ไม้ปิงปองบัตเตอร์ฟลาย ทำไมรายได้น้อยลง แต่กีฬาปิงปองกลับแมสขึ้น (วิเคราะห์)

ถ้าเอ่ยชื่อกีฬาปิงปอง หรือเทเบิลเทนนิส เราเชื่อว่าชื่อ บัตเตอร์ฟลาย เป็นชื่อแรกที่นึกถึง (บางคนนึกถึงชื่อนี้เพียงชื่อเดียวด้วย)

เหตุผลที่เรานึกถึงบัตเตอร์ฟลายเป็นชื่อแรก หรือชื่อเดียว อาจเพราะบัตเตอร์ฟลายเป็นแบรนด์ปิงปองระดับโลกที่อยู่ในประเทศไทยอย่างยาวนาน

 

เรียกว่าใครพอมีสะตุ้งสตางค์สักหน่อยจะเลือกซื้อไม้ปิงปองของบัตเตอร์ฟลายเป็นหลัก และถ้าเป็นนักกีฬาด้วยแล้ว ชื่อบัตเตอร์ฟลาย คือชื่อหนึ่งที่นักปิงปองเลือกใช้

 

แม้ตลาดปิงปองในประเทศไทยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา อาจจะดูไม่ถูกพูดถึงเท่าไรนัก นอกจากเป็นหนึ่งในกีฬาประจำวิชาเลือก ที่ให้นักเรียนฝึกทักษะกีฬาต่างๆ

ประกอบกับในช่วงเวลานั้น กีฬาปิงปอง เป็นกีฬาที่มีการจัดแข่งขันไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการจัดแข่งขันของภาครัฐมากกว่าภาคเอกชน

 

ส่วนในปัจจุบันเราจะบอกว่ากีฬาปิงปองแมสขึ้นกว่าเดิมมาก

เพราะนอกเหนือจากกีฬาที่เรียนในชั่วโมงพละของโรงเรียนแล้ว

กีฬาปิงปองยังมีการจัดแข่งขันกันมากขึ้นและบ่อยขึ้น ทั้งการจัดแข่งขันระดับจังหวัดและระดับประเทศที่จัดโดยภาครัฐและภาคเอกชน ที่เปิดรับนักปิงปองหลากระดับ หลากรุ่นเข้ามาแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัล

ส่วนนักกีฬาเยาวชน ถ้าได้รับรางวัลชนะจากการแข่งขันต่าง ๆ จะมีโอกาสได้โควตานักกีฬาเรียนฟรี หรือเข้าต่อศึกษาในชั้นที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องสอบ

ทำให้กีฬาปิงปองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นกีฬาประจำจังหวัด ที่ทุกจังหวัดต้องมี และมีการประกาศรับกีฬาปิงปองจำนวนมากเพื่อมาฝึกฝนหายอดนักตบปิงปองเพื่อไปแข่งขันในระดับที่ใหญ่ขึ้นต่อไป

 

เมื่อกีฬาปิงปองดูแมสขึ้น น่าจะเป็นโอกาสที่ดีของแบรนด์ บัตเตอร์ฟลาย แต่ทำไมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บัตเตอร์ฟลาย กลับมีรายได้ลดลง

จากข้อมูลของบริษัท ทามาซุ บัตเตอร์ฟลาย (ประเทศไทย) จำกัด ที่รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บัตเตอร์ฟลายมีรายได้ที่ลดลงดังนี้

2561    รายได้ 31.33 ล้านบาท กำไร 3.63 ล้านบาท

2562    รายได้ 29.32 ล้านบาท กำไร 3.83 ล้านบาท

2563    รายได้ 26.21 ล้านบาท กำไร 2.96 ล้านบาท

การที่บัตเตอร์ฟลายมีรายได้ที่ลดลงเรามองว่ามาจาก

ตลาดมีคู่แข่งมากขึ้น ทั้งคู่แข่งที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ และแบรนด์จากจีน จากการที่แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ (ในวงการปิงปอง) มากขึ้น จากเดิมที่บางแบรนด์ขายสินค้าผ่านพ่อค้าแม่ค้ารับหิ้วมาจากต่างประเทศ และมาตั้งโต๊ะขายตามงานแข่งขันขันต่าง ๆ

การที่ไม้ปิงปอง และอุปกรณ์ปิงปองแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มหาซื้อง่ายขึ้น จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เรามองว่าทำให้นักกีฬาปิงปองทั้งมือหัดเล่นไปจนถึงมือโปรมีทางเลือกในการซื้ออุปกรณ์ปิงปองมากขึ้น

โดยเฉพาะยางปิงปองที่ซึ่งเป็นอุปกรณ์ส่วนที่ต้องมีการเปลี่ยนเกือบทุกปี สำหรับนักกีฬาที่ต้องซ้อมเป็นประจำ เนื่องจากยางปิงปองเมื่อถูกการใช้งานอย่างหนักจากการซ้อมจะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ จนทำให้การคอนโทรลลูกได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ซึ่งแบรนด์ยางปิงปองนอกจากแบรนด์บัตเตอร์ฟลายแล้วยังมีแบรนด์ ยาซาก้า โดนิค ซึ่งเป็นแบรนด์ที่บางรุ่นสามารถเทียบเท่ากับบัตเตอร์ฟลายได้ในราคาที่ประหยัดกว่า และแบรนด์จีนอีกเป็นจำนวนมากให้เลือกตามระดับราคา และความชอบของผู้เล่น

ไม้ปิงปองบัตเตอร์ฟลาย คุณภาพดี ราคาสูง

การที่ราคาของบัตเตอร์ฟลายสูงกว่าคู่แข่งเรามองว่าส่วนหนึ่งมาจาก แบรนด์บัตเตอร์ฟลายมีการทำ R&D วิจัย และพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

และมีการทำการตลาดด้วยการสนับสนุนการแข่งขันต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ไปพร้อมกับใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นนักกีฬาระดับโลก เพื่อตอกย้ำสร้าง Brand Awareness ว่าบัตเตอร์ฟลายคือแบรนด์ปิงปองอันดับหนึ่งของโลก ที่ได้รับการยอมรับจากนักกีฬาและเป็นแบรนด์ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้นักปิงปองควบคุมเกมได้อย่างแม่นยำอย่างไม่มีที่ติ

เมื่อเราพูดถึงบัตเตอร์ฟลายแล้ว เราขอเล่าสักหน่อยว่า บัตเตอร์ฟลาย เริ่มก่อตัวจากดักแด้ออกมาเป็นผีเสื้อโบยบินตั้งแต่เมื่อไร

บัตเตอร์ฟลาย ถือกำเนิดในปี 2493 โดยฮิโรสุเกะ ทามาซุ ที่ต้องการให้คนญี่ปุ่นแข็งแรงจากการออกกำลังกาย และจัดตั้งบริษัท ทามาซุ ขึ้นมา เพื่อผลิตไม้ปิงปองในชื่อแบรนด์บัตเตอร์ฟลายออกจำหน่าย

เหตุผลที่ฮิโรสุเกะ ทามาซุ เลือกทำไม้ปิงปอง ด้วยเหตุผลคือปิงปองเป็นกีฬาที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย และยังสามารถฝึกไหวพริบ และประสาทสัมผัสต่าง ๆ จากการเคลื่อนไหวขณะตีปิงปองได้

โดยสิ่งที่ทำให้บัตเตอร์ฟลายอยู่คู่ประวัติศาสตร์ปิงปองอย่างยาวนานมาจากคุณภาพของสินค้า การตลาด และการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองนักกีฬาปิงปองอยู่เสมอ

 

อย่างไรก็ดี แม้ตลาดปิงปองในประเทศไทยอาจจะทำให้บัตเตอร์ฟลายเริ่มอ่อนแรง แต่ในตลาดโลกสถานการณ์ตลาดปิงปองก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก จากการแพร่ระบาดของโควิด-19

อ้างอิงข้อมูลของ Market Report World พบว่าตลาดปิงปองโลกในปี 2563 มีมูลค่า 217.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท เป็นตลาดที่ทรงตัวจากการแพร่รบาดของโควิด-19 ทำให้คนไม่สามารถออกมาเล่นกีฬาหรือแข่งขันได้

 

cr. ภาพจากเว็บไซต์บัตเตอร์ฟลาย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน