ภาพการถอยหลังออกจากธุรกิจน้ำมันของโออาร์ชัดเจนขึ้นทุกที
.
หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือน ก.พ. 2564 โออาร์ หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมทุนในบริษัทเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปแล้ว 6 บริษัท
.
โดยก่อนหน้านั้นได้เข้าไปลงทุนในบริษัท Peaberry Thai กาแฟ Specialty coffee แบรนด์ Pacamara ไปแล้ว 1 บริษัท
ทั้งหมดเพื่อเป็นการเสริมทัพธุรกิจ Non-Oil เดิมที่ โออาร์ มีเครือข่ายร้านอาหารและเครื่องดื่มอยู่แล้วประมาณ 3,812 สาขา (ข้อมูลถึง 3Q/64)
เช่น คาเฟ่ อเมซอน เท็กซัส ชิคเก้น ฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ เพิร์ลลี่ที และ Pacamara รวมทั้งร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Eleven เเละแบรนด์ จิฟฟี่ ในประเทศไทย ที่มีทั้งหมด 2,041 สาขา
.
เป็นโมเดลการสร้างความเติบโตที่แตกต่างจากคู่แข่ง เเละตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
.
และเพื่อให้เป็นไปตามเเผนเพิ่มสัดส่วนกำไรของ Non-Oil ที่ปัจจุบันมีประมาณ 25-26% เป็น 30-35% ใน 5 ปีข้างหน้า โมเดลนี้จะไปต่อได้ OR ต้องมีเงินลงทุนจำนวนมาก
เมื่อเร็ว ๆ นี้ บอร์ดของโออาร์มีมติอนุมัติแผนการลงทุนใหม่ 5 ปี 2565-2569 ในวงเงิน 93,000 ล้านบาท จากแผน 5 ปีเดิมที่กำหนดไว้ 74,600 ล้านในปี 2564-2568
โดยคาดว่าปี 2565 จะะใช้งบในการลงทุนประมาณ 29,000 ล้านบาท
 
เงินลงทุนส่วนใหญ่ จะใช้กับธุรกิจ Non-Oil เเละลงทุนในเรื่องอีวีชาร์จจิ้งในปั๊มซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2565 จะได้ 300 สาขา ดังนั้นในปีหน้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เอสเอ็มอี เเละสตาร์ตอัปอีกหลายรายคงได้รับข่าวดีจาก โออาร์ โดยไม่จำกัดอยู่แค่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น
 
เเต่รวมไปถึงธุรกิจอื่น ๆ ทางดิจิทัล โลจิสติกส์ เฮลท์แคร์ เเละการท่องเที่ยวด้วย
 
เป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องวาง เป็นทางที่ต้องเดิน เพราะโออาร์รู้ดีว่าในอนาคต น้ำมันจะมีการใช้ลดลงแน่นอน จากปัญหาของสิ่งแวดล้อม เเละการเติบโตของการคมนาคมก็จะค่อย ๆ ถูกกลืนกินโดยพลังงานไฟฟ้า


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน