นับตั้งแต่ที่รัสเซียบุกถล่มยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2565 ส่งผลให้แบรนด์ดังระดับโลกบางส่วน เริ่มตั้งแต่ Apple, Disney ไปจนถึง Ikea เริ่มขอถอนตัวออกจากการทำธุรกิจในประเทศรัสเซีย หรือขอปิดกิจการชั่วคราว

นอกจากมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซียแล้ว บริษัทต่าง ๆ ยังตระหนักถึงความเสี่ยงในด้านชื่อเสียง หากพวกเขาเลือกที่จะดำเนินธุรกิจต่อในขณะที่ผู้คนทั่วโลกกำลังจับตามอง เพราะเรื่องการสูญเสียที่เกิดขึ้นก็นับว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากมีชาวยูเครนกว่า 2 ล้านคนต้องหลบหนีออกจากบ้านของตนเอง

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียได้มีคำสั่งห้ามนักลงทุนต่างชาติขายทรัพย์สินในรัสเซียชั่วคราว โดยมิคาอิล มีชุสติน นายกรัฐมนตรีของรัสเซียได้กล่าวว่า รัฐบาลจะช่วยนักลงทุนที่ “คิดมาอย่างถี่ถ้วน” แทนที่จะยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมืองจากการคว่ำบาตร แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลในแง่ใด

 

แบรนด์คว่ำบาตรรัสเซีย

ประเภท แบรนด์
เชื้อเพลิงฟอสซิล Shell, BP, Equinor, Exxon
ยานยนต์และเครื่องบิน Cars : Ferrari, Ford Motor, Harley-Davidson, Mercedes-Benz,Renault, Toyota,Volkswagen, Volvo, Caterpillar,  Daimler Truck

Planes : Boeing and Airbus

สินค้าอุปโภคบริโภค Adidas, Nike, H&M, Puma, Airbnb, Budvar, Carlsberg, Disney, Estée Lauder, Ikea, Sony, Richemont, Swatch Group, TJX Cos
ผู้ผลิต HoneyWell, General Electric, Deere & Co.
อาหารและเครื่องดื่ม McDonald’s, Coca-Cola, Pepsi, Starbucks, Nestle, Papa John’s, Unilever
เทคโนโลยี Netflix, Apple, Dell, Fortinet, Google, Meta, Spotify, TikTok
ขนส่ง FedEx and UPS
บริษัทการเงิน Deloitte, Discover,Moody’s, PricewaterhouseCoopers, Visa, Mastercard and American Express

 

เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuels)

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัสเซียเป็นผู้เล่นหลักในภาคพลังงานของโลก โดยรัสเซียนับเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลกและผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่อันดับสองของโลก แต่อย่างไรก็ดี เหล่าบริษัทน้ำมันและก๊าซกลับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถอนตัวออกก่อนใครเพื่อน เนื่องจากกระแสคว่ำบาตรจากผู้คนทั่วโลกนั้นส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วง

เหล่าบริษัทที่ขอถอนตัวออกได้แก่ Shell, BP, Equinor, Exxon

 

ยานยนต์และเครื่องบิน (Cars and planes)

เราแทบจะไม่เคยเห็นรถยนต์แบรนด์จากรัสเซียวิ่งอยู่บนท้องถนนกันเลย จึงไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไรนัก เพราะบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ส่วนมากนั้นอยู่ในยุโรป, สหรัฐฯ และเอเชีย โดยบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบินยังบอกอีกว่า พวกเขาจะไม่อยู่ในตลาดรัสเซีย ไม่ว่าจะด้วยความกังวลต่อยูเครนหรือเรื่องการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก

เหล่าบริษัทที่ขอถอนตัวออกหรือปิดกิจการชั่วคราว ได้แก่ Ferrari, Ford Motor, Harley-Davidson, Mercedes-Benz, Renault,Toyota, Volkswagen, Volvo, Caterpillar, Daimler Truck และ Boeing and Airbus

 

สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer goods)

 สินค้าอุปโภคบริโภคนับว่าเป็นของใช้จำเป็นของผู้คนอย่างมาก การถอนตัวออกจากรัสเซียในครั้งนี้ไม่ใช่แค่แบรนด์ สองแบรนด์ แต่มีมากกว่า 10 แบรนด์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก

เหล่าบริษัทที่ขอถอนตัวออกหรือปิดกิจการชั่วคราว ได้แก่ Adidas, Nike, H&M, Puma, Airbnb, Budvar, Carlsberg, Disney, Estée Lauder, Ikea, Sony, Richemont, Swatch Group และ  TJX Cos

 

ผู้ผลิต (Manufacturers)

เหล่าบริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ของโลกก็ทนแรงกดดันไม่ไหวจนต้องถอนตัวออก เช่นกัน ได้แก่ HoneyWell, General Electric และ Deere & Co.

 

อาหารและเครื่องดื่ม (Food and beverages)

 เหล่าบริษัทที่ขอถอนตัวออกหรือปิดกิจการชั่วคราว ได้แก่ McDonald’s, Coca-Cola, Pepsi, Starbucks, Nestle, Papa John’s, Unilever

McDonald’s กล่าวว่ากำลังปิดร้านอาหารประมาณ 850 แห่งในรัสเซียเป็นการชั่วคราว ขณะที่ Starbucks ยังบอกด้วยว่าร้านกาแฟ 100 แห่งจะปิดให้บริการในรัสเซีย

ความเคลื่อนไหวของ McDonald’s, Coca-Cola และ Starbucks เกิดขึ้นหลังจากแรงกดดันให้บริษัทต่าง ๆ หยุดดำเนินการเพื่อยุติสงครามในยูเครน อย่างไรก็ดี ทั้งสามบริษัทกล่าวว่าพวกเขายังคงจ่ายเงินให้พนักงานแม้ไม่ได้ปฏิบัติงาน

 

เทคโนโลยี (Tech)

บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ร่วมด้วยเช่นกัน โดยได้รับแรงกดดันและคำวิงวอนจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลยูเครน

บริษัทที่เข้าร่วมด้วย ได้แก่ Netflix, Apple, Dell, Fortinet, Google, Meta, Spotify, TikTok

 

ขนส่ง (Shippers)

 บริษัทที่เข้าร่วมด้วย ได้แก่ FedEx and UPS

 

บริษัทการเงิน (Payment systems and accounting firms)

นับว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบมากอยู่เหมือนกันในด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยบริษัทการเงินหลายแห่งได้ระงับการทำธุรกรรมกับธนาคารรัสเซียทั้งหมด รวมถึงไม่ยอมรับการชำระเงินจากรัสเซียที่ทำงานบนเครือข่ายของแบรนด์ต่าง ๆ อีกด้วย

บริษัทที่เข้าร่วมด้วย ได้แก่ Deloitte, Discover, Moody’s, PricewaterhouseCoopers, Visa, Mastercard and American Express

 

ที่มา:

https://www.cbsnews.com/news/russia-corporations-pull-out-ukraine-invasion/

https://www.nytimes.com/article/russia-invasion-companies.html

https://www.bbc.com/news/business-60665877

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน