ในยุคปัจจุบัน หลากหลายแบรนด์เลือกทำการตลาดด้วยตนเอง เราจะเห็นได้จากเพจใน Facebook ที่หลายแบรนด์พยายามด้วยตัวเอง แต่ก็มีอีกหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากการจ้างมืออาชีพในการทำงาน ซึ่งแน่นอนว่าการจ้างมืออาชีพนั้นก็ต้องดีกว่า และเร็วกว่าอยู่แล้ว ฉะนั้นสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความประทับใจแรกให้ลูกค้า นี่คือ 9 คำถามสำคัญที่ Digital Agency ต้องตอบให้ดี ถ้าอยากสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

 

1.วิธีการวัด KPIs

การวัด KPIs เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการทำแคมเปญการตลาดในยุคดิจิทัล การวัด KPIs พื้นฐานอย่างพวก Impressions, CTR , Pageviews เป็นสิ่งที่ต้องมี แต่ถ้า Agency ของคุณมีมากกว่านั้น จะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก และที่สำคัญต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจด้วยว่า ลูกเล่นของคุณจะช่วยเป้าหมายของลูกค้ายังไงบ้าง

2.การตั้งเป้า ROI

Return on Investment คือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจากเงินลงทุน ยิ่งสามารถการันตีได้ว่าการจ้างคุณ แบรนด์จะได้อะไรกลับไปบ้าง ระบุให้ชัดเจน มีไทม์ไลน์ที่แน่นอน ลูกค้าจะแน่ใจมากยิ่งขึ้น

3.การรายงานความคืบหน้า

การ Follow Up เป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งลูกค้าที่เข้ามาหาก็อาจจะยังใหม่ต่อการทำตลาด และวิธีการทำงาน หน้าที่ของ Digital Agency คือการตามงาน การประสานงาน Digital Agency ที่ดีจะมีการรายงานที่ละเอียด ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อแบรนด์ และเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของแบรนด์

4.ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม

แน่นอนว่าประสบการณ์ในธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับเอเยนซีใหญ่ๆ คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับ Digital Agency ที่พึ่งแยกตัวออกไป หรือไปฟอร์มทีมใหม่ การเล่าประวัติความเป็นมาของคนในทีมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะลูกค้าบางทีก็ชอบทำงานกับองค์กรที่เล็ก กระทัดรัด คล่องตัว คุยง่าย ไม่พิธีเยอะก็เป็นได้

5.Portfolio และผลงานชิ้นโบว์แดง

ต่อจากข้อ 4 คุณต้องมีผลงานการทำงานเช่นกัน การเตรียมผลงานไปโชว์ลูกค้านั้น อันดับแรกก็ต้องเกี่ยวข้องกับลูกค้าระดับหนึ่ง แต่เหนือกว่านั้น Agency ต้องมีพอร์ตที่รอบด้านและครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า

6.Outsource มากน้อยขนาดไหน

เป็นเรื่องธรรมดาในวงการโฆษณาที่ต้อง Outsource แต่สำคัญกว่าคือการสร้างความเชื่อมั่นว่า การ Outsource นั้นจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่สำหรับ Agency ที่ Outsource หลายด้าน ต้องแสดงผลงานให้เห็นว่าการร่วมมือกันไม่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการทำงาน… ณ จุดนี้ องค์กรใหญ่ที่มี Media PR Production และอื่นๆ ย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะลูกค้าต้องการ One Stop Service

7.เชี่ยวชาญด้านไหนเป็นพิเศษ

คำถามนี้หลาย Agency มักจะตอบว่าเก่งทุกด้าน แต่ในความเป็นจริง องค์กรขนาด 20-30 คน ไม่มีทางทำได้หมดทุกอย่าง ฉะนั้นควรคัดจุดเด่นพิเศษจริงๆ ของตัวเองออกมา และบอกว่าด้านอื่นที่ไม่ถนัดนั้น รับมือกับมันยังไงจะดีกว่า

8.มีวิธีการประชุมอย่างไร

การประชุม การระดมสมอง เป็นสิ่งสำคัญ เพราะลูกค้าหลายรายอาจไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการอะไร ดังนั้นรูปแบบการประชุม การ Design Thinking เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดงาน และความสบายใจมากที่สุด

9.การทำสัญญาจ้าง

ความละเอียดของสัญญา ค่าใช้จ่าย ก็เป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งลูกค้าเจอราคาแบบจัดเต็มก็อาจหงายเงิบได้หมือนกัน ดังนั้นทางเลือกก็มีอยู่สองทาง คือ 1.บรรลุเป้าหมายของลูกค้าด้วยงบที่น้อยที่สุด และ 2.แสดงให้เห็นว่าลูกค้าจะได้อะไร หากจ่ายเงินเพิ่มขึ้น

 

จริงๆแล้ว คอนเทนต์ดั้งเดิมนั้น มีไว้ให้ลูกค้าถามเอเยนซี แต่ Marketeer เห็นว่ามันก็มีประโยชน์ทั้งสองทาง ทั้งด้านลูกค้า ด้านเอเยนซี ดังนั้นไม่ว่าใคร การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการทำงาน

รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

 

ที่มา : Marketo

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline