ช่วงเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงที่ผู้ปกครองใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานอย่างสะพัด ส่งผลให้ธุรกิจบริการด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้ให้บริการ ทั้งการศึกษาในระบบอย่างโรงเรียนเอกชน รวมถึงการศึกษาเพิ่มเติมจากในระบบอย่างโรงเรียนกวดวิชาและเสริมทักษะ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมากนักโดย สำหรับในช่วงเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคม 2559 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินไว้ว่า แม้ค่าใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญลำดับต้นๆ แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 2559 ส่งผลให้ผู้ปกครองปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคม
ค่าใช้จ่ายยังคงมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น
การใช้จ่ายจากผู้ปกครองในส่วนของค่าเทอม และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าเทอม ที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินค่าใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาในช่วงเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคม 2559 โดยรวมยังคงเติบโตจากในช่วงเดียวกันของปี 2558 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากการประเมินพบว่า เม็ดเงินค่าใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาในช่วงเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคม 2559 สำหรับบุตรหลานในระดับก่อนอุดมศึกษา จากผู้ปกครองทั่วประเทศไทยโดยรวม น่าจะมีมูลค่าประมาณ 60,900 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 2.0 จากในช่วงเดียวกันของปี 2558 ที่มีมูลค่า 59,700 ล้านบาท โดยเป็นค่าเทอมโรงเรียนเอกชนประมาณ 40,600 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าเทอมประมาณ 16,700 ล้านบาท ค่าเรียนกวดวิชาประมาณ 2,800 ล้านบาท และค่าเรียนเสริมทักษะอื่นๆประมาณ 800 ล้านบาท

ภาวะเศรษฐกิจตัวการฉุดกำลังซื้อ
ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 2559 ซึ่งกดดันกำลังซื้อของผู้ปกครอง เป็นเหตุให้ผู้ปกครองปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคม โดยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาที่จำเป็น อย่างค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าเทอม รวมถึงการใช้จ่ายเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการเรียนของบุตรหลานอย่างค่าเรียนกวดวิชา โดยปรับลดหรือชะลอการใช้จ่ายบริการด้านการศึกษาที่จำเป็นน้อยกว่าหรือไม่จำเป็นอย่างค่าเรียนเสริมทักษะอื่นๆออกไป
ผู้ประกอบการธุรกิจหันมาเปิดโรงเรียนสอนเอง รับกระแสความต้องการแรงงาน
จากตลาดแรงงานของประเทศไทยเผชิญภาวะความไม่สอดคล้องกันระหว่าง การผลิตแรงงานและความต้องการแรงงาน โดยภาครัฐส่งเสริมการผลิตแรงงานในสายอาชีพเพื่อตอบโจทย์ ความต้องการแรงงานของประเทศมากขึ้น ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต่างเร่งพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสายอาชีรวมถึงในระยะที่ผ่านมา ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ได้หันมาก่อตั้งสถาบันการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสายอาชีพ เพื่อผลิตแรงงานป้อนสู่ธุรกิจตนเองและป้อนสู่ตลาดมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐในการส่งเสริมการผลิตแรงงานในสายอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเรียนการสอนในห้องเรียนควบคู่การปฏิบัติงานจริง เช่น หลักสูตรด้านธุรกิจค้าปลีก หลักสูตรด้านการโรงแรม เป็นต้น ที่ให้ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานและการันตีการเข้าทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสมัครเรียน
โรงเรียนกวดวิชาเผชิญความท้าทายจากนักเรียนเลือกเรียนกวดวิชากับติวเตอร์อิสระมากขึ้น
การขยายตัวของโรงเรียนกวดวิชาในระยะที่ผ่านมา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในรูปแบบการลงทุนเองโดยผู้ประกอบการ และการซื้อขายแฟรนไชส์ ส่งผลให้การแข่งขันระหว่างโรงเรียนกวดวิชาเริ่มมีความรุนแรง โดยต่างแข่งขันกันนำเทคโนโลยีมาใช้สำหรับการเรียนการสอน ควบคู่การตรึงอัตราค่าเรียนเพื่อรักษาฐานจำนวนผู้เรียนไว้ ในขณะเดียวกัน ก็พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ๆเพื่อขยายฐานจำนวนผู้เรียน เช่น นักเรียนระดับประถมศึกษา นักเรียนที่ต้องการสอบเข้าหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัย เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรียนกวดวิชายังเผชิญความท้าทายจากแนวโน้มนักเรียนมีทางเลือกเรียนกวดวิชากับติวเตอร์อิสระมากขึ้น ซึ่งติวเตอร์อิสระมีจุดแข็งด้านการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น สามารถตอบโจทย์ผู้เรียนได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากกว่าการเรียนการสอนเป็นกลุ่มใหญ่อย่างโรงเรียนกวดวิชา โดยการเรียนกวดวิชากับติวเตอร์อิสระมีแนวโน้มขยายตัว ทั้งจากการติดต่อโดยตรงระหว่างติวเตอร์อิสระและผู้เรียน รวมถึงการติดต่อผ่านเอเจนซี่ที่มีเครือข่ายติวเตอร์อิสระ
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พฤษภาคม 2559
