ใน 4 ประเทศ CLMV กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม มีความไม่เหมือนกัน โดยเวียดนามเป็นประเทศที่เจริญที่สุดใน CLMV มีความแตกต่างจาก CLM โดยสิ้นเชิง นักธุรกิจที่จะเข้าไปทำตลาด CLMV จะต้องเข้าไปทำตลาดให้ถูกที่ถูกจังหวะ การทำธุรกิจจึงประสบความสำเร็จอย่างน้อยในแง่ของดีมานด์ที่ต้องการซัพพลาย
เวียดนาม
เวียดนามเป็นประเทศที่แตกต่างจาก CLM สินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศเวียดนามสามารถผลิตและใช้ในประเทศเพียงพอและยังสามารถส่งออกแข่งขันกับประเทศไทยอีกด้วย
ถึงแม้สินค้าอุปโภคบริโภคในเวียดนามจะมีความเพียงพอต่อความต้องการ แต่จากการขยายตัวของชนชั้นกลาง เวียดนามก็ยังมีความต้องการในสินค้าอื่นๆ ที่แอดวานซ์ขึ้นไป ซึ่งเป็นโอกาสทางการตลาดของนักธุรกิจชาวไทยที่เข้าไปสร้างโอกาสทางธุรกิจในนั้น
1.สินค้าที่อำนวยความสะดวก เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า Gadget มือถือ อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน สำนักงาน
2.สินค้าสุขภาพ อาหารออแกนิค
3.สินค้าที่ช่วยพัฒนาการทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น เช่นSoftware การวางระบบ เทรนนิ่ง โคชชิ่ง พัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร องค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไทยมีศักยภาพสูง
4.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่น เช่นสินค้าแฟชั่น การเดินทางท่องเที่ยวสำหรับวัยรุ่น Coffee Shop เพราะประชากรเวียดนามมีอายุเฉลี่ยเด็กกว่าประเทศไทย อย่าง airBNB เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากในเวียดนาม
5.สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพราะเวียดนามให้ความสำคัญกับการศึกษามาก แม้โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ ทั้งวิชาการ ดนตรี ศิลปะเกิดขึ้นมากในเวียดนาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ กับความต้องการ
กัมพูชา-ลาว-เมียนมาร์
3 ประเทศ CLM เป็นประเทศที่เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ความต้องการในสินค้าและบริการจึงมีความแตกต่างจาก V เวียดนามโดยสิ้นเชิง และธุรกิจที่ไปได้สวยในประเทศ CLM ได้แก่
1.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนน บ้าน อาคาร เพราะอยู่ในระหว่างก่อสร้างประเทศ รวมถึงธุรกิจออกแบบอย่างสถาปนิก มัณฑนศิลป์ วัสดุในการก่อสร้างต่างๆ
2.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้ง Outbound และ Inbound ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร มัคคุเทศก์ ซอฟท์แวร์ แอพพลิเคชั่น ที่อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว และการจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน จาก CLM เป็นประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากประเทศไทยโปรโมทการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยก็จะเดินทางต่อไปยัง CLMV และ 3 ประเทศ CLM ก็ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน อย่างกัมพูชา มีนครวัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เมียนมาร์เพิ่งเปิดประเทศดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัส ลาวให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม
3.ธุรกิจอุปโภค บริโภคพื้นฐาน ชนชั้นกลางมีการเติบโตขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และการผลิตสินค้าในประเทศยังไม่เพียงพอกับความต้องการ CLM จึงมีความจำเป็นที่ต้องนำเข้าสินค้าอุปโภค บริโภคพื้นฐาน ตั้งแต่ของใช้ส่วนตัว ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม ถึงแม้ว่าในประเทศจะมีโรงงานเข้าไปตั้งเป็นจำนวนมาก แต่เป็นโรงงานที่ตั้งเพื่อผลิตสินค้าส่งออกจากแรงงานถูก และได้สิทธิ์พิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) จากยุโรปและอเมริกา
ทั้งนี้โครงการ CLMV+T ของรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยน CLMV เพื่อให้ T Thailand ได้ประโยชน์สูงสุด ถ้าผู้ประกอบการไทยไม่ขยับตัววันนี้เสียดายมาก เพราะโอกาสนี้อยู่ไม่นาน ประเทศใกล้เคียงอย่าง อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ต่างจ้องที่จะเข้าไปจับจองส่วนแบ่งการตลาดใน CLMV ด้วยเช่นกัน ซึ่งไทยผู้มีความได้เปรียบใน CLMV ถ้าไม่ใช้ความได้เปรียบนี้บุกตลาดก่อน เป็นไปได้ว่า ในอนาคตประเทศไทยจะไม่มีความได้เปรียบเหลืออยู่เลยจากการเข้ารุกต่างอย่างต่อเนื่องของประเทศอื่นๆ
แต่การเข้าไปทำธุรกิจใน CLMV นักธุรกิจควรจดลิขสิทธิ์ชื่อแบรนด์ในประเทศที่เข้าไปก่อนเพราะ การนำแบรนด์ไปทำตลาดใน CLMV โดยไม่จดลิขสิทธิ์ชื่อแบรนด์ อาจเจอนักธุรกิจใน CLMV นำชื่อแบรนด์ที่สร้างตลาดมาไปจดลิขสิทธิ์และสวมรอยทำตลาดแทนได้
ที่มา : Havas River Orchid ผู้ให้บริการการสื่อสารการตลาดใน CLMV, กรกฎาคม 2559
