สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยผลสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารประจำปี 2558 และประมาณการปี 2559 พบว่า
1. ภาพรวมมูลค่าตลาดสื่อสารในปี 2558 มีการเติบโต 7.3% หรือคิดเป็นมูลค่า 535,989 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตแบบชะลอตัวลง จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะโตมากถึง 12.3% เนื่องจากภาคครัวเรือนซึ่งเป็นผู้ใช้หลักในตลาด มีสัดส่วนการใช้จ่าย 55.7% ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับระดับราคาของผลิตภัณฑ์และบริการมีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันทางด้านราคา จึงส่งผลต่อสัดส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐ มีสัดส่วนการใช้จ่าย 44.3% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แม้ภาพรวมจะมีการใช้จ่ายและลงทุนมากขึ้น แต่ไม่สามารถดันตลาดให้โตเป็น 2 หลักได้ นอกจากนี้ นโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐยังไม่ได้ส่งผลต่อตลาดมากนักในปี 2558
2. สำหรับในปี 2559 คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดสื่อสารจะสามารถเติบโต 11.5% หรือมีมูลค่า 597,584 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญจากแรงกระตุ้นของการขยายโครงข่าย 3G/4G การดำเนินนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการองค์กร และการให้บริการให้เป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสภาวะทางเศรษฐกิจยังเป็นแรงกดดันการเติบโตของตลาดสื่อสาร ขณะเดียวกันหากภาคธุรกิจและภาครัฐไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล จะเป็นอีกข้อจำกัดต่อการเติบโตทั้งในมูลค่าตลาดสื่อสาร และของตัวภาคธุรกิจนั้นๆ เอง
9 ปัจจัยที่จะส่งผลในภาพรวม
1. สภาวะทางเศรษฐกิจ
2. สภาวะทางการเมือง
3. การขยายโครงข่าย 3G/4G ของ Operator
4. นโยบาย Digital Economy เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น บรอดแบนด์ทั่วประเทศ, โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ, การบ่มเพาะธุรกิจ Startup และสร้างร้านค้าออนไลน์ชุมชน เป็นต้น
5. National e-Payment พัฒนาระบบการรับจ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ จะเริ่มมีการใช้งานบางส่วนในปี 2559
6. การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้ามีการติดตั้ง Fiber Optic เพื่อให้บริการขนส่งมวลชน และบริการโทรคมนาคม
7. Digital Transformation ของธุรกิจขนาดต่างๆ เพื่อการให้บริการแก่ลูกค้า และการบริหารจัดการองค์กร
8. Industry 4.0 มีการนำ IoT/ M2M เข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม
9. การแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ เช่น ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป และโอลิมปิค
ปัจจัยบวกตลาดสื่อสาร
1. สภาพการเมืองที่นิ่งขึ้น
2. เทรนด์การใช้งานดิจิทัลขยายตัว ภาคธุรกิจขนาดต่างๆ เริ่มเรียนรู้การนำ ICT ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
3. การใช้งาน Social Media ยังมีความนิยมสูง
4. พฤติกรรมการรับชมสื่อทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น
5. การขยายโครงข่ายให้บริการ 3G/4G ครอบคลุม และ Mobile Device มีราคาถูกลง ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยลบตลาดสื่อสาร
1. เศรษฐกิจยังชะลอตัว ภาคธุรกิจ และประชาชนระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
2. การลงทุนภาครัฐชะลอตัว
3. นโยบาย Digital Economy ยังไม่มีการลงทุนจริง
4. การขยายสาขาใหม่ของภาคธุรกิจมีขนาดเล็กลง
