ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ที่หลากหลาย โดยในแต่ละภูมิภาคก็จะมีความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศยอดฮิตสำหรับการท่องเที่ยวของใครหลาย ๆ คน

และหนึ่งในเสน่ห์ที่โดดเด่นของญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้ นั่นก็คือ อาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับ นั่นเอง ซึ่งอาหารในประเทศญี่ปุ่นมีให้เลือกหลากหลายและรสชาติแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นราเมน อุด้ง โซบะ ซูซิ หรือของหวานอย่างไอศกรีม หรือโมจิ

นอกจากนี้ ในประเทศญี่ปุ่นยังมีร้านอาหารคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและมีประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่แตกต่างจากเดิม เช่น Genko Shippitsu Cafe คาเฟ่สำหรับนักเขียน Mamezo & Cafe คาเฟ่ที่ลูกค้าสามารถทำขึ้นมาได้เองในรูปแบบกล่องสวนขนมหวาน Ninja Akasaka ร้านอาหารสไตล์นินจา Zauo ร้านอาหารที่สามารถตกปลาได้เองแล้วนำมาทำอาหาร หรือ Sengoku Buyuden ร้านอาหารสไตล์ซามุไรเซ็นโกคุ เป็นต้น

มาดูกันเลยว่าร้านอาหารคอนเซ็ปต์แปลก ๆ ทั้ง 5 นี้มีอะไรน่าสนใจและมีบรรยากาศที่ดึงดูดลูกค้าได้อย่างไร

Genko Shippitsu Cafe คาเฟ่สำหรับนักเขียน

Genko Shippitsu Café (เก็นโกะ ชิปปิตสึ คาเฟ่) หรือคาเฟ่เขียนต้นฉบับ เป็นคาเฟ่ในย่านโคเอนจิของกรุงโตเกียวที่เปิดให้นักเขียนหรือนักแปลที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งเข้าไปใช้บริการโดยเฉพาะ และทางร้านจะไม่ปล่อยให้กลับบ้านจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายในการเขียนสำหรับวันนั้น

หลังจากที่เจ้าของร้าน Takuya Kawai (ทะคุยะ คะวาอิ) ได้แชร์รูปภาพและรายละเอียดของ Genko Shippitsu Café ผ่านโซเซียลมีเดียไป ก็ได้รับเสียงต้อนรับฮือฮากลับมา หลายคนรู้สึกขบขันในการยึดมั่นในบรรยากาศที่ตึงเครียดและกฎการเขียนของร้าน

โดย Genko Shippitsu Café เริ่มเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2022 และได้แนวคิดมาจากนักเขียนหลายคนเคยบ่นว่าการเขียนเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ที่ต้องสมาธิ จึงชอบทำงานให้เสร็จในบรรยากาศที่สบาย ๆ แบบคาเฟ่มากกว่า Genko Shippitsu Café จึงได้รับการออกแบบที่เน้นการผ่อนคลายมาเป็นอันดับแรก

สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการนั้นต้องแจ้งพนักงานก่อนว่าเป็นงานเขียนประเภทใดและมีเป้าหมายการเขียนในวันนี้เป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการจะเป็นนักเขียน นักแปล บรรณาธิการ หรือผู้ตรวจทาน โดยมีค่าบริการ 150 เยน (ประมาณ 1.2 ดอลลาร์) ต่อ 30 นาที รวมค่ากาแฟดริปที่สามารถเติมได้ไม่จำกัด

ภายในร้าน Genko Shippitsu Café ทุกที่นั่งจะมีปลั๊กไฟ ที่ชาร์จ และ wi-fi ฟรีของร้าน เพื่อให้ลูกค้าเขียนงานให้ตรงตามเป้าหมายได้อย่างสะดวก และทุกชั่วโมงพนักงานจะเข้ามาตรวจสอบว่าลูกค้าบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่ พร้อมมีบริการใช้แรงกดดันทางวาจาในระดับเล็กน้อย ปานกลาง หรือสูงต่อลูกค้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างสำเร็จ

ปกติร้าน Genko Shippitsu Café จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 13.00 น. ถึง 19.00 น. และไม่ได้เปิดทุกวัน เนื่องจากทางร้านใช้อาคารเดียวกับสตูดิโอบันทึกเสียงและออกอากาศของรายการ Koenji Sankakuchitai (โคเอะจิ ซันคะคุชิไท) จึงเปิดให้บริการในช่วงเวลาที่สตูดิโอหยุดให้บริการในบางวัน

หลังจากเปิดร้าน Genko Shippitsu Café ได้สักพัก ร้านนี้ก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี และมีลูกค้ามาใช้บริการในวันที่ร้านเปิดทำการอย่างไม่ขาดสาย ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

Mamezo & Cafe กับกล่องสวนขนมหวานเลื่องชื่อ

Mamezo & Café (มาเมะโซะแอนด์คาเฟ่) เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้าเป็นอันดับแรก ด้วยสโลแกน “มื้ออาหารและขนมหวานที่สนุก อร่อย และดีต่อสุขภาพ” ทางร้านจึงเน้นผลิตอาหารและขนมหวานในรูปแบบแปลกใหม่เป็นหลัก

 

โดยเมนูพิเศษที่หารับประทานได้แค่ร้าน Mamezo & Café ทั้ง 3 สาขาอย่างร้านนากาโนะชิมะ ร้านดิวฮันคิวยามาดะ ในโอซากา และร้านไดมารุโกเบ ในเฮียวโกะเท่านั้น ก็คือ Hakoniwa Sweets (ฮาโกะนิวะ สวีท) นั่นเอง

Hakoniwa Sweets หรือกล่องสวนขนมหวาน คือ ชุดขนมหวานที่สามารถทำขึ้นมาได้เองอย่างสร้างสรรค์ โดยทางร้านจะเสิร์ฟมาในรูปแบบกล่องที่ลูกค้าสามารถออกแบบเป็นสวนขนมหวานตามที่ต้องการได้

สำหรับเบื้องหลังแนวคิดของ Hakoniwa Sweets นั้นมาจากขณะที่เจ้าของร้าน Mamezo & Café กำลังมองไปยังสวนหินแห่งหนึ่ง แล้วเกิดความคิดว่าจะเป็นอย่างไรหากสวนแห่งนี้กลายเป็นขนมหวาน หินเป็นไวท์ช็อกโกแลต พุ่มไม้เป็นเค้กชาเขียว หรือลายพื้นของสวนเป็นน้ำตาล

Hakoniwa Sweets กล่องสวนขนมหวานจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยพนักงานของร้านจะเป็นผู้แนะนำวิธีการทำและส่วนผสมให้กับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเมนูยอดนิยมของร้านที่มียอดจองประมาณ 160 ครั้งต่อเดือน

ในทุกเซตของ Hakoniwa Sweet จะมีน้ำตาล วาราบิโมจิ เค้ก ช็อกโกแลต และวัตถุดิบการผลิตอื่น ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล รวมถึงไอศกรีมและเครื่องดื่มชาเขียวที่เสิร์ฟให้หลังจากทำกล่องสวนขนมหวานเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยราคาอยู่ที่ 1,540 เยน (ไม่รวมภาษี) และจำกัด 20 เซตต่อวันเท่านั้น

Ninja Akasaka ร้านอาหารสไตล์นินจา

Ninja Akasaka (นินจา อาคาซากะ) เป็นร้านอาหารที่เปิดมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2001 ในกรุงโตเกียว โดยมีคอนเซ็ปต์ร้านเป็นหมู่บ้านนินจาที่ซ่อนอยู่ในยุคที่สงบสุขปราศจากสงคราม โดยอิงจากเรื่องราวของหมู่บ้านนินจาต้องห้ามแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น Ninja Tokyo (นินจาโตเกียว) ฉลองครบรอบ 20 ปี

ทางร้านจึงตกแต่งด้วยศิลปะแบบดั้งเดิม และนำเสนออาหารที่เต็มไปด้วยความลึกลับน่าสนใจของนินจา พร้อมการบริการและการแสดงสุดประทับใจของพนักงานที่แต่งตัวเป็นนินจาเข้าคอนเซ็ปต์ของทางร้าน โดยได้ให้บริการแบบห้องส่วนตัว เพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้า

Ninja Akasaka เป็นหนึ่งในร้านที่มีแนวคิดขึ้นอยู่กับระดับความกระตือรือร้นของพนักงาน เนื่องจากการแสดงและการบริการต่าง ๆ นั้นมาจากการยึดมั่นในคอนเซ็ปต์ของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นตอนต้อนรับลูกค้า หรือตอนเสิร์ฟอาหารก็ตาม

สำหรับเมนูอาหารของร้าน Ninja Akasaka จะเสิร์ฟแบบเมนูคอร์สอย่างคอร์ส Banseshukai 8 จานในราคา 18,000 เยน คอร์ส Wagyu Jyubei Course 6 จานในราคา 15,000 เยน หรือคอร์สมังสวิรัติ 6 จานในราคา 8,000 เยน รวมทั้งสามารถสั่งอาหารเป็นจานเพิ่มเติมได้อย่างอิสระ

Ninja Akasaka ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมของหมู่บ้านนินจา ซึ่งเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์และความสนุกสนาน ร้านอาหารแห่งนี้จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

Zauo ร้านอาหารที่สามารถตกปลาได้เอง

Zauo (โซว) เป็นร้านอาหารทะเลแนวใหม่ที่ลูกค้าสามารถสนุกสนานไปกับการตกปลาด้วยตนเอง และให้ทางร้านนำปลาที่ตกได้มาทำอาหารในราคาที่ถูกกว่าอย่างราคาปกติของปลากะพงแดงคือ 4,180 เยน แต่ถ้าจับได้ก็จะเหลือเพียง 3,245 เยน เพื่อให้ลูกค้ารับประทานปลาที่สดใหม่

ทางร้านจึงมีบริการเช่าคันเบ็ดฟรีเพียงเสียค่าเหยื่อตกปลาในราคา 200 เยน และสามารถสอบถามขอคำแนะนำในการตกปลาจากพนักงานได้ตลอดเวลา เมื่อจับปลาได้แล้ว ลูกค้าสามารถเลือกได้ 2 วิธีว่าต้องการให้ปรุงเป็นอย่างไร เช่น ปลาทอดเทมปุระครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งทำเป็นซูชิ เป็นต้น

แต่หากลูกค้าจับปลาไม่ได้หรือไม่ชื่นชอบการตกปลา ทางร้านก็ได้เตรียมเมนูรสเลิศให้ลูกค้าสั่งได้ตามสบาย โดยมีทั้งเมนูอาหารทะเล และอาหารยอดนิยมอย่างไก่ทอด ของทอดต่าง ๆ ของหวาน และเมนูสำหรับเด็กอีกมากมาย

ภายในร้านตกแต่งด้วยเรือไม้ขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยบ่อปลา เพื่อสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าว่ากำลังตกปลาอยู่บนเรือจริงๆ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกที่นั่งได้ว่าจะนั่งบนเรือ หรือรับประทานอาหารในห้องเสื่อทาทามิส่วนตัว หรือโต๊ะบูธทั่วไป

สองพี่น้อง Kazuhisa (คาซึฮิสะ) และ Takahashi Takuya (ทากาฮาชิ ทาคุยะ) เจ้าของร้านอาหาร Zauo ได้เผยว่าแนวคิดของ Zauo ได้มาจากการอยากให้ร้านอาหารสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตและคุณค่าของอาหาร จึงได้ก่อตั้ง Zauo ขึ้นมาในปี 1986

