หากเทียบกับช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมในปี 58 กับช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมในปี 59 ยอดขายโดยรวมของตลาดรถยนต์นั้นลดลงถึง 6% อันเนื่องมาจากการที่กำลังซื้อผู้คนน้อยลง ซึ่งสาเหตุหลักนั้นก็มาจากเสรษฐกิจที่ชะลอตัวนั่นเอง
แน่นอน เมื่อยอดขายลดลง เม็ดเงินที่จะใช้เพื่อการทำโฆษณาจึงเป็นอะไรที่ชะลอตัวตามลงไปด้วย สิ่งที่ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ออกมาทำจึงเน้นไปที่การทำ Sale Promotion ณ จุดขายมากขึ้นเพื่อหวังกระตุ้นยอดขายที่ซบเซา โดยจะเห็นได้จากการจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ที่เมื่อก่อนจะพบมากแค่ในช่วงของ Motor Show และ Motor Expo ซะส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะซื้อรถจากยี่ห้อไหน เมื่อไหร่ ก็มักจะมีโปรโมชั่นดี ๆ พ่วงมาด้วยเสมอ

ข้อมูลจาก Neilsan เปิดเผยว่ายอดซื้อโฆษณาจากแบรนด์รถยนต์ในปีแรกตกลงถึง 10% แต่ในมุมมองของ Media Insight ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการเอเยนซี่ซื้อสื่อโฆษณาบอกกับ Marketeer ว่า ในความเป็นจริงยอดซื้อสื่อโฆษณาลดลงมากถึง 15-20% ด้วยซ้ำ
สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มรถยนต์นี้ไม่ได้มีเพียงแค่โปรโมชั่น แต่ยังรวมไปถึงนวัตกรรมที่ล้ำหน้า และรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ อย่างเช่นรถยนต์ All New ที่ยอดขายจะมากกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ซึ่งครึ่งปีหลังค่ายรถยนต์จะทยอยกันออกมามากขึ้นอีกด้วย
เห็นได้จากยอดการซื้อสื่อโฆษณาอันดับ 3 ในตลาดรถยนต์ที่ปกติจะเป็น Honda แต่ปีนี้ได้เปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นของ Mazda แทน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา Mazda จะเน้นในเรื่องของความเป็นรถยนต์สมัยใหม่
และด้านล่างนี้คือ 8 อันดับแบรนด์รถยนต์ที่ใช้งบโฆษณามากที่สุดในครึ่งปีแรกของปี 2016
1.Toyota 1,200 ล้านบาท
2.ISUZU 734 ล้านบาท
3.Mazda 404 ล้านบาท
4.Honda 323 ล้านบาท
5.Nissan 320 ล้านบาท
6.Mitsubishi 278 ล้านบาท
7.Ford 253 ล้านบาท
8.Suzuki 213 ล้านบาท
