประทานในร้านลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่การลดลงของรายได้นี้ยังมีรายได้จากเดลิเวอรี่เข้ามาเสริม

โดยสัดส่วนรายได้ธุรกิจร้านอาหารในครึ่งปีแรกของ S&P ในครึ่งปี 2564 มีสัดส่วนซื้อกลับบ้าน 73% รับประทานในร้าน 11% เดลิเวอรี่ 15% เปลี่ยนจากครึ่งปีแรก 2563 ที่มีสัดส่วนซื้อกลับบ้าน 73% รับประทานในร้าน 15% เดลิเวอรี่ 12% 

ธุรกิจขายส่งมีรายได้ที่ลดลง 3.9% จากกลุ่มธุรกิจสายการบินที่ต้องหยุดดำเนินการ และรายได้จากต่างประเทศลดลง 50%

 

ส่วนเครือเซนเป็นเครือที่มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถลดการขาดทุนจากปีที่ผ่านมาได้

รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มธุรกิจร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น 8.3%  

รายได้จากการขายวัตถุดิบให้กับแฟรนไชส์ เพิ่มขึ้น 24.3%  

รายได้จากบริการจัดส่งอาหารและจัดเลี้ยงเพิ่มขึ้น 42.6%

รายได้จากธุรกิจอาหารค้าปลีกเพิ่มขึ้น 44.7% จากการขยายช่องทางผ่านโมเดิร์นเทรดและออนไลน์มากขึ้น

รายได้จากการให้สิทธิ์แฟรนไชส์ เพิ่มขึ้น 0.9%

ส่วนรายได้อื่น ๆ ลดลง 8% ซึ่งรายได้อื่น ๆ อย่างเช่นรายได้จากค่าบัตรสมาชิก รายได้จากค่าก่อสร้างและติดตั้งร้านสาขาแฟรนไชส์

 

และสำหรับ MK และโออิชิ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เน้นการรับประทานในร้านเป็นหลักในครึ่งปีแรก 2564 มีรายได้ที่ลดลงจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐเช่นกัน

 

ทั้งนี้ รายได้ในครึ่งปีแรก 2564 เป็นรายได้ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการประกาศปิดร้านอาหารในห้างก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดขายได้เฉพาะเดลิเวอรี่ในพื้นที่สีแดงเข้มที่ประกาศในเดือนกรกฎาคม 2564 ที่เชื่อว่ามีผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจอาหารเหล่านี้แน่นอน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน