เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนในชื่อ ONEE ด้วย IPO 7.50-8.50 บาทต่อหุ้น มีมูลค่าหลักทรัพย์ช่วงเสนอขาย 3,721.9-4,218.1 ล้านบาท

 

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ ONEE จุดมุ่งหมายระยะสั้นคือต้องการสร้างการเติบโตด้านรายได้ต่อเนื่องปีละ 10% ในช่วง 3-5 ปีต่อจากนี้

ส่วน 3 ปีที่ผ่านมานับจากปี 2561-2563  ONEE มีการเติบโตรายได้เฉลี่ย 7.7%

 

การสร้างการเติบโตของ ONEE จะนำเงินไปลงทุนใน 4 ด้าน ได้แก่

1. ลงทุนเพิ่มคุณภาพคอนเทนต์และการ Research ข้อมูล งบประมาณ 500 ล้านบาท ภายในปี 2567 ทั้งการลงทุนในการพัฒนาคนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ปรับปรุงสตูดิโอด้วยการสร้างสตูดิโอเพิ่มและฉากเพิ่ม

2. พัฒนาช่องทางออนไลน์ งบประมาณ 130 ล้านบาท ภายในปี 2566 การลงทุนนี้รวมถึงการพัฒนา OTT Platform เป็นของตัวเอง

3. ปรับโครงสร้างเงินทุนจากการเข้าซื้อกิจการกลุ่ม GMMCH ประมาณ 2,200 ล้านบาทภายหลัง IPO

4. เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

 

นอกจากการสร้างรายได้การเติบโต ONEE ยังวางเป้าหมายการเติบโตโดยให้ความสำคัญกับการขยายสัดส่วนการเติบโตช่องทางออนไลน์ และช่องทางต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากการมองเห็นโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจ

 

ในปีที่ผ่านมา ONEE มีสัดส่วนรายได้มาจาก

ทีวี 48%

ออนไลน์ 21%

ต่างประเทศ 5%

อื่น ๆ 27%

 

และภายใน 3-5 ปีจะปรับเป็น

ทีวี 40-45%

ออนไลน์ 25-28%

ต่างประเทศ 7-10%

อื่น ๆ 12-25%

 

กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแต่ละธุรกิจประกอบด้วย

ธุรกิจทีวี

ทีวี ยังเป็นกลุ่มรายได้หลัก จากการเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในอุตสาหกรรมโฆษณาไทย

วัตถุประสงค์การเข้ามาของเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ในวันแรกของธุรกิจช่องทีวี คือการหาพื้นที่ออนแอร์ให้กับคอนเทนต์ของตัวเอง เพราะมองว่าเป็นการลดความเสี่ยงจากเดิมที่นำคอนเทนต์ไปขอช่วงเวลาเพื่อออนแอร์ในช่องอื่น ๆ ที่มีโอกาสที่จะโดนลดเวลาออกอากาศในอนาคตได้

และเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ยังมองว่า ธุรกิจช่องทีวีแม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่เติบโตด้านยอดผู้ชม แต่ยังเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนมีรายได้จากการขายโฆษณาสูงสุดในอุตสาหกรรมโฆษณา ด้วยสัดส่วนรายได้มากกว่า 60% จากรายได้โฆษณาทั้งหมดในอุตสาหกรรม

และเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จะเข้ามาเพื่อแย่งเม็ดเงินในตลาดเนื่องจากเป็นตลาดที่มีสัดส่วนรายได้มากที่สุด

ซึ่งการแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาต้องมาจากการสร้างเรตติ้งผู้ชมก่อน

ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ มองว่าในปัจจุบันช่องทีวีในเครือยังมีพื้นที่และเวลาในการสร้างการเติบโตอีกมาก เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้ลงทุนในการสร้างศักยภาพช่องทางทีวีเต็ม 100% เพราะเขามองว่าถ้าลงทุนเพิ่มรายการดี ๆ จะมีเรตติ้งที่สูงขึ้น จะทำให้หาเม็ดเงินที่มากขึ้น และทำให้รายได้การขายต่อนาทีสูงขึ้นตามมา

โดยคอนเทนต์ทีวีจะทำเพื่อจับกลุ่มคนอายุ 35 ปีขึ้นไปเป็นหลัก

 

ธุรกิจออนไลน์

คอนเทนต์ที่พัฒนาเจาะกลุ่มออนไลน์ จะเป็นคอนเทนต์ที่เน้นผู้ชมอายุต่ำกว่า 35 ปี

ปัจจุบัน ONEE มีจำนวนคอนเทนต์ที่ผลิตในยูทูบ เฟซบุ๊ก มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวิวแต่ละครั้งเกิดรายได้ 94% และสามารถโตได้อีก เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากซีรีส์เพียงอย่างเดียว

ที่ผ่านมา ONEE มีผู้ติดตามในยูทูบ 62.5 ล้านราย และมียอดวิวสะสม 43,800 ล้านวิว

เฟซบุ๊กมียอดผู้ติดตาม 53.7 ล้านราย และมียอดวิวสะสม 36,300 ล้านวิว

ส่วนไอจีและ TikTok มองว่าเป็นช่องทางที่มีโอกาสที่น่าสนใจ แต่ปัจจุบันยังหาบิสซิเนสโมเดลในการสร้างรายได้ไม่ได้

นอกจากนี้ ในส่วน OTT Platform มีการจับมือกับแพลตฟอร์ม 8 แพลตฟอร์มได้แก่ Netflix, Disney+ Hotstar, LINE TV, AIS Play, TrueID, QIY,VIU และ WeTV

และมีแผนทำ OTT Platform เป็นของตัวเอง จากการมองเห็นโอกาสของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ดูทีวีน้อยลง

การทำ OTT Platform จะเป็นการนำแพลตฟอร์มที่ตัวเองมีอยู่มาพัฒนาต่อยอด

ปัจจุบัน ONEE มีแพลตฟอร์ม 3 แพลตฟอร์มที่เป็นแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ได้แก่

ONE31 แพลตฟอร์มดูรายการช่องวันสดผ่านแอป มียอดดาวน์โหลด 7.6 ล้านดาวน์โหลด

GMM TV แพลตฟอร์มแฟนคลับพบศิลปิน มียอดดาวน์โหลด 740,000 ดาวน์โหลด

และ Atime Oneline แพลตฟอร์มฟังวิทยุออนไลน์มียอดดาวน์โหลด 5.5 ล้านดาวน์โหลด

 

ธุรกิจต่างประเทศ

นอกจากการนำคอนเทนต์ไปบุกตลาดต่างประเทศ ยังมีการร่วมทุน Co-Invest ร่วมผลิตรายการ ซึ่งส่วนนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ และอื่น ๆ

 

สำหรับผลประกอบการ ONEE ที่ผ่านมามีรายได้และกำไรดังนี้

2561    รายได้ 4,199 ล้านบาท กำไร 73 ล้านบาท

2562    รายได้ 4,818 ล้านบาท กำไร 228 ล้านบาท

2563    รายได้ 4,875 ล้านบาท กำไร 658 ล้านบาท

1H/2564          รายได้ 2,783 ล้านบาท กำไร 455 ล้านบาท

 

 

ช่วงเรตติ้งช่องเดอะวันในเดือนกันยายน 2564 อ้างอิงจากนีลเส็นพบว่าเดอะวันมีเรตติ้งในกลุ่มผู้ชมต่าง ๆ คือ

กลุ่มอายุ 4 ปี ขึ้นไป

กรุงเทพฯ 0.29

ต่างจังหวัดในเมือง 0.25

ต่างจังหวัด 0.31

 

กลุ่มอายุ 15-34 ปี

กรุงเทพฯ 0.29

ต่างจังหวัดในเมือง 0.25

ต่างจังหวัด 0.31

 

กลุ่มอายุ 15-34 ปี

กรุงเทพฯ 0.38

ต่างจังหวัดในเมือง 0.28

ต่างจังหวัด 0.24

 

 

กลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป

กรุงเทพฯ 0.80

ต่างจังหวัดในเมือง 0.78

ต่างจังหวัด 0.65

 

สำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ ONEE จะนำเสนอผ่านหุ้น IPO จำนวน 496,252,500 หุ้น คิดเป็น 20.84% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ ไม่เกิน 476,250,000 หุ้น
  2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม (บริษัท ซีเนริโอ จำกัด) ไม่เกิน 20,002,500 หุ้น

การเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้คาดการณ์ราคาที่ 7.50-8.50 บาท ต่อหุ้น จากราคาพาร์หุ้นละ 2 บาท

การเสนอขายหุ้นไม่ได้เปิดขายกับประชาชนทั่วไป แต่จะขายให้กับนักลงทุนสถาบัน

ลูกค้าของผู้จำหน่ายหลักทรัพย์ตามดุลยพินิจ

ผู้มีอุปการคุณของบริษัท

และพนักงานของบริษัท

การเสนอขายหุ้น IPO ของ ONEE จะขายในวันที่

20 – 21 ตุลาคม 2564  

25 – 26 ตุลาคม 2564

ชำระเงินที่ 8.50 ในวันจองซื้อ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน