ในปี 2030 กลุ่มผู้บริโภคในเมืองระดับชนชั้นกลางของเอเชีย (Middle Class) จะพุ่งสูงขึ้นถึง 3 พันล้านคน และกลุ่มคนเหล่านี้มีแนวโน้มในการใช้เงินที่สูงขึ้น โดยประกอบไปด้วย 3 ปัจจัยหลักได้แก่

 

1. ใช้จ่ายเงินมากขึ้น (Are willing to spend more) เพิ่มขึ้นตามรายได้และฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

2. ต้องการสิ่งที่ดีกว่า และมีความต้องการที่ไร้ขีดจำกัน (Want Better, not more) นอกจากจะใช้เงินมากขึ้น ความต้องการยังสูงขึ้นตามจำนวนเงินที่จ่ายไป เพื่อแลกกับสิ่งที่ดีกว่าหรือพรีเมียมกว่าเก่า และยังมีความต้องการที่ไร้ขีดจำกัด (หากมีความต้องการก็พร้อมที่จะหาเงินมาจ่าย)

3. ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ (Seek new experiences) แน่นอนว่าเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นและฐานะดีขึ้น มีความต้องการในสิ่งที่เหนือกว่าเดิม ประสบการณ์แปลกใหม่ทางด้านนวัตกรรม งานดีไซน์ รวมถึงสินค้าพรีเมียม จึงเป็นคำตอบของประสบการณ์แปลกใหม่ที่คนกลุ่มนี้ค้นหาและพึงพอใจ

 

 

 

น่าสนใจว่าอัตราการเติบโตของสินค้าพรีเมียมในร้านค้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 21% รองลงมาเป็นสินค้าประเภทความคุ้มค่าเติบโตอยู่ที่ 10% และสินค้าทั่วไปเติบโตที่ 8%

สัดส่วนของสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้า:
Mainstream Product หรือสินค้าทั่วไปอยู่ที่ 75%
Premium Product หรือ สินค้าพรีเมียมอยู่ที่ 16%
Value Product หรือสินค้าประเภทความคุ้มค่าอยู่ที่ 9%

โดยที่การรับรู้ของผู้บริโภค “สินค้าพรีเมียมจะมีราคาสูงกว่าสินค้าโดยทั่วไปอยู่ที่ 20%”

 


สินค้าพรีเมียมในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 24% เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค
ส่วนอันดับ 1 ได้แก่ประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 42%

ในส่วนของสินค้าประเภทเครื่องดื่ม “ผู้ผลิตเครื่องดื่มท้องถิ่นมุ่งที่จะผลิตสินค้าระดับพรีเมียมมากขึ้น” เเละมีอัตราการเติบโตสูงถึง 103%

 

3 ปัจจัยหลักที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงหากคิดจะบุกตลาดพรีเมียมได้แก่

1. Innovative Product สินค้าต้องมีการพัฒนาไม่หยุดอยู่กับที่เเละที่สำคัญต้องพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งส่วนของแบรนด์ ตัวสินค้า แพคเกจจิ้ง รวมการแสวงหาหนทางเพื่อสร้างประสบการณ์บางอย่างให้แก่ผู้บริโภคให้ได้

2. Meet Consumer Aspiration รู้ใจ เข้าถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริง จุดเด่นของสินค้าระดับพรีเมียมอย่างหนึ่งคือการเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้
พูดกันง่ายๆ คือ “ในบางครั้งสินค้าชนิดเดียวกันอย่างเช่น “กระเป๋าถือ” ซึ่งจุของได้พอๆ กัน ถือสะดวกเหมือนกัน แต่ทำไมผู้บริโภคถึงอยากครอบครองกระเป๋าแบรนด์อื่นที่ราคาสูงกว่าเป็นไปได้ว่าสินค้านั้นๆ ที่ผู้บริโภคต้องการ คือสินค้าที่ให้มากกว่าการใช้งาน แต่เป็นสินค้าที่สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้นั่นเอง”

3. Pricing Strategy กลยุทธ์ทางด้านราคานั้นถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จำเป็นต้องศึกษาและลงรายละเอียดอย่างมาก ซึ่งในบางครั้งการตั้งราคาสินค้าให้อยู่ในเรทราคาจับต้องได้จะสามารถช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

Source : AcNielsen / Federbräu Business Tal