Disrupt สิ่งที่ธุรกิจต้องเผชิญ พร้อม 5 กลยุทธ์การตลาดเพื่อรับมือ (วิเคราะห์)
งานวิจัยใหม่ของเอคเซนเชอร์ (NYSE: ACN) สำรวจพบว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้บริหารการตลาดทั่วโลกเกือบ 70% ให้พนักงานทำงานอย่างหนัก ซึ่งสอดคล้องกับสถิติภาวะหมดไฟในคนทำงานทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นมากเป็นเงาตามตัว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวก็เผยกลยุทธ์ที่เป็นความหวังในการปรับตัวอย่างผู้ชนะไปด้วยเช่นกัน
งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำโดย Accenture Interactive ภายใต้หัวข้อ “The Great Marketing Declutter” หรือปรากฏการณ์การลดทอนความยุ่งเหยิงทางการตลาดครั้งใหญ่ ระบุว่ามีนักการตลาดกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 17% จากผู้บริหารการตลาดกว่า 1,000 คนที่ทำการสำรวจ เปิดเผยว่าในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา องค์กรของตนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีท่ามกลางสภาวะที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน และความซับซ้อนของปัจจัยต่าง ๆ
รายงานฉบับนี้ ให้นิยามของคนกลุ่มนี้ว่า “ผู้พิชิต” (Thrivers) เพราะพนักงานส่วนใหญ่ (86%) ในองค์กรเหล่านี้ เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมุมมองใหม่ในการให้บริการลูกค้าที่มีแรงจูงใจซึ่งสามารถเปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว
“ผู้พิชิต” จัดการกับความยุ่งเหยิ
โดยต้องหาให้เจอว่าจะให้บริ
รายงานฉบับนี้ ได้แบ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่
“นักการตลาดที่ใช้สถานการณ์
นางสาวมนต์ชยา กุลวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส เอคเซนเชอร์ อินเตอร์แอคทีฟ กล่าวและเสริมว่า “ปัจจุบันการทำให้แบรนด์เข้
“ผู้พิชิต” ตัดตอนความยุ่งเหยิง พิชิตชัยชนะได้ดีกว่า “ผู้อยู่รอด”

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า “ผู้พิชิต” ได้ปรับทิศทางธุรกิจการตลาดให้
5 แนวทาง สู้ภัย Disrupt
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นอีกว่า “ผู้พิชิต” มีบทบาทนำ ทั้งในด้านความคิดและวิธีปฏิบั
- ทำความคุ้นเคยกับลูกค้า: เราต้องยอมรับว่าลูกค้าที่
พวกเขาเคยรู้จัก ได้เปลี่ยนไปแล้ว “ผู้พิชิต” ได้โยนความเชื่อเก่า ๆ เกี่ยวกับความชอบของลูกค้าทิ้ งไป และรู้ดีว่าการตั้งสมมุติ ฐานอาจไม่เหมาะอีกต่อไป พวกเขาจำต้องรับฟังลูกค้าและจั ดระบบการตลาดใหม่ โดยคำนึงถึงลูกค้าในขณะนั้นเป็ นสำคัญ และใช้ความพึงพอใจของลูกค้าเป็ นตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญที่ สุด - ค้นหาความแตกต่างร่วมกัน: “ผู้พิชิต” รู้ดีว่าการจะมอบประสบการณ์ที่
แตกต่างให้แก่ลูกค้าได้นั้น จะต้องอาศัยความเป็นอันหนึ่งอั นเดียวและร่วมมือกัน กลุ่ม “ผู้พิชิต” ลงความเห็นว่าข้อมูลจากลูกค้าสำคัญยิ่งต่อการตัดสินใจทางธุ รกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกั บประสบการณ์ของลูกค้า มากกว่ากลุ่ม “ผู้อยู่รอด” ถึง 60% “ผู้พิชิต” ตระหนักดีว่าจะต้ องประสานการทำงานของทุกระบบเข้ าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขาย บริการ และการตลาด ศักยภาพในการสร้างความแตกต่างจึ งจะเกิดขึ้นได้ - รุกให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง: “ผู้พิชิต” ส่วนใหญ่ (มากถึง 91%) เชื่อว่าพฤติกรรมของลูกค้าปรั
บเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่เคยเป็น ด้วยเหตุนี้ จึงมองเป้าไปที่การสื่อสาร สาระสำคัญหลัก เนื้อหา และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถเชื่อมโยงกับความต้ องการของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ “ผู้พิชิต” ยังมีแนวโน้มในการเพิ่มการลงทุ นเพื่อเร่งสปีดให้เท่าทั นตลาดมากกว่า “ผู้อยู่รอด” เกือบ 50% (95% เทียบกับ 65%) - หาให้เจอว่าสิ่งใดที่คนไม่
อยากทำ: ปัจจุบันระบบนิเวศด้านการตลาดมี ความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทัชพอยต์ที่สัมผัสกับผู้ บริโภค เทคโนโลยี ประเด็นด้านระเบียบ และพันธมิตร ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว “ผู้พิชิต” เอาชนะความซับซ้อนได้โดยปรั บไปใช้กระบวนการทำงานแบบอัตโนมั ติ และยกระดับระบบปฏิบัติการให้เป็ นแบบอุตสาหกรรม “ผู้พิชิต” มีแนวโน้มที่จะลงทุนเพิ่มขึ้ นเพื่อปรับปรุงวิธีการทำงานร่ วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศ เมื่อเทียบกับ “ผู้อยู่รอด” (91% กับ 56%) แม้กระทั่งคิดถึงการตัดงานที่ จวนจะเสร็จออกไป เพื่อติดอาวุธธุรกิจการตลาดให้ มีความได้เปรียบ พร้อมมุ่งสู่ความสำเร็จในอนาคต - เป็นตัวจริงในสิ่งที่ยืนหยัด: “ผู้พิชิต” เป็นเจ้าของหลักการตามเจตนารมณ์
ของแบรนด์ เข้าถึงและเข้าใจลูกค้าอย่างแท้ จริง เชื่อมโยงและส่งมอบในสิ่งที่ลู กค้าให้คุณค่า พวกเขามองเห็นว่าคุณค่าที่ลูกค้ ายึดถือได้เปลี่ยนไปแล้ว มากกว่า “ผู้อยู่รอด” ถึงห้าเท่า โดยสถานการณ์โรคระบาดเป็นปัจจั ยผลักดัน เปิดโอกาสให้คิดทบทวนบทบาทด้ านการตลาดใหม่ และปรับเจตนารมณ์ของแบรนด์ให้ สอดคล้อง
รายงานฉบับนี้ ยังได้ยกตัวอย่างวิธีที่องค์
I-
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
