หลังจากที่กสทช. แถลงผลการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 2 ใบอนุญาต แบ่งเป็นใบอนุญาตละ 15 MHz โดย TRUE เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นใบอนุญาตแรกที่ราคา 39,792 ล้านบาท ส่วน AIS เป็น ผู้ชนะการประมูลคลื่นใบอนุญาตที่สองที่ราคา 40,986 ล้านบาท รวมมูลค่าเงินประมูล 80,778 ล้าน บาท โดยหลังจากนี้ กทค. จะทำการรับรองการประมูลภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2015 เพื่อออก ใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ให้กับผู้ที่ชนะการประมูลทั้ง 2 ราย ซึ่งคาดว่าผู้ชนะประมูลจะนำคลื่น ดังกล่าวเพื่อให้บริการ 4G ต่อไป

SCB Economic Intelligence Center จึงสรุปประเด็นดังนี้

ความต้องการใช้งานด้านข้อมูลที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือด ส่งผลมูลค่าเงินประมูลสูงกว่าราคาตั้งตั้นถึง 48,954 ล้านบาท (154%)

ในช่วงปี 2010-2014 ผู้ใช้บริการมือถือมีความต้องการใช้งานด้านข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่า 35% ต่อปี จึงทำให้ผู้ประกอบการมีความต้องการคลื่นความถี่เพิ่มเติม เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานข้อมูลที่เติบโต อย่างต่อเนื่อง เมื่อประกอบกับการประมูลคลื่นที่มีผู้เข้าร่วมประมูลมากถึง 4 ราย ในขณะที่ ใบอนุญาตมีเพียง 2 ใบ จึงทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงและราคาประมูลรวมถูกดันให้สูงกว่าราคา ตั้งต้นกว่า 154% และสูงกว่ามูลค่าประเมินคลื่นความถี่ โดยใบอนุญาตแรก คิดเป็น 200% ของมูลค่า คลื่น และใบอนุญาตที่สอง คิดเป็น 206% ของมูลค่าคลื่น

ราคาประมูลสูงมีผลกระทบบางส่วนต่อผู้ประกอบการ แต่จะไม่ ส่งผลกระทบรุนแรงเท่าการประมูลดิจิทัลทีวี

จากกรณีดิจิทัลทีวีที่มีมูลค่าการประมูล ค่อนข้างสูง และส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน ความมั่นคง และสภาพคล่องของผู้ประกอบการบางราย นั้น อีไอซีมองว่ากรณีดังกล่าวมีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการมือถือ เนื่องจากธุรกิจ โทรคมนาคมมีผู้เล่นน้อยราย และผู้เล่นแต่ละรายต่างมีฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกทั้งยังมีเงินทุนและสายป่าน ที่ยาวกว่าผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี แต่ต้นทุนค่าใบอนุญาตที่สูงอาจกระทบต่อผลประกอบการและกำไรใน ช่วงแรกราว 5-10% และทำให้ระยะเวลาคืนทุนของผู้ประกอบการนานขึ้น

ด้วยเงื่อนไขเรื่องค่าบริการ ผู้ชนะประมูลต้องหากลยุทธ์อื่นที่ไม่ใช่ด้านราคา เพื่อรักษาฐานรายได้และกำไรของบริษัท

ทั้งนี้ แม้ว่าราคาประมูลที่ดีดตัวสูงจาก ราคาตั้งต้นและมูลค่าคลื่นค่อนข้างมาก แต่เนื่องจาก กสทช. กำหนดให้ค่าบริการทั่วไปของคลื่น 1800 MHz จะต้องถูกลงกว่าค่าบริการเฉลี่ยของการใหบ้ริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz และจะต้องมีแพ็คเกจราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้ต่ำผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส จึงเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ ผู้ประกอบการต้องหาแนวทางอื่นๆ เพื่อทำให้บริษัทยังคงมีการเติบโตของรายได้และกำไร ยกตัวอย่างเช่น การร่วมมือกับผู้ผลิต content เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเรียกใช้งานข้อมูลเพิ่มมากขึ้น และนำเสนอแพ็คเกจที่ให้ใช้ข้อมูลในปริมาณมากในราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งจะยังทำให้ราคา ค่าบริการต่อหน่วยยังคงถูกกว่าค่าบริการของคลื่น 2100 MHz เป็นต้น

จับตา มองการประมูลคลื่น 900 MHz ซึ่งคาดว่า JAS อาจมีโอกาสสอดแทรกเป็นผู้เล่น รายใหม่ในตลาดได้

โดยอีไอซีประเมินว่า JAS มีแนวโน้มต้องการคลื่น 900 MHz มากกว่าคลื่น 1800 MHz และอาจทุ่มเม็ดเงินเพื่อก้าวเข้ามาทำธุรกิจในตลาดมือถือ เนื่องจากคลื่นความถี่ต่ำ สามารถครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้มากกว่า 2 เท่าและสามารถลดการลงทุนด้านโครงข่ายลงได้กว่า 10 เท่า ทั้งนี้ หาก JAS สามารถประมูลคลื่น 900 MHz ได้ ก็จะช่วยส่งเสริมธุรกิจอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ของบริษัท และต่อยอดบริการข้อมูลให้ครอบคลุมการใช้งานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่า การประมูลคลื่น 900 MHz ในวันที่ 15 ธันวาคม 2015 จะมีการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคลื่นความถี่จาก ผู้เล่นรายเดิมอย่างดุเดือด เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด

 

 

ที่มา : SCB EIC



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน