บางคนอาจเคยได้ยินหรือได้เห็นคำว่า ‘กดเมอหรือรับกดเมอ’ แต่อาจจะไม่รู้ว่าความหมายของเมอคืออะไร Mercari (เมอคาริ) เป็น E-Marketplace หรือเว็บไซต์สื่อกลางในการติดต่อซื้อขายที่รวบรวมสินค้ามือสองและร้านค้าต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคล้ายกับ Shopee หรือ Lazada ของบ้านเรานั่นเอง

แต่น้อยคนนักที่ทราบว่า Shintaro Yamada (ชินทาโร่ ยามาดะ) เป็นผู้ก่อตั้ง Mercari ขึ้นมา โดยเน้นธุรกิจแบบ C2C (Customer to Customer หรือการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค) ซึ่งในปี 2021 นี้ FORBES ยกให้ Shintaro Yamada อยู่อันดับ 25 ของ 50 คนรวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยมีรายได้สุทธิทั้งหมด 2.2 พันล้านดอลลาร์

ที่น่าสนใจ ชินทาโร่ ยามาดะ เป็นมหาเศรษฐีพันล้านที่อายุน้อยที่สุด คือ 44 ปี จาก 50 อันดับ

ถ้าอย่างนั้นเรามารู้จักกับชายเจ้าของประโยค “อย่ากลัวความล้มเหลว: จงกล้าหาญ” Shintaro Yamada กันเลย

ช่วงเวลาก่อนสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่

Shintaro Yamada เป็นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น และเป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ Mercari โดยในช่วงที่เขาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาได้ฝึกงานที่บริษัท Rakuten Inc. เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ประมูลสำหรับบริษัท ซึ่งเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก และต่อมาเว็บไซต์นี้เริ่มกลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการค้าปลีกมีมูลค่าถึง 14 พันล้านดอลลาร์

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Waseda ด้านคณิตศาสตร์ Shintaro Yamada ได้ก่อตั้ง Unoh Inc. ในเดือนสิงหาคม 2001 ซึ่งเขารับผิดชอบในการออกแบบและพัฒนาบริการบนเว็บหลายอย่าง เช่น การสมัครสมาชิกนิตยสารออนไลน์ Fujisan.co.jp การจัดการเว็บไซต์ชุมชนผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ Movie Life หรือเว็บไซต์แบ่งปันภาพถ่าย Photozou เป็นต้น

ต่อมาในปี 2005 บริษัท Unoh ได้เข้าสู่วงการเกมโซเชียล โดย Shintaro Yamada ได้พัฒนาและสร้างเกมโซเชียลที่ประสบความสำเร็จมากมาย โดยในบรรดาเกมเหล่านั้น เกม “Machitsuku!” ได้รับความนิยมสูงที่สุดด้วยผู้ใช้มากกว่า 5 ล้านคน

ต่อมาบริษัท Unoh ถูกซื้อกิจการโดย Zynga Japan ในเดือนสิงหาคม 2010 ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเกมโซเชียลอันดับ 1 ในเดือนสิงหาคม 2010 โดย Shintaro Yamada ได้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของ Zynga Japan เขาได้ทำงานหลายอย่าง เช่น การแปลภาษาให้กับบริษัทในซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นผู้นำในเกมทั่วไปอย่าง FarmVille เป็นต้น

ตามหาไอเดียสำหรับการก่อตั้งธุรกิจใหม่ ๆ

จากนั้น Shintaro Yamada ลาออกจากบริษัท Zynga Japan ในเดือนมกราคม 2012 เพื่อเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก เขาใช้เวลาหนึ่งปีเดินทางไปทั่วโลก เขาไปเที่ยว 23 ประเทศในระยะเวลา 6 เดือน โดยพักในหอพักราคา 5 ดอลลาร์ต่อคืนโดยไม่มีน้ำร้อน ขี่มอเตอร์ไซค์และขึ้นรถบัสท้องถิ่นระหว่างจุดหมายปลายทาง ทำให้เขาเห็นว่าแม้แต่หมู่บ้านที่ยากจนที่สุดก็มีโทรศัพท์มือถือและทุกคนต่างก็กระหายเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงโลกกว้าง

เขาจึงได้มุ่งมั่นที่จะก่อตั้งบริษัทที่จะให้ผู้คนในประเทศต่าง ๆ ติดต่อกันได้ และได้แนวคิดสำหรับธุรกิจใหม่ของเขา เพื่อสร้างบางสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์ได้ทุกที่ในโลก

Shintaro Yamada เริ่มคิดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มที่สามารถอนุญาตให้ผู้คนแลกเปลี่ยนเงิน สิ่งของ หรือบริการ โดยใช้ผ่านทางสมาร์ตโฟนของพวกเขาได้ เขาจึงก่อตั้งMercari Inc. ขึ้นมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2013

และเปิดตัวแอปตลาดออนไลน์ “Mercari” ในเดือนกรกฎาคม 2013 โดยเน้นที่ผู้ใช้สมาร์ตโฟน และเนื่องจากเขาเป็นคนที่ชื่นชอบอินเทอร์เน็ตเป็นอันมาก เขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ต และเขาเห็นว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดอยู่บนเดสก์ท็อป เขาจึงสร้างแอปที่สามารถใช้งานได้ทั้งสมาร์ตโฟนและเดสก์ท็อป

ความสำเร็จของ Mercari

Shintaro Yamada คำนึงถึงบทบาทของMercariที่จะมีต่อสังคม เขาหวังว่าMercariจะช่วยให้สังคมเจริญรุ่งเรืองโดยหมุนเวียนทรัพยากรที่จำกัด โดยเขาต้องการช่วยสร้างสังคมที่ใช้สิ่งต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเขาเข้าใจว่าทรัพยากรมีอย่างจำกัด ผู้คนในประเทศที่เกิดขึ้นมาใหม่ก็จะไม่สามารถบรรลุมาตรฐานการครองชีพแบบเดียวกันกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจึงสร้างแอปMercariเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดได้มากขึ้น

ความได้เปรียบของMercariคือการได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ขายสามารถดูรายการเพื่อขายหรือโพสต์ของตนเองได้อย่างง่ายดาย โดยผู้ขายสามารถขายทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงตั๋วเบสบอลโดยใช้แอพMercari ทำให้หลังจากการเปิดตัวแอปMercari ในปี 2013 ปัจจุบันมีการดาวน์โหลดมากกว่า 100 ล้านครั้งและมีลูกค้าที่ใช้งานมากกว่า 10 ล้านรายต่อเดือน

ต่อมาบริษัทMercariได้รับสถานะยูนิคอร์นภายในปี 2016 ทำให้บริษัทMercariกลายเป็นสตาร์ตอัปรายแรกของญี่ปุ่นที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาอันสั้น

นอกจากนี้ Shintaro Yamada ยังวางแผนกลยุทธ์เพื่อโปรโมตMercariในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 และมียอดดาวน์โหลดไปแล้ว 7 ล้านกว่าครั้ง แต่ก็ยังรักษาผู้ใช้งานไว้ได้ยาก เพราะจะต้องแข่งกับตลาดหลักอย่าง Amazon.com Inc และ eBay Inc

เขาจึงได้ลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 10 เปอร์เซ็นต์ของMercari และวางแผนที่จะใช้เงินร่วมทุนเพื่อทำการตลาดผ่านเว็บไซต์โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ซึ่งมีสัญญาณของความคืบหน้าไปในทางที่ดี Mercariได้ไต่อันดับขึ้นในการจัดอันดับแอปซื้อของที่ดาวน์โหลดสำหรับอุปกรณ์ Apple โดยทะลุ 10 อันดับแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 ตามรายงานข้อมูลจาก App Annie

Shintaro Yamada เชื่อว่าการชนะบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญในการเป็นบริษัทระดับโลก และเขาเชื่อว่านี่เป็นการเติบโตของบริษัทและเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะอาจจะมีบริษัทอื่นเข้ามาในตลาดสหรัฐฯ และMercariก็อาจจะต้องเผชิญหน้ากับบริษัทเหล่านั้นในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

นอกจากนั้น Mercariเสนอขายหุ้น IPO แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกในระดับสูงสุดเพื่อขายหุ้นมูลค่า 130.5 พันล้านเยน (1.2 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนมิถุนายน 2018 ด้วยภารกิจ “สร้างมูลค่าในตลาดโลกที่ทุกคนสามารถซื้อและขายได้” โดย Shintaro Yamada ตั้งเป้าที่จะเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในประเทศญี่ปุ่น และหลังจากที่เขาเสนอขายหุ้นของMercari ไปทำให้ความมั่งคั่งของผู้ก่อตั้ง Shintaro Yamada อยู่ที่ 115 พันล้านเยน และราคาเสนอขายหุ้น IPO 43.5 ล้านหุ้นในราคา 3,000 เยนต่อหุ้น ทำให้บริษัทMercariมีมูลค่าตลาดทั้งหมด 406 พันล้านเยน เห็นได้ชัดว่า Mercariเติบโตขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถซื้อและขายสินค้าได้อย่างง่ายดาย

คำนึงถึงอนาคต

Shintaro Yamada ได้ก่อตั้ง “มูลนิธิ YAMADA Shintaro D&I” ในปี 2021 เพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนสามารถเติมเต็มศักยภาพโดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ เชื้อชาติหรือศาสนา D&I หมายถึง “ความหลากหลาย” และ “การรวม” โดยเน้นไปที่โครงการทุนการศึกษาสำหรับผู้หญิงในสาขาวิทยาศาสตร์ เพื่อลดปัญหาความไม่ยุติธรรมสำหรับผู้หญิงและคนต่างชาติที่เขาเคยเห็นปัญหาต่าง ๆ ผ่านการทำงานกับพนักงานที่หลากหลายและการจัดหาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า

จากข้อมูลของมูลนิธิพบว่าผู้หญิงคิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่ต่ำที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิก OECD และอัตราวิศวกรหญิงนั้นต่ำเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ในญี่ปุ่น Shintaro Yamada เชื่อว่าในบางครั้งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้หญิงที่จะตัดสินใจเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์ เนื่องจากถูกต่อต้านจากคนรอบข้าง มูลนิธินี้เลยมีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มอัตราส่วนของผู้หญิงในหมู่นักศึกษาวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยใหม่ทั้งหมดเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ภายในปีงบประมาณ 2035 ผ่านทุนการศึกษาและโครงการอื่น ๆ และยังมีแผนการที่จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรยายโดยนักวิจัยหญิงเพื่อเผยแพร่ความน่าสนใจของวิทยาศาสตร์ในหมู่เด็กผู้หญิง เป็นต้น

บทสรุป

ในภาษาลาติน Mercari มีความหมายว่า “ค้าขาย” ซึ่ง Shintaro Yamada ตั้งใจที่จะใช้ชื่อนี้ให้กลายเป็นชื่อที่แพร่หลายในญี่ปุ่น โดยสื่อความว่าแอปนี้เป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ใช้งานได้ง่าย ซึ่งผู้ใช้สามารถขายและซื้อสิ่งของต่าง ๆ ผ่านสมาร์ตโฟน ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว

ปัจจุบัน Mercari ได้ดำเนินงานในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยมีการเติบโตจนกลายเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยธุรกรรมกว่า 10 พันล้านเยนที่ดำเนินการบนแพลตฟอร์มในแต่ละเดือน ความกล้าหาญในการเริ่มต้นสร้าง Mercari และความไม่กลัวที่จะล้มเหลวในการเปิดตัว Mercari ที่สหรัฐอเมริกา ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ Shintaro Yamada สมดังประโยคที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า “อย่ากลัวความล้มเหลว: จงกล้าหาญ”


อ้างอิง : forbes.com / wikipedia.org / japantimes.co.jp / japantimes.co.jp / jp.linkedin.com / asahi.com / mercan.mercari.com / mercari.com / reuters.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน