เมื่อพูดถึงโรงเรียนเด่นหล้า ทุกคนคงนึกถึงโรงเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมชื่อดังของประเทศไทยในย่านธนบุรีและนนทบุรี โรงเรียนที่ผู้ปกครองต่างรีบพาบุตรหลานมาสมัครเรียนกัน ถึงขั้นต้องต่อคิวจองเรียน แต่ที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ เด่นหล้ายังมีโรงเรียนของตัวเองอีก 1 แห่ง เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย แถมยังตีแบรนด์เป็นโรงเรียนนานาชาติระดับแถวหน้าของประเทศไทยด้วย คือโรงเรียน DBS (Denla British School) บนถนนราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ชานเมืองฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร

กว่า 40 ปีที่จัดการศึกษาให้เด็กไทย จากโรงเรียนในระบบการศึกษาไทย เด่นหล้ากรุ๊ปได้ขยายธุรกิจการศึกษาแบบก้าวกระโดดสู่การสร้างโรงเรียนนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบด้วยหลักสูตรตามแบบฉบับโรงเรียนเอกชนของประเทศอังกฤษ โรงเรียนนานาชาติ DBS ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ด้วยเงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ปัจจุบันขึ้นสู่ปีที่ 5 แล้ว และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเด่นหล้ากรุ๊ปได้ทุ่มทุนเดินหน้าสร้างอาคารใหม่ 2 หลัง เป็นอาคารสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย และหอประชุมและโรงละครคุณภาพเทียบเท่ากับคอนเสิร์ตฮอลล์ชั้นนำของโลก

Marketeer ได้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารของ DBS ดร. เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ นักธุรกิจด้านการศึกษา นักเศรษฐศาสตร์ อาจารย์ และทายาทของเด่นหล้ากรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของ DBS และคุณ Jonny Liddell ครูใหญ่ชาวอังกฤษผู้มากด้วยประสบการณ์การสอนและการบริหารโรงเรียนชั้นนำมาจากหลายแห่งทั่วโลก โดยทั้งสองได้มาร่วมพูดคุยถึงที่มาที่ไปของการสร้างโรงเรียนนานาชาติท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในประเทศไทย รวมถึงเหตุผลของการไม่เลือกใช้แฟรนไชส์โรงเรียนจากต่างประเทศ และการคัดเลือกคณะครูคุณภาพคับแก้วมาบ่มเพาะนักเรียนให้เก่งรอบด้าน ผ่านแนวปฏิบัติที่เน้นการปูรากฐานวิชาการความรู้เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคง 

ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ และทำไมเลือกใช้หลักสูตรอังกฤษ โดยไม่นำแฟรนไชส์จากโรงเรียนในต่างประเทศมาร่วมลงทุน?

กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ซึ่งโรงเรียนใหม่ ๆ ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่ใช้ชื่อเดียวกันกับโรงเรียนในต่างประเทศ เรียกง่าย ๆ ก็คือโรงเรียนในแฟรนไชส์นั่นเอง แน่นอนว่าธุรกิจโรงเรียนนานาชาติมีการแข่งขันที่สูงมาก เม็ดเงินในการลงทุนก็สูง ทั้งการสร้างอาคารสถานที่และค่าจ้างครูคุณภาพจากต่างประเทศ แต่ทำไมเด่นหล้ากรุ๊ปถึงเลือกสร้างโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษขึ้นมาอีก แถมยังไม่ใช้แบรนด์หรือแฟรนไชส์จากโรงเรียนในต่างประเทศ?

เหตุผลสำคัญก็คือความต้องการที่จะสร้างโรงเรียนนานาชาติที่มีคุณภาพระดับโลก แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นโรงเรียนที่ยังคงคำนึงถึงบริบทของสังคมไทย โดยต้องเป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีความยืดหยุ่น โปร่งใส และมีการนำหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมาจัดการเรียนการสอน ดร. เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ บอร์ดบริหารกล่าวว่า

“ในช่วงศึกษาโครงการ เราได้พูดคุยกับโรงเรียน 10 กว่าแห่งที่สนใจมาร่วมงานกับเรา และเราก็ได้เดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อดูโรงเรียนหลาย ๆ ที่ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจที่จะสร้างโรงเรียนนานาชาติของตัวเองจากเครือเด่นหล้ากรุ๊ป เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ใช้ครูผู้บริหารฝรั่ง แต่มีบอร์ดบริหารเป็นคนไทยนี่แหละ ส่วนเรื่องแฟรนไชส์ ถ้าให้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็ต้องถามกลับว่าทำไมเราต้องใช้แบรนด์หรือแฟรนไชส์ต่างประเทศ ในเมื่อเรามีแบรนด์ของเราเองแล้ว และมีประสบการณ์ในการทำโรงเรียนมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเรามีอิสระในการบริหารเอง เราก็มีความยืดหยุ่นของนโยบายการจัดการโรงเรียนมากกว่า โดยเฉพาะการปรับนโยบายการจัดการเรียนการสอน และการบริหารให้เหมาะกับบริบทของสังคมไทย ไม่ต้องรอการอนุมัติจากบอร์ดบริหารจากต่างประเทศ ซึ่งอาจจะไม่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทยมากนัก นอกจากนั้นเรายังสามารถปรับเสริมด้วยการเน้นที่วิชาภาษาไทย ภาษาจีน รวมถึงวัฒนธรรมไทยควบคู่ไปกับวิชาอื่น ๆ ด้วย ทำให้ DBS มีมากกว่าโรงเรียนนานาชาติที่อื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่จะละทิ้งความเป็นไทยออกไปจากหลักสูตรเลย ทั้งนี้เพราะอุดมการณ์ของพวกเราคือ เราอยากปั้นเด็กนักเรียน DBS ให้จบออกไปเป็นประชากรคุณภาพทั้งต่อโลกและต่อบ้านเกิดของพวกเขา อยากให้เด็ก DBS มีความคิดเป็นฝรั่งแต่หัวใจเป็นคนไทย”

“ที่โรงเรียน DBS เราเลือกใช้หลักสูตรของประเทศอังกฤษ โดยใช้แนวคิดการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักสูตรที่ดีที่สุดในโลก เพราะเป็นหลักสูตรที่บ่มเพาะให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความรู้รอบ ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม และทักษะชีวิต อธิบายให้เห็นภาพก็คือ หลักสูตรอังกฤษคือการปีนขึ้นไปบนพีระมิดทรงสามเหลี่ยม โดยช่วงฐานกว้างของพีระมิด คือการเรียนในช่วงชั้นเด็กเล็ก นักเรียนจะได้เรียนรู้และลองทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างทั้งที่ตนสนใจและไม่สนใจ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร และถนัดด้านไหน ซึ่งแนวทางของโรงเรียนเอกชนอังกฤษยิ่งเอื้อประโยชน์ในด้านนี้เพราะระบบเอกชนอังกฤษมีชั่วโมงการเรียนที่ยาวนานขึ้นในแต่ละวัน ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ที่โรงเรียนได้มากขึ้น ส่วนช่วงแหลมของพีระมิด คือการเรียนช่วงชั้นเรียนเด็กโต ซึ่งหลังจากพวกเขารู้แล้วว่ามีความสนใจด้านไหน พวกเขาก็จะมุ่งเน้นเรียนในสิ่งที่สนใจ จนกลายเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่ตนเลือก กล่าวโดยสรุปคือ เรียนกว้าง ๆ ก่อนเหมือนฐานของสามเหลี่ยม และค่อยเรียนให้แคบลงเรื่อย ๆ จนขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดแห่งความรู้และความสามารถนั่นเอง”

อีกเหตุผลหนึ่งของเด่นหล้ากรุ๊ปในการสร้างโรงเรียนนานาชาติ DBS ก็คือโอกาสในการขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมการศึกษา และเป็นการกระจายความเสี่ยงด้วย เพราะในพื้นที่แถบฝั่งธนบุรีหรือนนทบุรีนั้น ยังไม่ค่อยมีโรงเรียนนานาชาติที่มีคุณภาพสักเท่าไร การเปิดโรงเรียนนานาชาติ DBS ยังเป็นการมอบทางเลือกให้แก่ครอบครัวในละแวกนี้ให้ได้ส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาโดยที่พวกเขาไม่ต้องส่งเด็ก ๆ ไปเรียนไกล ๆ ในเมืองที่ต้องเผชิญกับสภาพรถติด มลพิษ และพื้นที่ที่คับแคบ นอกจากนั้นการสร้างโรงเรียนนานาชาติในย่านราชพฤกษ์นั้นยังเป็นการสร้างงาน ซึ่งเป็นผลดีต่อชุมชน ซึ่งยังเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยค่อนข้างใหม่อีกด้วย

เป้าหมายของการทำธุรกิจโรงเรียนคืออะไร? และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ DBS แตกต่างจากโรงเรียนนานาชาติที่อื่น?

ดร. เต็มยศกล่าวว่าเป้าหมายส่วนใหญ่ของเขาก็ไม่ได้ต่างจากเป้าหมายของโรงเรียนอื่น ๆ แต่ที่เขาอยากจะเน้นย้ำคือ ที่ DBS ไม่ได้แต่จะมุ่งเน้นที่การมอบเนื้อหาวิชาความรู้ให้แก่นักเรียน แต่นักเรียนต้องได้ทักษะและทัศนคติที่ดีและจำเป็นต่ออนาคตด้วย นักเรียนของ DBS ต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่โรงเรียนจะมอบให้พวกเขา ดังสโลแกนที่ DBS ใช้ คือ Nurturing Great Global Leaders หรือการบ่มเพาะผู้นำที่ดีแก่โลก

“การบ่มเพาะ Great Global Leaders ของเรา ไม่ได้เจาะจงหมายถึงว่านักเรียนจะต้องเติบโตมาเป็นนายกรัฐมนตรี นักการเมือง หรือนักธุรกิจ แต่คำว่า Great Global Leaders ในความหมายของเราคือคนที่มีความเป็นผู้นำ รอบรู้ รอบด้าน สร้างสรรค์ เป็นนักพัฒนา หรือโดยสรุปคือเป็นประชากรคุณภาพของโลกนั่นเอง” 

“ต้องยอมรับว่าเด็ก ๆ ที่เราดูแลนั้นมีโอกาสทางสังคมและทางเศรษฐกิจมากกว่าเด็กส่วนใหญ่ของทั้งประเทศ ถ้าพวกเขาเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูปลูกฝังและขัดเกลาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เขาก็มีโอกาสสูงที่จะได้มาอยู่ในตำแหน่งผู้นำและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมในอนาคตต่อไป” ดร. เต็มยศกล่าว

เมื่อพูดถึงบริบทของสังคมไทยในสังคมนานาชาติ ดร. เต็มยศ ได้อธิบายว่า “เด็ก ๆ จะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ก็ต่อเมื่อพวกเขามีความสุขและประสบความสำเร็จในสถานที่ที่พวกเขาอยู่ ถ้าหากพวกเขาอยู่ในเมืองไทย นอกจากที่พวกเขาจะต้องมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในสายอาชีพที่พวกเขาเลือกแล้ว ถ้าเขาสามารถพูด ฟัง อ่าน และเขียนภาษาไทยได้อย่างดี รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมไทย (Thainess) ก็จะยิ่งส่งเสริมโอกาสให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากกว่ากลุ่มคนที่ทำตัวเป็นคนต่างชาติตลอดเวลา เป็นคนที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมจนกลายเป็นคนที่แปลกแยกของกลุ่มองค์กร และไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคนในสังคมนั้นได้อย่างแท้จริง”

Mr. Jonny Liddell ครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติ DBS ผู้มีประสบการณ์การสอนและบริหารหลักสูตรในหลายประเทศ ทั้งในอังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี และประเทศไทยเอง ซึ่งเข้ามาร่วมงานกับเด่นหล้ากรุ๊ป เพื่อนำทีมครูคุณภาพผู้มีความเชี่ยวชาญในหลักสูตรอังกฤษ ย้ำถึงวิสัยทัศน์ของ DBS ว่านักเรียนต้องจบแล้วออกไปเป็น Great Global Leaders ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเป็นนักพัฒนาเพื่อทำให้สังคมที่ตนเองอยู่ดีขึ้น เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่าการสร้างนักเรียนให้เป็น Great Global Leaders ต้องผ่านการสร้างรากฐานทางความรู้ที่เข้มข้นให้นักเรียนเสียก่อน

“หลาย ๆ โรงเรียนพูดถึงการสร้างทักษะพิเศษมากมาย แต่พวกเขามักมองข้ามการสร้างทักษะที่มาจากพื้นฐานบนความรู้ที่แข็งแกร่ง สมัยนี้ถ้าไม่รู้อะไรเราก็หาจาก Google แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถค้นหาความเข้าใจได้ ถ้าคุณไม่เรียนเพื่อพัฒนาความรู้ด้วยตนเอง” คุณ Jonny กล่าว “ที่โรงเรียน DBS เราเน้นหลักสูตรที่อัดแน่นเพื่อสร้างความเข้าใจในองค์ความรู้ นักเรียนจะต้องมีความเชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ ก่อนที่จะนำความรู้นั้นไปต่อยอด จากนั้นทักษะจากการนำความรู้ไปต่อยอดก็จะเกิดตามขึ้นมาเอง เพราะความรู้ก็เหมือนกับก้อนอิฐในการก่อสร้าง หากเราให้อิฐกับคุณ 2 ก้อน คุณก็คงสร้างอะไรได้ไม่มาก แต่ว่าหากคุณได้รับก้อนอิฐมาหลายก้อน คุณก็ยิ่งสามารถสร้างอะไรออกมาได้มากขึ้น การเอาอิฐหลาย ๆ ก้อนมาพัฒนาเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ นั่นล่ะเขาถึงเรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์”

นอกจากหลักสูตรที่เข้มแข็งแล้ว ตัวครูผู้สอนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของนักเรียน เพราะครูคือผู้ถ่ายทอดความรู้นั้นให้นักเรียนได้เอาไปต่อยอดในอนาคตได้อย่างไม่รู้จบ คุณ Jonny กล่าวถึงคณะครูของ DBS ว่าได้คัดเลือกคณะครูส่วนใหญ่มาจากอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการสอนหลักสูตรอังกฤษ พวกเขาเข้าใจแนวทางการสอนนักเรียน ที่ต้องเริ่มจากรากฐานทางความรู้ที่แน่น พร้อม ๆ กับเสริมสร้างทักษะพิเศษให้นักเรียนมีความรอบด้าน จนไปถึงช่วงเวลาที่จะส่งนักเรียนเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นอย่างมหาวิทยาลัย

“เราเชื่อมั่นในการสอนที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ มีบางโรงเรียนที่คิดว่าครูควรเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ นักเรียนเพื่อคอยผลักดันนักเรียนเท่านั้น แต่ที่ DBS เราไม่เชื่ออย่างนั้น ครูของเราต้องเป็นทั้งผู้ที่อยู่ข้าง ๆ คอยช่วยเหลือ อยู่ข้างหน้าคอยช่วยฝึก และอยู่ข้างหลังคอยสนับสนุน เพื่อฟูมฟักและดึงศักยภาพในตัวนักเรียนออกมา” คุณ Jonny กล่าว “มีงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับความก้าวหน้าและพัฒนาการของนักเรียนที่ชี้ให้เห็นว่าวิธีการสอนที่เป็นการสอนนักเรียนตรง ๆ ให้ได้มาซึ่งความรู้ความเข้าใจนั้น มีประสิทธิภาพส่งผลดีต่อตัวนักเรียนมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าที่ DBS เราจะไม่สนับสนุนให้เด็กรู้จักตั้งคำถามและสงสัย เราแค่ไม่เห็นด้วยกับการสอนความรู้ใหม่ ๆ ให้นักเรียนโดยเริ่มจากให้นักเรียนตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ นักเรียนจะประสบความสำเร็จในวิชานั้น ๆ ได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาเข้าใจมันก่อน และการตั้งคำถามที่ดีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนักเรียนมีรากฐานของความรู้ที่แข็งแกร่ง”

แล้วการสร้างอาคาร World-Class Facilities จะช่วยส่งเสริมและดึงศักยภาพนักเรียนให้ดีที่สุดได้อย่างไร?

“จุดประสงค์ของการสร้างอาคารใหม่ก็เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การ Nurture Great Global Leaders เราต้องการสร้างสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนักเรียนของเราเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ และครอบครัวของเขา” ดร. เต็มยศกล่าว “DBS พร้อมที่จะสนับสนุนนักเรียนให้ได้ทดลองและค้นหาตัวตนของตัวเอง ให้นักเรียนมีแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่น และสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อต่อยอดสิ่งที่ตัวเองสนใจในอนาคตได้ โดยที่พวกเขาจะสามารถทำสิ่งทั้งหมดเหล่านี้ได้จากอาคารสถานที่ และอุปกรณ์ทางการศึกษาที่เรามีให้พวกเขาไว้ทุกอย่างแล้วในโรงเรียน”

อาคารใหม่ของ DBS ถือเป็นการพัฒนาช่วงเฟส 2 ของโรงเรียน เพื่อให้พร้อมสนับสนุนนักเรียนในทุกระดับชั้นยิ่งขึ้น โดยอาคารระดับมัธยมปลาย (Senior School) มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยสนับสนุนนักเรียนในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นเด็กโตที่กำลังเตรียมตัวสู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงวัยนี้ของหลักสูตรอังกฤษ นักเรียนจะเรียนเหมือนกับตนได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ วิชาต่าง ๆ จะมีความเข้มข้นทางเนื้อหา ทฤษฎี การเรียนภาคปฏิบัติมากขึ้น รวมถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Study) แบบที่นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องทำงานวิจัยด้วย อาคารสถานที่และอุปกรณ์การศึกษาใหม่ของ DBS ก็ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้เฉพาะระดับชั้นมัธยมปลาย ห้องสมุดระดับชั้นมัธยม รวมทั้งหนังสือแบบดิจิทัล ห้องแล็บวิทยาศาสตร์และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เทียบเท่ามาตรฐานมหาวิทยาลัย โรงละครและหอประชุมขนาด 665 ที่นั่ง โรงละครขนาดเล็กพร้อมแสงสีเสียง สตูดิโอการแสดง สตูดิโอศิลปะที่สามารถจัดแสดงนิทรรศการได้ ห้องซ้อมดนตรี ห้องบันทึกเสียง และห้องตัดต่อกราฟฟิก ห้องเรียนเทคโนโลยีการออกแบบ (Design Technology) สนามกอล์ฟจำลอง ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ห้องอาหาร พื้นที่สันทนาการในร่มและกลางแจ้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย ความพร้อมของอาคารสถานที่จะช่วยส่งเสริมให้ครูที่โรงเรียนคัดมาอย่างดีสามารถจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่เราวางเอาไว้ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เชิงลึกและสามารถเอาไปต่อยอดความคิดของตนเองในอนาคตได้ ผ่านการหยิบยื่น ช่วยเหลือ และส่งต่อความรู้จากคณะครูของเรา อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

คุณ Jonny กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่โรงเรียน DBS จะมีอาคารสถานที่ที่ครบครันพร้อมที่จะส่งเสริมนักเรียนในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่หลาย ๆ คนกำลังพูดถึงทักษะและทิศทางของศตวรรษที่ 21 ซึ่งจริง ๆ แล้วผมอยากเรียกมันว่า ‘ความรู้แห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Knowledge)’ เสียมากกว่า เพราะ  21st Century Skills นั้นก็คือการบอกว่าเราสามารถนำความรู้อย่างหนึ่งไปปรับใช้กับอีกทักษะหนึ่ง สิ่งสำคัญคือเราจะถ่ายโอนความรู้และทักษะนั้นอย่างไรต่างหาก ซึ่งการที่จะทำได้คือเราจะต้องมีรากฐานทางความรู้ที่แข็งแกร่งเสียก่อน แน่นอนว่าความรู้ในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แล้วครูของเราจะมีความรู้ที่ล่าสุดตลอดเวลาแบบนั้นได้อย่างไร และเอามาสอนนักเรียนอย่างไร แน่นอนว่าครูของเราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อนำมาถ่ายทอดให้กับนักเรียน แต่สิ่งหนึ่งที่ครูต้องปลูกฝังให้แก่นักเรียนคือ ทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อนักเรียนจบออกไปแล้ว พวกเขาจะต้องรักการเรียนรู้และรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่เสมอ เพราะไม่มีใครจะมาคอยสอนพวกเขาได้ตลอดไป”

“อย่างไรก็ตาม ผมขอย้ำว่าความรู้ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้เป็นความรู้ที่เกิดจากความว่างเปล่า มันไม่ได้อยู่ ๆ ก็มีขึ้นมา หากคุณอยากเรียนเรื่อง Coding คุณก็ต้องมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และการคิดอย่างเป็นระบบเสียก่อน ครูวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะไม่เคยเขียนโปรแกรมใหม่ล่าสุด แต่ครูนั้นต้องสามารถสอนให้นักเรียนมีทักษะพื้นฐานทางการเขียน Code และนั่นก็ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเรียนรู้และต่อยอดความรู้นั้นด้วยตนเองในอนาคตได้”

 

นักเรียนที่เรียนจบออกจาก DBS ไป จะต้องเป็นไปบุคคลที่มีความรอบรู้ด้าน (Well-Rounded Individuals) คือเป็นทั้งคนที่มีความรู้ทางวิชาการ และทักษะอื่น ๆ นักเรียนควรจะได้มีโอกาสในการค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบอะไรและมีความกล้าที่จะทำตามสิ่งที่ฝัน ดร. เต็มยศ ยังย้ำจุดยืนของโรงเรียนอีกว่า “ท้ายที่สุดแล้วเราไม่ได้อยากให้เด็ก ๆ ของ DBS เป็นเด็กอินเตอร์อย่างเดียว แต่เราอยากให้เขามีความเป็นสากลแต่ยังคงมีจิตใจเป็นไทย โอบอ้อมอารี มีความเคารพผู้อื่น รู้จักกาลเทศะ ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติทุกแห่งก็ปลูกฝังให้เด็ก ๆ เป็น Global Citizen กันทั้งนั้น แต่ที่อาจจะถูกหลงลืมไปคือการสอนและปลูกฝังให้เขามีความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมความเป็นไทย ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยอย่างประสบความสำเร็จ และมีความสุข เพื่อที่เขาจะมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และสังคมไทยต่อไป”

 

“ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องก้าวไปอีกขั้น ปัจจุบันเรามีนักเรียนกว่า 500 คน และพวกเขาก็โตขึ้นเรื่อย ๆ เราจะต้องเตรียมความพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างให้พวกเขาในจุดนี้ เราจึงได้ทุ่มทุนสร้างอาคารใหม่ถึง 2 หลัง ซึ่งเป็นแผนที่เราวางไว้ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียน”

อาคารใหม่ 2 หลังของ DBS คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้าง Great Global Leaders ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างผู้ที่มีทักษะและความรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ที่มีพื้นฐานความรู้ที่แข็งแกร่ง สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในสักสาขาวิชา แต่มีความรู้รอบในทุก ๆ ด้าน และพกพาทักษะและความสามารถพิเศษติดตัวไปตลอดชีวิต ผ่านการสนับสนุน สอน และแนะนำจากครู

เด็ก ๆ ของ DBS จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เป็นประชากรโลกมีหัวคิดในระดับสากล แต่ขณะเดียวกันก็มีหัวใจเป็นคนไทย พร้อมนำความสามารถของตนกลับมาต่อยอดพัฒนาสังคมไทยต่อ ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่เด่นหล้ากรุ๊ปยึดถือเสมอมา

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02 666 1933
Email: admissions@dbsbangkok.ac.th
Website: https://www.dbsbangkok.ac.th



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน