เวลาผ่านไปเร็ว – ถ้าทุกครั้งที่เหลือบมองนาฬิกา ไม่ว่าบนข้อมือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานแล้วตกใจว่า ชั่วโมง-นาที-วินาที เดินหน้าไปเร็วเหลือเกิน ให้บอกกับตัวเองได้เลยว่านี่เป็นสัญญานแรกของการได้ทำงานที่เหมาะกับตัวเอง เนื่องจากมันไม่ใช่เพราะเวลาหมดไปโดยที่มีอีกหลายอย่างต้องทำให้เสร็จ แต่มันเกิดจากเราสนุกกับงานจนลืมเวลาต่างหาก

ไม่หวั่นงานยาก – เมื่อไหร่เจองานที่ไม่คุ้นเคย หรือยากกว่าปกติแล้วคุณพร้อมรับความท้าทายนั้น นี่เป็นสัญญานต่อมาที่บอกได้ว่าคุณเจองานที่เหมาะกับตัวเองแล้ว เพราะมันกระตุ้นคุณให้ออกจาก Comfort Zone ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสทดสอบตัวเอง ด้วย ฉะนั้นจงเดินหน้าตาทำงานที่ได้รับมอบหมาย เนื่องจากหลังปิด Job แล้ว คุณจะทั้งเก่งและแกร่งขึ้น

ทำงานได้แม้เช้าไหนที่ไร้กาแฟ – เครื่องดื่มยามเช้าของคนทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่คุณขาดไม่ได้ เพราะตัวกระตุ้นที่แท้จริงมาจากความกระตือรือร้นหรือตื่นเต้นที่จะได้ลุยงานในทุกวัน

หัวหน้าผลักดันให้เดินหน้าอยู่ตลอด – เจ้านายที่ดีรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรให้รางวัลลูกน้อง เมื่อไหรที่ควรมอบหมายงานสำคัญให้ โดยอย่างหลังถือเป็นเรื่อง Win Win กันทุกฝ่าย เพราะในภาพรวมบริษัทก็จะได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ส่วนตัวลูกน้องซึ่งอาจเป็นคุณเองที่ทำงานนั้น ก็จะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง และพัฒนาศักยภาพที่มีนั่นเอง

รู้สึกเป็นกันเองกับเพื่อนร่วมงาน – แน่นอนว่าระหว่างทำงานที่ได้รับมอบหมายอาจต้องมีการแข่งขัน ขับเคี่ยวหรือผลักดันกันบ้าง แต่เมื่อเสร็จงานความเป็นเพื่อนต้องคงเดิมและความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้น ถ้าเป็นแบบนี้ดีใจด้วยเพราะนี่คืออีกสัญญานที่บอกว่าคุณได้ทำงานเหมาะกับตัวเองแล้ว

มีเวลาเหลือพอให้ตัวเองและคนใกล้ชิด – อีกอย่างที่คุณจะรู้ได้ว่างานนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ คืองานนั้นเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว คุณยังมีเวลาว่างให้ใช้ร่วมกับครอบครัว คนใกล้ชิดหรือทำงานอดิเรกต่าง เพราะแสดงให้เห็นว่างานไม่เครียดเกินไปและปล่อยให้คุณได้สร้างสมดุลย์ระหว่างกับชีวิตส่วนตัว เพื่อมีเติมแรงกาย เพิ่มแรงให้กลับไปทำงานต่อ

ชิลล์ได้ช่วงท้ายของวันอาทิตย์ – เหตุผลที่บางคนเกลียดวันอาทิตย์เพราะคิดว่าเป็นจุดจบของวันพักช่วงสุดสัปดาห์ แต่ถ้าคุณไม่เซ็ง ไม่เศร้าก่อนวันนี้จะหมดลง ก็ดีใจด้วยแสดงให้เห็นว่าคุณได้ชาร์จแบตจนเต็มแล้วและกระตือรือร้นอยากกลับไปทำงานอันเป็นที่รัก

ไม่เคยหยุดพูดเรื่องงาน – อาจดูเป็นนิสัยน่ารำคาญกับคนใกล้ชิดอยู่สักหน่อย แต่มันคือสัญญานว่าคุณรู้สึกดีกับงานที่ทำอยู่ จนอยากแบ่งปันให้ใครต่อใครได้รู้ ทว่าทั้งหมดต้องเป็นการพูดออกมาใจด้วยนะ ไม่ใช่เพื่ออวดหรือหลอกตัวเอง

ยุ่งแค่ไหนยังยิ้มได้ – แน่นอนไม่มีใครชอบให้งานเข้าตลอด แต่ถ้ามันเป็นที่เหมาะกับคุณ อยู่ในบริบทที่เกี่ยวข้องกัน รวมถึงเป็นงานของคนใน Office แม้อาจจุกจิกไปบ้าง เช่น ซ่อมของเสียและเขียนงานขายโฆษณา นอกจากไม่มีคำว่าเบื่อหลุดออกมาจากปากแล้ว คุณยังพร้อมจัดการให้เสร็จอีกด้วย เพราะทุกครั้งที่ปิดงานได้จะได้กลับไปทำงานที่รักนั่นเอง

มองเงินเป็นเรื่องรอง – ไม่มีงานในฝันที่ไหนกลายเป็นฝันร้ายถ้าเงินไม่ดี เพราะถ้ามันเป็นงานที่คุณรักจริงๆ ค่าตอบแทนต้องไม่ใช่ปัญหา และรู้สึกว่าสิ่งชดเชยที่ได้มาคือการได้ช่วยองค์กรไปกับการพร้อมแสดงฝีมือ

ที่มา : businessesinsider.com