จากสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน (เดือนพฤศจิกายน 2564) ที่ดูเหมือนจะคลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่ง พร้อมการประกาศเดินหน้าเปิดประเทศแบบปลอดภัย (Smart Entry) จากภาครัฐที่ทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะเดียวกันภาคเอกชนต่างก็เร่งมือผลักดันการท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ เพื่อหวังให้เศรษฐกิจกลับมาพลิกฟื้นโดยเร็ว

หนึ่งใน Case Study คือ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ภาคเอกชนรายใหญ่ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายมาตลอด 10 ปี ซึ่งในการเปิดประเทศครั้งนี้ สิงห์ปาร์ค เชียงรายก็ยังคงเป็นโต้โผสำคัญในการขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมการท่องเที่ยวร่วมกับส่วนราชการ สาธารณสุข ตลอดจนชุมชนรอบข้าง

เชียงรายเมืองรองที่โตขึ้นเรื่อย ๆ

จากตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่สูงสุดของประเทศและอยู่ติดกับเชียงใหม่จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของไทย ทำให้หลายคนมองว่าเชียงรายคือ เมืองรอง แต่หากลองย้อนดูตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่มากถึงกว่า 4 ล้านคน จำนวนเที่ยวบินตลอดทั้งปีกว่า 2 หมื่นเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นเมืองรองที่เก๋าพอตัว

 จุดเด่นของเชียงรายคือมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้คนที่เป็นมิตร เป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้เชียงรายกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของล้านนา (Chiang Rai Capital of Lanna) ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

กอปรกับการมาของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่พัฒนาพื้นที่ส่วนตัวกว่า 8,600 ไร่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยนำเอาวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาผสมผสานเข้ากับชุมชน รวมถึงการสร้างกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็น Magnet สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเยือนจังหวัดเชียงรายได้เป็นอย่างดี

แต่ทว่าเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดเชียงรายรวมถึงสิงห์ปาร์ค เชียงรายเองก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างจากที่อื่น ๆ และเมื่อถึงคราวเปิดประเทศในฐานะเอกชนรายใหญ่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ก็ได้เริ่มแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กับเชียงรายอีกครั้ง

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด อธิบายภาพรวมที่ผ่านมาให้ฟังว่า สิงห์ปาร์ค เชียงราย ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างพลวัตทางการเงินให้กับเชียงราย ผ่านการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดวิสาหกิจชุมชน หรือ Social Enterprise ที่มีเป้าหมายคือสร้างผลกำไรควบคู่ไปกับการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และสร้างความเข้มแข็งแบบยั่งยืนให้กับชุมชน ผ่านการสร้างอาชีพและสร้างรายได้

ด้วยพื้นที่กว่า 8,600 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ทำการเกษตรราว 3,055 ไร่ ตั้งแต่ไร่ชาอู่หลงขนาดใหญ่กว่า 600 ไร่, สวนยางพารา 2,700 ไร่, โรงเรือนบลูเบอร์รี, โรงเรือนเมล่อนญี่ปุ่น, โรงเพาะเห็ด, โรงงานชาญี่ปุ่น Maruzen และพื้นที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทำให้สิงห์ปาร์ค เชียงรายมีการจ้างงานกว่า 1,200 ตำแหน่ง

ทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนรอบข้าง ตลอดจนอีเวนต์เล็ก ๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับภูมิภาค ไปจนถึงอีเวนต์ใหญ่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศหมุนเวียนกันไป ซึ่งทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปในส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงราย โดยในปีที่ผ่านมาการจัดงาน “Farm Festival” สามารถสร้างมูลค่าเงินหมุนเวียนในจังหวัดเชียงรายได้มากกว่า 100 ล้านบาท ภายใน 5 วัน

สำหรับการเตรียมความพร้อมต้อนรับและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวนั้น ทางฝั่งสิงห์ปาร์ค เชียงรายเองได้มีการเตรียมพื้นที่ รีโนเวตและสร้าง Tourist Attractions ใหม่  ๆ ตลอดจนการเตรียมคนให้พร้อม โดยกว่า 95% ของพนักงานทั้งหมดได้รับวัคซีนครบตามกำหนด ดูแลความปลอดภัยด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อ และจัดเตรียมความพร้อมในเรื่องสุขอนามัยอย่างต่อเนื่องทุกวัน

ปัจจุบันกิจกรรมหลักภายในไร่สิงห์ปาร์ค เชียงรายมีตั้งแต่กิจกรรม ฟาร์มทัวร์, บริการเช่าจักรยาน, Scooter Tour, บริการเช่ารถกอล์ฟแบบส่วนตัว, Mini Zoo, ไร่ชา กิจกรรม “Blend Your Own Tea”, กิจกรรมริมทะเลสาบ และตอบโจทย์สายเอ็กซ์ตรีม ด้วยเครื่องเล่น Zip Line, ปีนผา, Surf Skate Wave Ramp
และ Sup Board

ขณะที่ร้านอาหารภายในไร่ก็พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ ทั้งร้านอาหารภูภิรมย์ที่รายล้อมด้วยวิวไร่ชาและขุนเขา หรือ Barn House Pizzeria ร้านพิซซ่าเตาถ่านแบบดั้งเดิมและอาหารอิตาเลียนรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ร้านชาไทย จุดชมชมวิวที่ตกแต่งสไตล์ล้านนาประยุกต์สอดรับกับบรรยากาศและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งมีชาไทยเบลนด์สูตรพิเศษของสิงห์ปาร์คกับกรรมวิธีสกัดที่ดึงรสชาติและกลิ่นของชาออกมาให้ได้มากที่สุด และล่าสุดกับ คาโก้ บาร์บีคิว (Cargo Bar-B-Q) ร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์ BBQ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ที่จะมาเติมเต็มให้สิงห์ปาร์ค เชียงรายให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนและใช้เวลาได้อย่างมีความสุขตลอดทั้งวัน

ด้านกิจกรรมอีเวนต์ที่เป็นคีย์หลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สิงห์ปาร์ค เชียงรายมี Big Event ประจำปี “ฟาร์ม เฟสติวัล ออน เดอะ ฮิลล์” (Farm Festival on The Hills) มหกรรมคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี โดยจะจัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี และ “เทศกาลบอลลูนนานาชาติ” (International Balloon Fiesta) ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน อีเวนต์สำคัญที่จะผลักดันให้ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกหรือ “World-Class Destination” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

ทั้งยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมกีฬา วิ่ง จักรยาน ฯลฯ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในจังหวัดตลอดทั้งปี โดยพงษ์รัตน์บอกกับเราว่าหากไม่มีข้อผิดพลาดภายในปีนี้จะมีถึง 3 งาน คือ งาน Vacation on Camp กิจกรรมแคมปิ้งและมินิคอนเสิร์ต, งาน Chiang Rai Road Classic การแข่งขันจักรยานทางเรียบที่มีเส้นทางการปั่นสวยที่สุดในประเทศ และงาน Countdown ที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการ

นอกจากพื้นที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมอีเวนต์ต่าง ๆ แล้ว สิงห์ปาร์ค เชียงราย ยังมีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อและส่วนหนึ่งได้รับการรับรองจากประเทศญี่ปุ่น อย่าง กล้วยหอมทอง Gros Michel Banana ที่ผลใหญ่เปลือกบาง ปลอดจากโรคปานามา ดีซีส ซึ่งได้รับมาตรฐาน JGAP มีแผนการจำหน่ายจะส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น ภายในปี 2565 หรือพุทราซื่อหมี่ Jujube ที่ขนาดผลใหญ่ เนื้อแน่นหนา กรอบ หวาน เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศและมีการปรับปรุงพันธุ์จนเป็นสายพันธุ์พิเศษเฉพาะที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย รวมถึงข้าวโพด Pure White Hokkaido ข้าวโพดรับประทานดิบ ต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น และยังมีเมล่อนญี่ปุ่น Japanese Melon, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี Varies Berry และผักแปลงเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิก ประเทศไทย ทั้งหมดนี้คือผลผลิตทางการเกษตรและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายเตรียมไว้รับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน

นับว่าสิงห์ปาร์ค เชียงราย คือภาคเอกชนที่เข้าใจแก่นแท้ในเอกลักษณ์ของเชียงราย สร้างเสน่ห์ จุดขาย และแรงดึงดูดใจใหม่ ๆ ให้เมืองล้านนาแห่งนี้กลายเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับคนในพื้นที่ผ่านทางตรงคือการสร้างรายได้และอาชีพ และทางอ้อมคือถึงช่วยผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย กระตุ้นให้เกิดเงินหมุนเวียนในจังหวัด เกิดการใช้จ่ายสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรให้มีความกินอยู่ที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน การเดินหน้าวางแผนต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างรัดกุมรอบด้าน การวางแผนจัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมภายในของสิงห์ปาร์ค เชียงรายเอง ตอกย้ำให้เห็นว่า สิงห์ปาร์ค เชียงราย ยังคงเป็นพี่ใหญ่ที่เป็นโตโผสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงรายให้เติบโตและก้าวไปต่อได้ท่ามกลางวิกฤตที่ผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็กรายใหญ่ในพื้นที่ยังไม่พร้อมขยับตัว

และท้ายที่สุด…แม้ในวันนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยยังกลับมาไม่ถึง 100% และทุกย่างก้าวยังไม่เกิดผลกำไร แต่ในฐานะเครื่องยนต์สำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดพลวัตทางการเงิน การหมุนเวียนของเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย สิงห์ปาร์ค เชียงราย ก็ยังคงเดินหน้าฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้จังหวัดนี้กลับมามีสีสันอีกครั้ง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน