การเข้าไปทำธุรกิจใน CLMV กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ในระยะยาวให้ประสบความสำเร็จ สื่อ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้และยอดจำหน่ายที่ตามมา ด้วยพฤติกรรมและข้อจำกัดใน CLMV ไม่เหมือนกันและไม่เหมือนประเทศไทย การศึกษาสื่อที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นของนักธุรกิจที่จะรุกตลาด CLMV เพราะการใช้สื่อผิด คือการนำเงินไปละลายแม่น้ำฟรี โดยไม่เปิดประโยชน์แต่อย่างใด

 

กัมพูชา

TV -Event Marketing- Out of Home

ทีวียังคงเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพล จากพฤติกรรมชาวกัมพูชาที่ยังคงดูทีวีมากถึง 90% มากกว่าประเทศไทย นอกจากนี้สื่อ Event Marketing และ Out of Home ก็เป็นสื่อที่สามารถสร้าง brand awareness ไม่แพ้กัน

Facebook

ในกัมพูชาการเติบโตสื่อดิจิทัลสูงมาก การเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ 140%-150% ของจำนวนประชากร และชาวกัมพูชาใช้งาน Facebook เป็นทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ทั้งอ่านข่าว Search หาข้อมูล เพราะฉะนั้นข้อมูลทุกอย่างที่เข้าถึงชาวกัมพูชาจะอยู่ใน Facebook ทั้งสิ้น แบรนด์ที่เข้าไปทำตลาดในกัมพูชาไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์แต่ควรมี Facebook Page และสื่อสารผ่าน Facebook ได้โดยตรง

Micro Card

เป็นเรื่องจริงที่ชาวกัมพูชาอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุน้อยลง แต่ใช้สื่อออนไลน์ผ่านมือถือมากขึ้น และเกิดธุรกิจการเช่าไมโครการ์ดมือถือที่บรรจุภาพยนตร์ ซีรีย์ ยอดนิยม และดูผ่านมือถือ

 

 

ลาว

TV

ชาวลาวนิยมดูทีวี แต่ไม่ใช่รายการทีวีที่ออกอากาศโดยช่องทีวีลาว พวกเขานิยมดูรายการทีวีจากประเทศไทย สินค้าที่โฆษณาในช่องรายการทีวีไทยจะได้รับอนิจสงค์ไปโดยปริยาย สำหรับแบรนด์ที่ต้องการลงโฆษณาในช่องทีวีลาว ควรลงในช่วงข่าว เพราะเมื่อถึงช่วงข่าวคนลาวจะเปลี่ยนกลับมาดูรายการข่าวในประเทศแทนรายการข่าวไทยซึ่งเป็นสิ่งที่ไกลตัว

Facebook-We Chat

โซเชียลเน็ตเวิร์คยอดนิยมของชาวลาวมีด้วยกัน 2 แพลตฟอร์มได้แก่ Facebook และ We Chat ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศจีน ซึ่งเป็น2 แพลตฟอร์มที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่และมีกำลังซื้อสูงมาก นอกจากนี้ผู้บริโภคประเทศลาวยังให้ให้ความนิยมเน็ตไอดอลชาวลาว และดาราไทยที่มีเชื้อลาวมากเป็นพิเศษ

Out of Home-Event Marketing

ปัจจุบันชาวลาวเดินทางไปมาหาสู่กันสูง สื่อ Out of Home จึงเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลในการสร้าง Awareness พอๆ กับการทำ Event Marketing

วิทยุ

ชาวลาวฟังวิทยุตามดีเจที่มีโพซิชันนิ่งที่ชัดเจน ไม่ได้ตามสถานีเนื่องจากสถานีวิทยุแต่ละสถานีไม่มีความแตกต่างกันอย่างโดดเด่น

 

เมียนมาร์

TV

การเติบโตของยอดผู้ชมรายการทีวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับประเทศอื่นๆ ใน CLMV ที่ดูทีวีน้อยลงและใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากเมียนมาร์ยังเข้าถึงสื่อทีวีค่อนข้างต่ำ จากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยังคงมีปัญหา ทั้งระบบไฟฟ้า ที่ยังเข้าไม่ถึงคนทั้งประเทศ กระแสไฟที่จ่ายไปตามบ้านเรือนยังไม่เสถียร และดับๆ ในบางช่วงเวลา เมื่อครัวเรือนไหนมีไฟฟ้าใช้จะนิยมซื้อทีวีเข้ามาดูร่วมกันในบ้าน

DVD

ชาวเมียนมาร์นิยมเช่า DVD เปิดดูด้วยกันทั้งครอบครัว ทั้งซีรีย์ โลคอล เกาหลี ไทย ฮอลลีวูด และบอลลีวู้ดจากชายแดนเมียนมาร์ที่ติดกับอินเดียและบังคลาเทศ

Digital-Mobile First

สื่อดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็วตามกระแสการใช้งานสมาร์ทโฟนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดปัจจุบันมีผู้เข้าถึงมือถือประมาณ 40 ล้านคน จากประชากร 50 ล้านคน เมื่อเทียบกับเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ชาวเมียนมาร์เข้าถึงมือถือประมาณ 7-8 ล้านคนเท่านั้น จากซิมมือถือที่มีราคาถูกลง เมื่อเทียบกับ 5-6ปีที่ผ่านมาซิมมือถือในเมียนมาร์มีราคาต่อซิมประมาณ 60,000 บาทต่อซิมไม่รวมค่าโทร ในปัจจุบันเหลือเพียง 50 บาทเท่านั้น

ถึงแม้การเติบโตของซิมมือถือจะเพิ่มสูงอย่างเห็นได้ชัดแต่การกระจายของซิมยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ เพราะเครือข่ายมือถือยังไม่ครอบคลุม การใช้งานมือถือของชาวเมียนมาร์จึงมี 2 ซิมและใช้งานตามโปรโมชั่น

การเข้าถึงซิมที่รวดเร็วของชาวเมียนมาร์มาพร้อมกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสื่อดิจิทัลตลาดเมียนมาร์จึงเป็นตลาดของ Mobile First การสื่อสารผ่านดิจิทัลควรคิดผ่านมือถือเป็นหลัก

Viber

Viber เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คยอดนิยมที่สุดในเมียนมาร์ และเมียนมาร์เป็นประเทศที่ใช้งาน Viber เป็นอันดับสองของโลก เพราะ Viber เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คแรกที่เข้ามาทำตลาดในเมียนมาร์ รวมถึงชาวเมียนมาร์ที่ลี้ภัยไปยังประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย ต่างแนะนำ Viber ให้ญาติและเพื่อนๆ ในประเทศเมียนมาร์ใช้เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้เป็นประจำมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเคส Viber จะเห็นได้ว่าในตลาดเมียนมาร์ถ้าเข้าสู่ตลาดเร็ว และทำแบรนด์อย่างจริงจังย่อมมีโอกาสเกิดในประเทศนี้ได้ไม่ยาก

วิทยุ -Out of Home -สื่อเคลื่อนที่

วิทยุเป็นสื่อที่ใช้ได้ดีในต่างจังหวัด เพราะในต่างจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองหลักในเมียนมาร์ยังเข้าไม่ถึงทีวี ส่วนสื่อ Out of Home และสื่อเคลื่อนที่เป็นสื่อที่ได้ผลดีกับกลุ่มเป้าหมายในเมืองหลัก

 

เวียดนาม

TV – Online

TV ยังคงเป็นสื่อหลักในประเทศเวียดนาม โดยเวียดนามมีสถานีฟรีทีวีมากกว่า 70 ช่อง ในรูปแบบทีวีเฉพาะ การวางแพลนสื่อทีวีจะต้องกำหนดพื้นที่กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน แต่ในวันนี้การดูทีวีของชาวเวียดนามเริ่มลดน้อยลงและเปลี่ยนเป็นดูทีวีออนไลน์และออนดีมานด์เพิ่มขึ้น ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์เริ่มลดลงเพราะคนเวียดนามเปลี่ยนพฤติกรรมอ่านคอนเทนต์จากออนไลน์มากขึ้น

Zalo

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเวียดนามสูงกว่าไทย และที่น่าสนใจคือเวียดนามมีแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ค Zalo ที่พัฒนาโดยคนเวียดนาม และเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนหนึ่งเพราะชาวเวียดนามมีความเป็นชาตินิยมสูง

Out of Home

คนเวียดนามกระจุกตัวในเมืองหลัก และเป็นสื่อที่กำหนดพื้นที่ได้

ที่มา : Havas River Orchid ผู้ให้บริการการสื่อสารการตลาดใน CLMV, กรกฎาคม 2559