ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ ผู้หญิงที่รวยที่สุดในเมืองไทย ประธานบมจ.คาราวบาวกรุ๊ป คนใหม่

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ. คาราวบาวแดง เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา และได้แต่งตั้ง ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ รองประธานกรรมการบริษัท ขึ้นรับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทแทน มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. เป็นต้นมา

โดยเสถียรยังรั้งตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ มีบทบาทสำคัญในการบริหารองค์กรเช่นเดิม

งานนี้จึงไม่น่าจะมีอะไรในกอไผ่

นอกเสียจากเสถียรต้องการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสร้างธรรมาภิบาลด้านการบริหารจัดการ โดยมุ่งหมายยกระดับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ของบริษัท

ตลอดจนเป็นการสอดคล้องกับประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ประธานกรรมการบริษัทกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารไม่ควรจะเป็นคนคนเดียวกัน

สำหรับ ณัฐชไม หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อเธอ แต่จริง ๆ แล้วเธอคือ 1 ในผู้ก่อตั้งคาราบาวกรุ๊ป ร่วมกับเสถียรและยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) เมื่อปี 2545

และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญคนหนึ่งในการขับเคลื่อนแบรนด์คาราบาว ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ถ้าเสถียรเป็นฝ่ายบุ๋นคอยวางแผนองค์กร แอ๊ดเป็นฝ่ายบู๊ เดินสายสร้างแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Music Marketing (ในช่วงแรก ๆ) ณัฐชไมก็เป็นเหมือนแม่บ้าน รับผิดชอบในการบริหารจัดการหลังบ้าน

จบการศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาโท พาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเพื่อนรุ่นน้องของเสถียรที่อายุห่างกันประมาณ 8 ปี (วันนี้เสถียรอายุ 68 ปี)

ก่อนที่จะมาก่อตั้งคาราบาวกรุ๊ป ณัฐชไมกับเสถียรได้ร่วมกันทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เฟื่องฟูอย่างมากในยุคก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540

เมื่อธุรกิจที่ดินชะลอตัวทั้งคู่ก็มาลงตัวกับธุรกิจ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” เมื่อปี 2542  ซึ่งเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย

และหลังจากนั้นอีก 3 ปีบริษัทคาราบาวแดงก็เกิดขึ้นโดยมีแอ๊ด คาราบาว เป็นเพื่อนรุ่นน้องของเสถียรเข้ามาเป็นพันธมิตรคนสำคัญ

ปี 25557 คาราบาว ก็เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และสามารถสร้างรายได้ กำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับแต่ปีนั้นเป็นต้นมา

และนั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ณัฐชไมมีชื่อติดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยครั้งแรกเมื่อปี 2563 จากการจัดอันดับของ FORBES  มีมูลค่าทรัพย์สิน 1.93 ล้านบาท

ในขณะที่การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยประจำปี 2564 ระบุว่า เธอคือมหาเศรษฐีของไทยอันดับที่ 28 มีมูลค่าทรัพย์สิน 4.54 หมื่นล้าน

เป็นอันดับแรกของมหาเศรษฐีที่เป็นผู้หญิง

แน่นอนรายได้หลัก ๆ ของ ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ มาจากราคาหุ้นของคาราบาว กรุ๊ป เพราะรายได้ไม่เคยลด แม้ในช่วงวิกฤตโควิด -19

ปี 2563 คาราบาวกรุ๊ปมีรายได้และกำไรพุ่งสูงสุด (New High) สวนกระแสวิกฤตโควิด คือทำรายได้ 17,386 ล้าน (+16.5%) และกำไร 3,525 ล้าน (+44.2%)

ด้วยผลกำไรนี้ทำให้เธอมีมูลค่าทรัพย์สินส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า

ส่วนปี 2564 รายได้อยู่ที่ 17,570 ล้านบาท  กำไร 2,881 ล้าน (ลดลง 18.3%)

ไตรมาส 1/2565 มีทรัพย์สินรวม เท่ากับ 19,250 ล้านบาท หนี้สินรวม 8,507 ล้านบาท

ปัจจุบันเธอคือผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ในคาราบาวกรุ๊ป จำนวนหุ้นที่ถือคือ 210,000,000 สัดส่วน 21%

ในขณะที่อันดับ 1 คือบริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทของเสถียรและลูก ๆ) จำนวน 250,064,500 หุ้น 25.01%

ส่วนแอ๊ดคาราบาวถือหุ้นมากเป็นอันดับ 3 จำนวน 70,480,000 หุ้น 7.05%

นอกจากร่ำรวยจากการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในคาราบาวแดงแล้ว เธอยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่ร่วมกับเสถียรนอกตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัท  “ทีดี ตะวันแดง” เจ้าของโมเดลร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน” บริษัท “CJ Express” เจ้าของร้านสะดวกซื้อ ที่เคยตั้งเป้าเป็น 1,000 สาขา และมียอดขายแตะ 50,000 ล้านบาท ในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้

ทางด้านชีวิตส่วนตัวต้องยอมรับว่าค่อนข้างโลว์โพรไฟล์ ส่วนใหญ่จะทราบเพียงว่าเธอยังมีคำนำหน้าชื่อว่านางสาว แต่มีลูกสาว 2 คนคือ

ณัฐชนก วงษ์สวัสดิ์ กรรมการบริษัทคาราบาวกรุ๊ป และ กิตติมา วงษ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวตะวันแดง ที่สมรสกับนักแสดงชื่อดัง ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต เมื่อปีที่ผ่านมา

ก็ต้องมาติดตามดูกันต่อว่าปีนี้ ประธาน บมจ. คาราบาวกรุ๊ป คนใหม่ จะยังครองตำแหน่งผู้หญิงที่รวยที่สุดต่อไปหรือไม่ และจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกบ้างในองค์กรแห่งนี้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน