“ครั้งแรกที่ได้เห็น MV ในชุดล่าสุด LALISA ของน้องลิซ่า เราน้ำตาไหลกันทั้งทีม ดีใจแทนคนไทย และดีใจที่เห็นชุดยีนส์ของเราบนตัวน้องด้วย”

บุ๋ม” ยุวดี ศรีอรุณ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์เจ้าของแบรนด์ PONY STONE  กล่าวกับ Marketeer ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขและความภูมิใจ 

วันนี้ซิงเกิลชุด LALISA ที่ถูกปล่อยไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2021 มียอดวิวพุ่งสูงถึง 161,296,947 views

แล้วเธอเองล่ะ วันนี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร 

ยุวดี ศรีอรุณ Story

“บุ๋ม” ยุวดี อดีตนิสิตสาวคณะศิลปกรรมจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยที่เลือกเรียนสาขาทางด้านแฟชั่นดีไซน์ แต่มีเหตุให้ไปจบสาขาเซรามิกแทน

แต่เพราะใจเธอยังรักและหลงใหลในงานออกแบบเสื้อผ้า เลยตัดสินใจไปศึกษาต่อทางด้านแฟชั่นที่ประเทศอังกฤษ จบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

เรียนจบมีแมกกาซีนแฟชั่นชื่อดังติดต่อให้ไปร่วมงาน เธอบอกว่ากรี๊ดสุด ๆ  หวังจะปักหลักสร้างชื่อบนถนนสายแฟชั่นในลอนดอนสักพัก

แต่ต้องเปลี่ยนแผน เมื่ออาม่าเสียชีวิต เลยต้องกลับมาอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณแม่

กลับมาเมื่อปี 2004 ตอนนั้นก็ร้อนวิชา อยากจะสร้างแบรนด์ตัวเองแต่ยังไม่มีโอกาส

“เลยเริ่มต้นทำงานด้วยการไปเป็นสไตลิสต์ค่ะ รับงานหลากหลายด้าน  ทั้งแฟชั่นแมกกาซีน ลุคบุ๊ก งานโฆษณา ดูแลศิลปิน เป็นช่วงที่ทำงานหนักมาก กับน้องผู้ช่วยอีก 2 คน

พักใหญ่ประมาณ 8-9 ปี เธอเริ่มอิ่มตัวเมื่อตลาดเริ่มเป็นคอมเมอร์เชียลมากขึ้น  โอกาสในการสร้างสรรค์งานมีกรอบมีข้อจำกัด มากขึ้นเช่นกัน 

จุดกำเนิดแบรนด์ PONY STONE 

วันหนึ่งเดินสยามสแควร์ เจอห้องว่างให้เช่าระหว่างซอย 1-2 ไม่ได้อยู่ด้านหน้าติดถนน แต่ตอนนั้นคิดว่า

“ถ้าของเราสวยจริง ดีจริง เชื่อเถอะว่าคนต้องตามเข้ามา เหมือนร้านอาหารอร่อยอยู่ในซอยลึกแค่ไหนลูกค้าก็เต็ม  ก็เลยตัดสินใจทำเลย แล้วก็จริงค่ะ หลังจากนั้นเรื่องทำเลไม่เป็นปัญหาเลย”

ทำไมต้องเป็น  PONY STONE 

“ชอบม้าค่ะ เป็นคนเกิดปีม้า (เธอตอบด้วยเสียงหัวเราะ) แล้วชอบคาแรกเตอร์ของม้ามาก เหมือนผู้หญิงที่มีหลายบุคลิก เหมือนผู้หญิงที่ดูสง่า มีพลัง เข้มแข็ง แต่ก็มีความสวยงามในแบบของตัวเอง”

ส่วน Stone เป็นศัพท์แสลงของคนอังกฤษ ที่หมายถึง Diamond ที่มีความแข็งแกร่ง หายาก

“ดังนั้นถ้าจะพูดถึงบุคลิกของแบรนด์เป็นแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยพลังงาน ให้ความรู้สึกอิสระ ที่ไม่เคยมีกรอบและขีดจำกัด แต่ก็มีความสวยงามในแบบของตัวเอง ซึ่งในยุคนั้นไม่ค่อยมี”

นอกจากแบรนด์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองแล้ว เธอยังมีจินตนาการในการออกแบบไกลไปอีกว่า ถ้าผู้คนได้ใส่แบบนั้น แบบนี้จะเป็นอย่างไร

PONY STONE ในยุคแรก จึงเน้นไปในแบบเสื้อผ้าชุดหนัง หรือชีฟองสีดำ  ที่ขายดีมาก ๆ เช่น เดรสดำแขนมีข้างไม่มีข้าง เสื้อซีทรูทั้งตัว  กางเกงแต่งโซ่ ซึ่งไม่ค่อยมีใครทำ  

เป็นความแตกต่างที่ช่างกล้าเนอะแต่ “โดนใจ” และสร้างความเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา

ตอนทำแบรนด์เองนี่ล่ะค่ะถึงรู้ว่าประสบการณ์ 8-9 ปีที่เราเป็นสไตลิสต์มามีค่ามาก เราอาจจะไม่ถนัดเรื่องแพตเทิร์น แต่เรารู้ว่าผ้าแบบไหนตัดยังไงถึงจะสวยเมื่ออยู่บนร่างมนุษย์ จริง ๆ คนรูปร่างแบบนี้เหมาะกับผ้าแบบนี้ คอเสื้อแบบนี้เหมาะสำหรับคนหุ่นแบบไหน มันคือประสบการณ์ที่เราได้มาจากจับเสื้อผ้ามาเป็นหมื่นชิ้น และได้ทำงานกับคนมามากมาย”

จุดพีก สร้างความเซอร์ไพรส์ของแบรนด์

PONY STONE แจ้งเกิดเต็มตัวในปีที่ 2 ด้วยการเอากางเกงยีนส์มาปรับตัดแต่งใหม่ ทำให้รุ่ย ขาด ฉีก แบบสุดขีด ซึ่งหลายคนในวงการแฟชั่นอาจจะมองว่าเป็นการขบถ เป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่น

 ซึ่งเธอบอกว่าไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเธอดีไซน์เสื้อผ้าแบบไม่มีกรอบมาตั้งแต่ต้น และให้อิสระทางความคิดอย่างมาก  

ยิ่งขาดยิ่งขายดี กางเกงยีนส์หลุดรุ่ยของเธอ มีคิวจองเข้ามามากมาย บางคนต้องรอถึง 3 เดือน ยิ่งมีน้อง ๆ ตัวแม่ในวงการบันเทิงมาซื้อไปใส่ปรากฏการณ์ซื้อตามดาราก็เกิดขึ้นอย่างมากมาย

โกอินเตอร์ เมื่อตัวแม่ต้องใส่

ปี 2016 เธอมีโอกาสได้นำเสื้อผ้าไปโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น คราวนี้  PONY STONE สร้างจุดแตกต่างที่โดดเด่นด้วยการดีไซน์ชุดผ้ายีนส์ยืดระบายเป็นขน ๆ ชั้น ๆ ทั้งตัว นอกจากมีร้านเข้ามาเหมาซื้อชุดในคอลเลกชั่นนี้ไปขาย ยังมีนางแบบชื่อดังสุดฮอต “Rola” และศิลปินนักร้องชื่อดังที่ต่อมายังได้ Collaboration ร่วมกัน อย่าง KODA KUMI มาช่วยตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย   

แบรนด์ของเธอยังไปโดนใจดาราดังของโลกอีกหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่จะติดต่อมาทางอีเมลหรือไดเร็กต์เมสเสจเข้ามาเอง ที่ตื่นเต้นมาก ๆ เช่น ไคลี คริสเตน เจนเนอร์ หรือ จีจี้ ฮาดิด นางแบบชาวอเมริกัน ที่เมลมาเพื่อรีเควสต์เสื้อผ้าแบรนด์เราไปฟิตติ้งสำหรับการไปร่วมงานปารีสและนิวยอร์ก แฟชั่นวีก จำนวน 20 ชิ้น ซึ่งเขาเอาไปใส่อยู่หลายครั้ง

แล้วอีเมลจากค่ายวายจี ของวงแบล็กพิงก์ก็มา

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ยุวดีได้มีโอกาสร่วมงานกับทางค่ายวายจี ครั้งแรกจากเพลง Lovesick Girls  เมื่อปี 2520 ครั้งที่ 2 งานทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่น  และล่าสุดกับซิงเกิล ‘LALISA’  ที่ลิซ่าเลือกกางเกงรุ่น Ponytales มาแมตช์กับแจ็กเกตสีชมพูปักเลื่อมจากแบรนด์ Isabelmarant อย่างสุดแซ่บ

“ดีใจมากกก (เธอลากเสียงยาว) ที่ได้ร่วมงานกับทางวายจี เพราะรู้อยู่ว่าเป็นทีมที่ทุ่มเทและให้ความสำคัญในทุกเรื่อง เขาให้เกียรติเรามาก และทีมงานก็เป็นกันเอง น่ารัก  เหมือนเราได้เจอเพื่อนที่ชอบชุดของเรา ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน เลยดีลงานกันอย่างมีความสุข”

แน่นอนชุดที่ลิซ่าและสมาชิกในวงแบล็กพิงก์ใส่ คนทั่วโลกได้เห็นมันสร้างอิมแพกกลับมาที่แบรนด์อย่างมากมายเช่นกัน

ปัจจุบันสาวกบริ๊งที่มีออเดอร์สั่งชุดที่ศิลปินใส่ในแต่ละครั้ง นอกจากสาวไทยแล้วยังมีทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และอเมริกา    

ล่าสุดซิงเกิล  LALISA ทำให้มีออเดอร์จากสาวในเวียดนามและกัมพูชาเข้ามาเป็นครั้งแรกด้วย

โดยกางเกงรุ่น Ponytales ที่ลิซ่าเลือกใส่ใน MV  “LALISA” ล็อตแรกจะเริ่มส่งให้ลูกค้าในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน นี้ ในราคาตัวละ 3,680 บาท

 

Key Success ของ PONY STONE     

“อย่างแรกเลยต้องรักในสิ่งที่เราทำจริงจังและทุ่มเทกับงาน  2. ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยเห็น  อะดรีนาลีนเราต้องพุ่งปรี๊ด  เราต้องกรี๊ด ต้องชอบก่อนเลย มันทำให้ดึงดูดผู้คนให้สนใจอย่างรวดเร็ว และรู้สึกสนุกที่จะหยิบชิ้นงานของเรามามิกซ์แอนด์แมตช์กัน”

ประสบการณ์ก็มีส่วนสำคัญมาก เพราะทำให้เราสามารถดึงความน่าสนใจของคนผ่านเสื้อผ้าที่เราออกแบบออกมาได้ เหมือนช่างภาพที่ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าภาพต้องออกมาสวยก่อนจะกดชัตเตอร์ในแต่ละช็อต

ทำอย่างไรถึงสร้างผลงานแบบไฟลุกอยู่ได้ตลอดเวลา

จากผลงานของเราที่ได้รับการยอมรับค่ะ ทุกครั้งที่เห็นลูกค้าถ่ายรูปที่ใส่ชุดเราลงในโซเชียล มันคือกำลังใจ มันคือไฟ  อย่างมีน้องนักเรียนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ชอบงานเรามาก จนไปเรียนทางด้านดีไซเนอร์ และเมลมาบอกว่า เราคือแรงบันดาลใจของเขา

หรือว่าวันไหนโพสต์ไปว่าเหนื่อย ก็มีคนส่งข้อความมามากมายว่าอย่าท้อนะ ตามงานอยู่นะ สู้ ๆ มันทำให้เรามีพลังที่จะคิดอะไรใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา

The Next  PONY STONE  

ในอนาคต ม้าตัวนี้ต้องสนุกและคึกคักขึ้นแน่นอน เพราะบนโลกใบนี้มีวัตถุดิบใหม่ ๆ ให้เราได้ลองเล่นอะไรใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ  ถึงแม้ตอนนี้แบรนด์เรายังเป็นยีนส์ 80% ก็ตาม

รวมทั้ง Innovation ใหม่ ๆ ของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จะทำให้เรามีช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างน่าตื่นเต้น  

หรืออาจจะมีโปรดักต์ใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่เสื้อผ้าก็เป็นไปได้เช่นกัน

และต้นปีหน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด  PONY STONE  จะไปเปิดโชว์แห่งใหม่ที่นิวยอร์กด้วย

ฝากถึงน้อง ๆ

“ถามตัวเองว่าชอบงานดีไซน์ เรื่องแฟชั่นมากแค่ไหน พร้อมที่จะทุ่มเทจริงจังหรือเปล่า อุปสรรคมีอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะวงการแฟชั่นแต่มีในทุกอาชีพเลยล่ะค่ะ ถ้ารักจริง และมันใช่เราจะใช้ใจทำ ไม่ว่าเป็นธุรกิจอะไรก็จะไม่มีคำว่าอุปสรรค และจะเติบโตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด จริง ๆ ค่ะ”

เมื่อพี่ประสบความสำเร็จขนาดนี้น้องคงต้องฟัง และต้องขอเดินตามรอยกันบ้างแล้วล่ะค่ะ

I-

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน