หากพูดถึงนิยามของความมั่งคั่งในยุคก่อน เราอาจนึกถึงตัวเลขในบัญชีหรือพอร์ตการลงทุน แต่สำหรับบริบทของโลกยุคใหม่ “สุขภาพ” ได้กลายเป็นสกุลเงินที่มีค่าที่สุด หรือที่เรียกว่า “Health is the New Wealth

ซึ่งปัจจุบัน Wellness Economy กลายเป็น New S-Curve ที่เติบโตแรงที่สุดของไทย และเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ขยายตัวเร็วกว่า GDP โลกถึง 2 เท่า

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองในฐานะ “Wealth Hub” ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

ด้วยจุดแข็งด้าน Hospitality โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีที่ยังคงเติบโตสวนกระแสโลก

นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญที่ “แสนสิริ” (Sansiri) เลือกเดินเกมครั้งใหญ่ ผ่านแบรนด์ระดับท็อปอย่าง “นาราสิริ” (Narasiri) ด้วยการยกระดับมาตรฐานวงการอสังหาฯ ไทย สู่การสร้าง Luxury Wellness Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ

🔴 เปลี่ยน ROI สู่ “Return on Health”

นายณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนที่ดีที่สุดในเวลานี้คือ “การลงทุนในสุขภาพ” แนวคิดของแสนสิริคือการทำให้ Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มต้นจาก “บ้าน”

อินไซต์ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคระดับบน (High Net Worth Individuals) กำลังมองหาบ้านที่ตอบโจทย์ Health Assets หรือสินทรัพย์ทางสุขภาพ

ดังนั้น พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ระดับ 7 ไร่ในโครงการนาราสิริ และการมี Like-minded Community จึงกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

มากไปกว่านั้น แสนสิริยังได้เปิดตัวบริการพิเศษ “SLC Life Curator” สำหรับลูกบ้าน Sansiri Luxury Collection ที่ซื้อและโอนตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

โดยนำร่องที่นาราสิริ 4 โลเคชั่นหลัก ได้แก่ กรุงเทพกรีฑา, บรมราชชนนี, บางนา กม.10 และ พหลฯ-วัชรพล

🔴 เมื่อ “บ้าน” คือศูนย์กลางของสุขภาพแบบองค์รวม

อย่างไรก็ตาม การสร้าง Ecosystem ให้สมบูรณ์ ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แสนสิริจึงดึงพาร์ทเนอร์ระดับท็อปของโลกมาร่วมสะท้อนภาพ “The Art of Refined Living” หรือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ออกแบบได้ ใน 3 แกนหลัก

1. Integrative Medicine สุขภาพเริ่มต้นที่บ้าน (23.5 Hours Rule)

ผศ.นพ. สริะ กอไพ ศาล แพทย์ผู้เ้ชี่ยวชาญด้าน Endocrinolog y and Metabolism ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า

เทรนด์การแพทย์ยุคนี้เปลี่ยนจากการ “รักษาโรค” มาเป็น “การป้องกัน” (Preventive Health) มนุษย์เราอาจเจอหมอแค่ไม่กี่นาที แต่ใช้เวลาอีกกว่า 23 ชั่วโมงครึ่งอยู่ที่ “บ้าน”

ดังนั้น แสงธรรมชาติ ทิศทางลม พื้นที่สีเขียว และคุณภาพอากาศภายในบ้าน ล้วนส่งผลต่อนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) และความยืนยาวของอายุ (Longevity)

2. Physical Wellness เมื่อเครื่องออกกำลังกายคือชิ้นงานศิลปะ

นายสุรเชษฐ์ อมรรัตนเวช กรรมการผู้จัดการ Technogym Thailand มองว่า การร่วมมือครั้งนี้คือการสร้าง “Return on Health” ที่ชัดเจน

โดย Technogym ได้ออกแบบคลาสและอุปกรณ์ให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Fitness (เน้นรูปร่าง), Performance (เน้นสมรรถภาพทางกีฬา), Wellness (ผสาน Body & Mind)

และ Healthness (เน้นสมดุลการพักฟื้นและการใช้ชีวิต) โดยมีการนำนวัตกรรมล่าสุดอย่าง “Technogym Reform” มาเปิดตัวใช้งานจริงแบบ Exclusive ที่นี่

3. Beauty & Skincare ถอดรหัสคลินิกสู่บ้าน

นางสาวศศิธร บวรรัตนประทีป Head of Marketing and Retail, Helena Rubinstein Thailand เผยว่า ตลาด Beauty ในไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 10.3%

โดยเฉพาะกลุ่ม Skincare ที่โตถึง 11.8% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความ Sophisticated ในการดูแลตัวเองสูงมาก

Helena Rubinstein แบรนด์ความงาม จึงนำเสนอคอนเซปต์ “La Clinic At Home” ที่ผสาน Cellular Science เข้ากับไลฟ์สไตล์

เพื่อฟื้นฟูและดูแลผิวพรรณอย่างต่อเนื่องจากที่บ้าน ควบคู่ไปกับการพักผ่อนและการออกกำลังกาย

🔴 Experience Marketing ผ่าน “The Art of Refined Living”

ซึ่งแน่นอนว่าภาพของการสร้าง Ecosystem ระดับโลกเหล่านี้จะสมบูรณ์ไม่ได้ หากขาดการลงมือทำจริง

นาราสิริจึงนำคอนเซปต์ดังกล่าวมาต่อยอดให้ลูกบ้านได้สัมผัสประสบการณ์ตรง ด้วยการจับมือพาร์ทเนอร์จัดแคมเปญต่อเนื่อง 3 เดือนเต็ม (24 พ.ค.-9 ส.ค.) ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟใน 4 โครงการ

  • นาราสิริ พหล-วัชรพล : โฟกัสเรื่อง Nutrition & Diet ควบคู่กับ Technogym Bench Class (โดย Wolf BKK)
  • นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา : โฟกัสกลุ่ม Mind & Body ผ่าน Technogym Reform & Barre Class (โดย Curve BKK)
  • นาราสิริ บรมราชชนนี : เจาะกลุ่ม Power Training ด้วย Technogym Skillrow Class (โดย 139 ARENA)
  • นาราสิริ บางนา กม.10 : ปิดท้ายด้วยสายชาเลนจ์กับ Technogym Hybrid Challenge Class (ร่วมกับ Puma Nitro Run Club)

ท้ายที่สุดแล้วมูฟเมนต์ของแสนสิริในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการทำแคมเปญการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งทำยอดเฟสแรกไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท

แต่คือการเซ็ต “มาตรฐานใหม่” ของวงการพัฒนาอสังหาฯ ที่มองลึกไปถึงไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตระยะยาว

ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนจากการขาย “ทำเลและดีไซน์” มาเป็นการขาย “Ecosystem ของการมีชีวิตที่ดี” อย่างแท้จริง