“ตลาดร้านกาแฟ” ในไทยมีการเติบโตเฉลี่ย 20-25% ต่อปี และคาดว่าปีนี้สามารถเติบโตในอัตราเฉลี่ยเท่ากับปีที่ผ่านมา จึงทำให้ภาพรวมของตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรง และมีผู้เล่นรายใหม่ๆเข้ามาชิงก้อนเค้กอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่ที่เป็นเชนอย่างอินเตอร์แบรนด์อย่าง และแบรนด์ไทย โดยมี 3 เชนที่เป็นพี่ใหญ่ของตลาด ด้วยมีสาขาอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ สตาร์บัคส์, ทรูคอฟฟี่ และ คอฟฟี่เวิลด์
การแข่งขันที่ดุเดือดนี่เอง จึงไม่ต้องแปลกใจหากจะมีบางแบรนด์ ที่ถอนทัพออกจากตลาดไปก่อนเวลาอันควร อย่างล่าสุดก็เพิ่งมีอินเตอร์แบรนด์ อย่างคอสตา คอฟฟี่ จากประเทศอังกฤษ ที่ต้องถอนทัพออกจากตลาดไป แม้จะเพิ่งเข้ามาได้ 2-3 ปีก็ตามทำให้แบรนด์ที่จะสามารถ “อยู่รอด” ได้ ต้องสร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ การบริการ และคุณภาพของสินค้าให้ดี รวมถึงต้องปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค และเพิ่มจำนวนสาขาให้ครอบคลุม ที่สำคัญ “โปรโมชั่น 1 แถม 1” ก็ยังเป็นที่ดึงดูดผู้บริโภคได้ดีอยู่เสมอ
ซึ่งในปี 2016 ภาพที่จะฉายสงครามอันดุเดือดของเหล่า “Big Player” ได้ชัดเจน คงไม่พ้นการเร่งขยายสาขาใหม่ของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น “คอฟฟี่เวิลด์” ที่วางแผนเปิดใหม่ 20 สาขา ผ่านงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 5 สาขา ครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 15 สาขา เน้นกลยุทธ์การขยายสาขาแบบแฟรนไชส์ มากกว่าที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนเอง และในต่างประเทศเตรียมเปิดพร้อมกันอีก 4 สาขา ในรูปแบบคอฟฟี่เวิลด์ เรสเตอร์รองค์ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยปัจจุบันมีรวมประมาณ 100 สาขาในไทย และต่างประเทศอีก 40 สาขา
ขณะที่เจ้าตลาดกลุ่มพรีเมี่ยมอย่าง “สตาร์บัคส์” ก็ไม่น้อยหน้า วางแผนที่จะขยายเพิ่มอีก 40 สาขา โดยครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 20 สาขา ตั้งเป้าให้ได้ 300 สาขาภายในปี 2018 จากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 262 สาขา แบ่งเป็น ร้านทั่วไป 228 สาขา ไดรฟ์ทรู 14 สาขา และ Starbucks Coffee Leadership Store 20 สาขา
และหากจะถามว่า “เทรนด์ต่อไป” ที่ต้องจับตาของตลาดร้านกาแฟก็คงหนีไม่พ้น การเข้ามาของ “ร้านกาแฟสัญชาติเกาหลี” ที่มีกระแส K-POP เข้ามาช่วยหนุน และ “ร้านกาแฟอินดี้” ที่เป็นแบรนด์ของไทยเอง ซึ่งเกิดจากคนรุ่นใหม่สนใจในธุรกิจกาแฟ ที่มาพร้อมกับพฤติกรรมของคนไทยที่มีความเข้าใจในกาแฟที่เพิ่มขึ้น จึงมาพร้อมกับความต้องการกินกาแฟที่มีรสชาติที่ดีมากขึ้น