ปัจจุบัน Zauo มีมากกว่า 10 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสาขาชินจูกุและเมะกุโระเป็นที่นิยมมากที่สุดในการจัดประชุมของบริษัทและนักท่องเที่ยว โดย Zauo ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใครในญี่ปุ่น จึงได้รับการชื่นชอบโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเด็ก ๆ และหมู่ชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

Sengoku Buyuden ร้านอาหารสไตล์ซามุไรเซ็นโกคุ

Sengoku Buyuden (เซ็นโกคุ บูยูเดน) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ (แฮงก์เอาต์สไตล์ญี่ปุ่นหรือกินดื่มหลังเลิกงาน) ในชินจูกุ กรุงโตเกียว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคเซ็นโกคุ ยุคสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่น

ทางร้านจึงตกแต่งร้านด้วยธงรบ ตราประจำตระกูลของเหล่านักรบ ม้วนกระดาษโบราณ และชุดเกราะซามูไรจำลอง พร้อมนำเสนอเมนูอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมแสนอร่อย ทำให้ดึงดูดทั้งลูกค้ากลุ่มชื่นชอบประวัติศาสตร์ กลุ่มนักชิมอาหาร และนักท่องเที่ยว

Sengoku Buyuden มีทั้งห้องส่วนตัวในธีม Osaka no jin (โอซากา โนะ จิน) ซึ่งเป็นการล้อมโอซากา สงครามครั้งแรกในสมัยเอโดะระหว่างตระกูลโทกูงาวะและตระกูลโทโยโตมิ และเคาน์เตอร์ที่นั่งในธีม Honnoji (ฮอนโนจิ) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ Nobunaga Oda (โนบุนากะ โอดะ) ถูกสังหารในการกบฏที่เกิดจาก Mitsuhide Akechi (มิซึฮิเดะ อาเคะชิ) ที่นั่งตรงเคาน์เตอร์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศได้ในขณะเดียวกัน

จุดเด่นของ Sengoku Buyuden ไม่ใช่แค่ความโดดเด่นของธีมที่นั่งอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอาหารดั้งเดิมแสนอร่อยที่ประดับจานอย่างประณีตจนดูเหมือนงานศิลปะอีกด้วย ซึ่งชื่ออาหารของแต่ละเมนูยังตั้งชื่อตามชื่อนักรบและการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

สำหรับเมนูแนะนำของทางร้านที่ห้ามพลาด คือ Tenka Touitsu Seiro Mushi เมนูนึ่งไม้ไผ่ที่สามารถเลือกระหว่างหมู ไก่ หรืออาหารทะเล ซึ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับซามุไรนักรบในยุคเซ็นโกคุ หรือ Chinmi Santen Mori อาหารตามฤดูกาล 3 อย่าง ซึ่งเป็นเมนูลับที่ไม่มีอยู่ในเมนู

Sengoku Buyuden ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโตเกียว ทำให้มีลูกค้าจำนวนมากเข้ามารับประทานอาหารในร้าน และมีลูกค้าต่างชาติมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าทั้งหมด

 

ที่มา:

This Tokyo cafe won’t let you inside unless you’re a writer or translator with a deadline looming

Tokyo’s Manuscript Writing Cafe only allows writers on a deadline, and won’t let them leave until finished

nayanazriya.com

mamezo.co.jp

trip-camera.com

ninjaakasaka.com

cntraveler.com

picrumb.com

Fishing & Eating

Catch your own meal at Zauo Fishing Restaurant Tokyo

https://livejapan.com/en/in-tokyo/in-pref-tokyo/in-shinjuku/article-a0001204/

https://www.picrumb.com/unique/sengoku-buyuden/

https://www.tabido.jp/en-us/article/1098/

https://gurunavi.com/en/japanfoodie/2016/02/samurai-theme-restaurant.html?__ngt__=TT13038efb1001ac1e4a5b8cVjk2pZ8tIyprfgbzvio34c

Sengoku Period-Themed Izakaya Is Now Offering Menu Inspired By A Female Feudal Lord



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน