ท่ามกลางการแข่งขันของตลาด OTT ที่คึกคักและร้อนแรงไม่แพ้อากาศหน้าร้อนของเมืองไทย ความสำเร็จของ Viu (วิว) ที่นอกจากจะได้รับสมญานามอย่างการเป็น Premium Asian content แล้ว การมีจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกัน 8 ไตรมาส และมีจำนวนสมาชิกแบบชำระเงินเติบโตขึ้น 58% พุ่งแตะ 8.4 ล้านคน ส่งผลให้ผู้ใช้งานรายเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 58.6 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 30% จากปีที่ผ่านมา ผลักดันให้รายได้เติบโตสูงถึง 37% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Marketeer เดินทางมาพูดคุยกับแม่ทัพและเหล่าขุนพลผู้นำทัพในส่วนต่าง ๆ ของ Viu (วิว) ในบ่ายวันหนึ่ง

เมื่อถามว่าส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จในครั้งนี้คืออะไร โอ-ธวัตวงศ์ ศิลมานนท์ แม่ทัพผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ Viu (วิว) ประเทศไทย ยิ้มและตอบสั้น ๆ ว่า “ทีม” พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ Viu (วิว) จะอยู่ภายใต้การบริหารของ PCCW Media (พีซีซีดับเบิลยู มีเดีย) แต่การเริ่มธุรกิจในประเทศไทยของ Viu (วิว) ก็ไม่ต่างจาก Startup

“จุดเริ่มต้นของการทำ Startup สิ่งแรกที่ต้องมีคือ ทีม ดังนั้น Mission แรกที่ผมทำคือการสร้างทีม ต้องลุยอะไรก่อน ทำตรงไหนก่อน เราก็เริ่มสร้างทีมจากตรงนั้น ตั้งแต่ทีมการตลาด สร้างโมเดลธุรกิจ ทีมที่สร้างรายได้ ไปจนถึงทีมแบ็กอัปต่าง ๆ”

โอ-ธวัตวงศ์ ศิลมานนท์ กรรมการผู้จัดการ Viu (วิว) ประเทศไทย

เริ่มจากการสร้างทีมให้แข็งแกร่ง

ย้อนกลับไปดูตลาด OTT เมื่อปี 2016-2017 ช่วงที่ Viu (วิว) กำลังจะเปิดตัว นอกจากแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งในคู่แข่งที่สำคัญ ณ ขณะนั้นคือบรรดาเว็บเถื่อนที่สามารถฉายคอนเทนต์ซีรีส์เกาหลีซับไทยได้เร็วที่สุด

Viu (วิว) เองเข้ามาพร้อม 2 จุดเด่นที่ชัดเจนคือ Premium Asian content ที่ฉายซีรีส์สดใหม่หลังประเทศเกาหลีเพียง 1 วันพร้อมซับไทย และมีคุณภาพของภาพและเสียงที่คมชัด ที่สำคัญคือ “ถูกลิขสิทธิ์” อีกหนึ่งจุดเด่นคือ โมเดลธุรกิจแบบไฮบริดที่มีทั้ง Subscription (จ่ายค่าบริการ) และ Advertising Video On Demand หรือ AVOD (ให้ดูฟรี แต่มีโฆษณา)

“ถามว่าทีมสำคัญอย่างไร ถ้าแรกเริ่มเราเลือกโมเดลธุรกิจแบบ AVOD เอาแต่คนใช้งานก่อนไม่เอาเงิน หรือเลือก Subscription เก็บเงินก่อนยังไม่เน้นคนใช้งาน ซึ่งตอนนั้นคนยังไม่รู้เลยว่า Viu (วิว) มีดีอย่างไร เริ่มเก็บเงินเลย โดยไม่ทำการตลาดแนะนำตัวใด ๆ เราก็แพ้เว็บเถื่อนราบคาบ อีกทั้งกลยุทธ์หลักที่ Viu (วิว) โฟกัสคือการเจาะตลาดและการสร้างรายได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราทำ คือการสร้างทีมการตลาดที่สามารถเพิ่มผู้ใช้ให้กับแพลตฟอร์ม Viu (วิว) และอย่างที่สองคือการสร้างอีกทีม เพื่อที่จะสร้างรายได้จากตรงนั้นให้ได้ โดยเราใช้เวลากว่าครึ่งปีในการสร้าง Community ก่อนเปิดตัว”

ด้วยจุดแข็งและโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน ประกอบกับกลยุทธ์การตลาดที่เริ่มต้นด้วยการปูพรมสร้าง Awareness ผ่านการสร้าง Community เพจเฟซบุ๊กก่อนเปิดตัวราวหนึ่งปีซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 1 ล้านคน ทำให้ทันทีที่เปิดให้บริการ Viu (วิว) ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม กระทั่งในวันนี้ Viu (วิว) มีคอนเทนต์หลากหลายทั้งหนัง/ซีรีส์เกาหลีซับไทย, หนัง/ซีรีส์เกาหลีพากย์ไทยและภาษาท้องถิ่น, คอนเทนต์ Viu Original, หนัง/ละครไทย และอื่น ๆ ตอบโจทย์ลูกค้าแทบจะทุกกลุ่มเป้าหมายทุกความต้องการ

แต่ตลาด OTT และผู้บริโภคไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ยังมีโอกาสอีกมากที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน (User) ไปพร้อม ๆ กับดึงคนดูให้ใช้เวลาอยู่กับแพลตฟอร์มมากขึ้น และผู้ที่ทำหน้าที่นี้คือเหล่าขุนพลหน่วยงานต่าง ๆ ที่หลังจาก Marketeer ได้ลองพูดคุยแล้ว พวกเขาเหล่านี้เหมือนส่วนผสมที่ลงตัวซึ่งได้กลายเป็นสูตรเด็ดที่ช่วยขับเคลื่อน Viu (วิว) ให้เติบโตชนิดที่เรียกว่า ‘อร่อยเด็ด’

 ทีมการตลาด สร้าง Performance Marketing

เก่ง-กิตติภพ เฟื่องขจรฟุ้ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดดิจิทัล Viu (วิว) ประเทศไทย

ว่ากันว่า การตลาดที่ดีคือสามารถสร้างผลลัพธ์ให้ดีที่สุดและทันเวลา เก่ง-กิตติภพ เฟื่องขจรฟุ้ง คือผู้ที่รับผิดชอบหน่วยงานนี้กับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดดิจิทัล

ด้วยความคุ้นเคยกับคุณโอมากว่า 15 ปี ทั้งยังเคยร่วมงานกันมาก่อน เมื่อคุณโอชักชวนมาทำงานและเห็นความน่าสนใจในตัวโมเดลธุรกิจของ Viu (วิว) คุณเก่งตกปากรับคำในทันที

โดยคุณเก่งขยายความเรื่อง Performance Marketing ที่นำมาใช้กับ Viu (วิว) ให้ฟังว่า “คือการทำการตลาดรูปแบบหนึ่ง แต่มุ่งเน้นที่ตัวผลลัพธ์และหาวิธีการที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด ได้ผลเร็วที่สุด หรือที่เราเรียกว่า Optimized คือการสร้างผลลัพธ์ให้ดีที่สุดให้ทันเวลา และสอดคล้องกับงบที่มีอยู่ ซึ่งการทำแบบนี้ได้ต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมากที่นำมาใช้ในการตัดสินใจว่า จะใช้ Ads ตัวไหน จะบูส จะลงเงินไปที่ไหน ถ้าเป็น KOL ควรจะเป็นใคร หรือถ้าเป็นพาร์ตเนอร์ควรจะเป็นเจ้าไหน และแน่นอนว่าต้อง Match content กับ Target audience ตลอดเวลา”

ซึ่งการสร้าง Community และการจับมือกับพันธมิตรปูทางมาก่อนทำให้ฝ่ายการตลาดดิจิทัลสามารถนำข้อมูลมาช่วยในการวิเคราะห์เลือกเครื่องมือการตลาดได้ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ ที่ทำไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มจำนวน User เท่านั้น ยังต้องช่วย Maintain user อยู่กับ Viu (วิว) ให้นานมากขึ้นอย่างที่กล่าวในข้างต้น

“ซึ่งตรงส่วนนี้ไม่ใช่แค่ทีมผมอย่างเดียว ยังมีการทำงานร่วมกับทีมอื่นอีกด้วย ทั้ง Content, Subscription, Sales, Retention, Product และอื่น ๆ เพื่อ Support ซึ่งกันและกัน”

คุณเก่งยังบอกอีกว่า ในปีแรกนั้นทีมการตลาดดิจิทัลมีไม่ถึง 10 คน และได้ขยายทีมมาเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละทีมก็จะมีฟังก์ชันที่ต่างกัน Support กันไป รวมถึงการ Support จากทีม Regional

“เราโชคดีที่มีทีม Support จาก Regional ซึ่งมีการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการทำ Data Mining เพื่อเอาข้อมูลวิเคราะห์แบบ Real Time และทีมที่ไทยเองก็มีการพูดคุยและแชร์ข้อมูลกันตลอด ทำให้ Viu (วิว) เข้าใจตลาด เข้าใจว่าผู้ชมต้องการอะไร อยากได้อะไรช่วงไหนตอนไหนมากสุด เพราะการทำ Performance Marketing ที่ดีได้นั้น การทำ Data Analytic เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้ได้การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด ซึ่งทีม Local และ Regional มีการทำ Knowledge sharing กันอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ Viu (วิว) เป็นผู้นำด้าน Premium Asian content อย่างในวันนี้”

ทีมกลยุทธ์เลือกคอนเทนต์ที่ดี ผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ

เอ็ม-อคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu (วิว) ประเทศไทย

ถัดมาคือส่วนของงานพัฒนาธุรกิจ เอ็ม-อคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu (วิว) ประเทศไทย ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านอุตสาหกรรมบันเทิงจากต่างประเทศมาอย่างยาวนาน คือคนที่ดูแลในส่วนนี้ เดิมทีคุณเอ็มเคยมีประสบการณ์จาก dtac, UD (Benchachinda Group) และ Grammy ทำให้เข้าใจเรื่องคอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเคยร่วมงานกับคุณโอมาก่อนทำให้รู้ใจกันพอสมควร

“สำหรับการเลือกคอนเทนต์ของ Viu (วิว) หลัก ๆ มาจากทีม Regional ซึ่งมีคอนแทคดีลที่แข็งแกร่งมาจากค่ายยักษ์ใหญ่ของเกาหลีทั้งหมด ตั้งแต่ CJ, tvN, OCN, Mnet, JTBC, TV Chosun, KBS, SBS, MBC และ Coupang Play ซึ่งสามารถตอกย้ำการเป็น King of Premium Asian content ได้เป็นอย่างดี”

เรียกได้ว่าที่เกาหลีมีซีรีส์อะไรดู ออกอากาศเรื่องไหนบ้าง Viu (วิว) เก็บคอนเทนต์เหล่านั้นมาให้ดูแบบสดใหม่เกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ขณะเดียวกันนอกจากการเลือกคอนเทนต์แล้ว การพัฒนาคอนเทนต์เพื่อเจาะตลาดคนดูเองก็เป็นอีกโจทย์ที่คุณเอ็มต้องแก้

“ในปีแรกที่เปิดตัว Viu (วิว) โจทย์ตอนนั้นคือการทำให้คนดูเปลี่ยนจากดูเว็บเถื่อนมาดูเราและยอมจ่ายเงิน แต่หลังจากนั้นโจทย์คือการสร้าง Penetration ในตลาด ซึ่งการขยายตลาดนั้นถ้าจะเอาซีรีส์เกาหลีเพียว ๆ เข้าไป ณ เวลานั้น ยังค่อนข้างยาก เราเลยเอาคอนเทนต์ไทยเข้ามาดึงคนดู จากนั้นต้องทำให้คนดูคอนเทนต์ไทยเปิดใจดูคอนเทนต์เกาหลีให้ได้

“ซึ่งในกลุ่มนี้จะมีเซกเมนต์ที่คุ้นชินกับการฟังภาษาไทยหรือเปิดคลอไปกับการทำงานอยู่ ถ้าเราแก้โจทย์นี้ได้จะเป็นกุญแจที่ช่วยให้คนกลุ่มนี้เปิดใจดูซีรีส์เกาหลีมากขึ้น เป็นที่มาของไอเดียการเสริมคอนเทนต์พากย์ไทย ทั้งในซีรีส์เกาหลีและซีรีส์จีน รวมถึงการที่เรามีซีรีส์เกาหลีเป็นภาษาท้องถิ่นอย่างภาษาอีสานและเหนือ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และจะขยายไปกว่า 150 เรื่องภายในสิ้นปีนี้”

อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของปีที่คุณเอ็มภูมิใจนำเสนอคือ Viu Original ซีรีส์ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Viu The Difference เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดย Viu (วิว) ประเทศไทยได้ผลิตคอนเทนต์ Viu Original เองซึ่งเป็นซีรีส์แนวใหม่ในตลาด โดยเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้คือ WANNABE (ฝัน-กล้า-บ้า-ดัง) เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่ทุ่มเทเพื่อสานฝันการเป็นแร็ปเปอร์ นำแสดงโดย นนกุล-ชานน ที่พลิกบทบาทด้วยการหันมาร้องแร็ปด้วยตัวเอง รวมถึงโปรเจกต์ซีรีส์วายอย่าง Close Friend โคตรแฟน ซีซั่น 2 ของโอห์ม-ฐิติวัฒน์, ฟลุ้ค-ณธัช, คิมม่อน-วโรดม และคอปเตอร์-ภานุวัฒน์ ที่ทะยานสู่เทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ตั้งแต่ออนแอร์ EP. แรก และยังมีฉายทาง Rakuten TV ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

อีกทั้งยังมี Remember 15 ซีรีส์แนว Teenage slasher ที่ซ่อนปมเอาไว้มากมายให้ได้ลุ้นกันตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงซีรีส์แนว Sport romance อย่าง My Coach ที่พร้อมสร้างรอยยิ้มและความบันเทิงจากนักแสดงชื่อดังมากมาย อาทิ วาววา-ณิชชา, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และเพิร์ธ-ธนพนธ์, Finding The Rainbow อีกเรื่องที่น่าจับตามองเพราะเป็นซีรีส์แนว Economic timeline romance ที่เล่าเหตุการณ์ของตัวละครผ่านเหตุการณ์จริงที่สำคัญ และได้นักแสดงชื่อดังอย่าง ออม-สุชาร์,​ ก็อต-อิทธิพัทธ์ และสิงโต-ปราชญา ร่วมแสดง อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้เลยคือ Real Fake โคตรปลอม ซีรีส์ Romantic action ที่มีความตลกร้ายซ่อนอยู่ โดยได้ จี๋-สุทธิรักษ์ นักแสดงรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีผลงานมากมาย มาประกบคู่กับ นิวเคลียร์​-หรรษา ที่กลับมาโชว์ฝีไม้ลายมือด้านการแสดงอีกครั้ง

รวมถึง Return Man ซีรีส์สไตล์ Romantic drama ที่ตัวเอกรับบทเป็นเจ้าของบริษัทรับทวงคืนทุกอย่างที่อยากได้ แม้แต่ศักดิ์ศรี หรือความรู้สึกก็สามารถทำได้ ที่ได้ อาเล็ก-ธีรเดช และแพต-ชญานิษฐ์ มาร่วมโปรเจกต์ซึ่งถือเป็นการประกบคู่ของพระเอกดังกับนางเอกรุ่นใหม่ เจ้าแม่ MV อีกด้วย ปิดท้ายปีด้วย Get Rich ซีรีส์แนว Teen romance comedy ที่เป็นการรวบตัวกันของกลุ่มนักเรียนที่อยากทวงคืนของที่ถูกโรงเรียนตัวเองปล้นไป จะอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม โดยได้ มินนี่-ภัณฑิรา, ต้นหน,​ นนท์-ศดานนท์ และเรย์-เวณิตา มาร่วมสร้างสนุกและความบันเทิงกับการเอาคืนโรงเรียน ที่อาจทำให้ใครหลายคนนึกถึงสมัยวัยเรียนได้อย่างแน่นอน

รวมถึง Viu Original จากฝั่งเกาหลีอย่าง Again My Life ที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนชื่อดังใน Webtoon นำแสดงโดย อีจุนกิ ต่อเนื่องด้วยซีรีส์อารมณ์ดีอย่าง From Now On, Showtime” รวมถึง Woori the Virgin และ Why her ที่จัดเต็มทุกความสนุกครบรสอย่างจุใจตลอดทั้งปี

ทีมสร้างคอนเทนต์ไทยให้เติบโตในระดับสากล

คุณชายอดัม-หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ Viu (วิว) ประเทศไทย

เป้าหมายของ Viu Original ประเทศไทยคือการผลิตคอนเทนต์คุณภาพที่ถูกจริตทั้งคนไทยและถูกใจตลาดต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ Viu (วิว) ได้ผู้คร่ำหวอดในวงการที่เป็นมือฉมังที่จะช่วยผลักดันซีรีส์ไทยให้ไปสู่ตลาดต่างชาติอย่าง คุณชายอดัม-หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล มาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ Viu (วิว) ประเทศไทย

ด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนสนใจใคร่รู้และการรู้จักกันเป็นการส่วนตัวทำให้คุณชายอดัมเข้ามาพูดคุยศึกษาเรื่องแพลตฟอร์ม Viu (วิว) กับคุณโอ หลังจากคุยกันก็พบว่าทั้ง 2 คนมองแนวทางในการพัฒนาวงการบันเทิง วงการซีรีส์ไทย ตรงกันจึงตกลงทำงานร่วมกัน

โดยสมการที่คุณชายอดัมต้องเจอคือ การผลิตซีรีส์ไทยให้อยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้ซีรีส์ไทยสามารถเกิดได้ในตลาดโลก

“ไม่เชื่อเรื่องการถดถอยของอุตสาหกรรมหนัง แต่เชื่อว่ายังเติบโตได้และเราควรจะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ เราจึงมองหาความแตกต่าง หาช่องว่างในตลาดในการผลิตซีรีส์ไทยที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศไทย และสามารถเติบโตได้ในตลาดต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม Viu (วิว) ทั้ง 16 ประเทศและพันธมิตร”

โดยแนวทางการผลักดันคอนเทนต์ซีรีส์ไทยของ Viu (วิว) ไม่ใช่การเข้าไปแย่งส่วนแบ่ง แต่สร้างความแตกต่างให้กับตลาดผ่านการสร้างโครงสร้างการผลิตให้แข็งแกร่ง คือ

  1. การสร้าง Combination ที่ดีของนักแสดง โดยมีทั้งนักแสดงชื่อดังที่มีฝีมือดึงดูดผู้ชมได้ดีภายใต้บทบาทที่ท้าทาย กระตุ้นให้คอนเทนต์สนุกและน่าสนใจ และนักแสดงหน้าใหม่ที่ให้ความสด และ Wow Factor กับคนดู รวมถึงนักแสดงหน้าเก่าที่พลิกบทบาทใหม่ โดยทั้งหมดจะต้องมีไปพร้อม ๆ กันเพื่อผลักดันนักแสดงหน้าใหม่เข้าสู่วงการ รวมถึงแสวงหาความสนุกจากการแสดงชั้นดี
  2. โปรดักชั่นที่ยอดเยี่ยม โดยเปิดโอกาสให้ทีมโปรดักชั่นทั้งเก่า กลาง และใหม่ ที่มีฝีมือ ทั้งผู้กำกับรุ่นใหญ่รวมไปถึงผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงมาช่วยควบคุมดูแลการผลิตให้มีคุณภาพภายใต้การถ่ายทำระดับสากล ช่วยให้การเล่าเรื่องไหลลื่นเข้าถึงคนหมู่มากแต่ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์และลายเซ็นของผู้ผลิตแต่ละคนด้วยเช่นกัน
  3. บทที่ดี เนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ตรงส่วนนี้ Viu (วิว) ได้สร้างโครงการ Viu Script Lab ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการสร้างบท และเรื่องที่ดี รวมไปถึงโครงการ Viu Pitching Forum ที่ร่วมกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยเพื่อคัดสรรงานที่เรื่องโดดเด่นและดีมาผลิตเป็นซีรีส์คุณภาพ รวมไปถึงเปิดรับเรื่องเข้ามาจำนวนมากเพื่อมาต่อยอดผลิตเป็นงาน Originals ในรูปแบบและแนวที่ไม่ซ้ำกัน

“การสร้าง Infrastructure ที่แข็งแกร่งก็เพื่อสร้างคอนเทนต์ไทยให้แข็งแกร่ง เราต้องพยายามสร้างเรื่องที่เร็วกว่า ล้ำหน้ากว่าตลาดไปหนึ่งก้าว จะทำให้เราเป็น Original Content ที่เป็นผู้นำในตลาดได้ โดยทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนไปด้วยทีมงานของ Viu Thailand ที่ทำงานด้วยความเข้าใจอุตสาหกรรมและเข้าใจในการตอบโจทย์ผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการทำงานเป็น Team work กับฝ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และฝ่ายอื่น ๆ เพื่อทำให้งานทุกชิ้นที่เราผลิตได้ผลตอบรับที่ดีทั้งยอดการรับชมทั้งหมดตอบโจทย์ที่ดีกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ และส่งเสริมให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยเติบโตต่อไปด้วยในเวลาเดียวกัน”

ทีมสร้างพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ

โอ๊ท-อรรถสิทธิ์ บูรณะธีรกิจ หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมการค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ Viu (วิว) ประเทศไทย

อีกส่วนสำคัญของธุรกิจ Viu (วิว) คือขาของการเพิ่มจำนวนสมาชิกผ่านพาร์ตเนอร์ธุรกิจต่าง ๆ โดยส่วนนี้คุณโอได้เพื่อนที่รู้ใจอย่าง โอ๊ท-อรรถสิทธิ์ บูรณะธีรกิจ ที่คร่ำหวอดในการสร้าง Subscription และมีประสบการณ์การทำงานจากต่างประเทศมาอย่างยาวนาน มาเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมการค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ดูแลในส่วนการหารายได้ให้กับ Viu (วิว) โดยการเพิ่ม Pay subscriber ผ่านทาง Partnership

“เล่าให้ฟังก่อนว่า Viu (วิว) เอง เป็นอันดับหนึ่งด้านคอนเทนต์เกาหลีตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ และคุณเก่งได้สร้างการ Penetration ตลาดได้ดีตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการมีพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่ง จากทั้งสามอย่างนี้ทำให้เราเป็นอันดับ 1 ด้านการสมัครสมาชิกได้สำเร็จในไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 จากรายงานที่จัดทำโดยศูนย์วิจัย AMPD Research (No.1 Paid Sub in Thailand)

“นอกจากจุดแข็งด้านคอนเทนต์แล้ว อีกส่วนสำคัญที่ทำให้ Viu (วิว) เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งคือ Partnership หรือพันธมิตรธุรกิจในด้านต่าง ๆ เช่น

Telco เราเป็นพาร์ตเนอร์กับ AIS มาตั้งแต่แรกเริ่มซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก และยังคงมีการร่วมมือนำเสนอบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ได้ขยายความร่วมมือไปยัง True Mobile และมีแผนความร่วมมือกับ True ID, True Money, True Vision และค่ายอื่น ๆ อย่าง DTAC และ NT เพื่อเปิดบริการในอนาคตอีกด้วย

App Store ทั้งในฝั่งของ Apple และ Google โดยได้ผลิตคอนเทนต์และการโปรโมตคอนเทนต์ร่วมกัน

Consumer Product ที่ในปีนี้นับเป็น Key strategies ของ Viu (วิว) ทั้งการ Penetration และ Subscription จากที่เราได้มีการจับมือกับ Red Sun เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และกำลังมีการเจรจากับอีกหลาย ๆ แบรนด์ เพื่อทำแคมเปญและโปรโมตผลิตภัณฑ์ร่วมกันอีกมากมายในอนาคต”

ทีมระบบหลังบ้านสร้างความราบรื่นทุกการเชื่อมต่อ

บอย-วรเดช ศิลปวิศวกุล หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ และระบบธุรกิจอัจฉริยะ Viu (วิว) ประเทศไทย

บอย-วรเดช ศิลปวิศวกุล อดีต Software Development ธุรกิจ Telco และ Product Management ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่ง ที่รู้จักกับคุณโอได้ชักชวนให้มารับผิดชอบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ และระบบธุรกิจอัจฉริยะ ที่ดูแลงานด้าน Product และการเชื่อมต่อระบบกับพาร์ตเนอร์ทั้งหมด รวมถึงงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนในการตัดสินใจ หรือวางแผนกลยุทธ์ให้กับทีม

คุณบอยขยายความเนื้องานให้ฟังว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Viu (วิว) ที่เขารับผิดชอบ มี 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

  1. Product Development โดยทีม Product ที่แข็งแกร่งและกระจายในต่างประเทศ ตั้งแต่ ฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน เพื่อพัฒนา Viu Application ให้เป็น Global Product และเป็นแพลตฟอร์มที่มอบความสะดวกให้ User สามารถใช้งานได้แบบ Anywhere Anytime ไม่ว่าจะเป็นบน Computer, Mobile, TV, and OTT boxes ทั้ง International Product และในประเทศไทย อาทิ Samsung, LG, Sony, AIS Playbox, True ID TV และอื่น ๆ ที่ Viu (วิว) จะพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ครบในทุกช่องทาง
  2. Payment Channel คือการพัฒนาช่องทางการชำระเงินให้ง่าย มีตัวเลือกหลากหลาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากที่สุด โดยเรามี Payment Channel ช่องทางต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ Telco, Credit Card, E-Wallet, E-Commerce และ Payment อื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต
  3. Partnership เป็นการสร้างระบบหลังบ้านเพื่อเชื่อมต่อกับ Partnership ที่คุณโอ๊ทได้พูดถึงข้างต้น โดยเพื่อความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ ทีมของเราจึงต้องพัฒนาระบบหลังบ้านของ Viu (วิว) ให้ทำงานที่สอดคล้องกับพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ

ทีมพัฒนาธุรกิจสร้าง Business ใหม่ ๆ

โจ-รัชพล จิตพึงธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาธุรกิจ Viu (วิว) ประเทศไทย

มาถึงส่วนงานด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่เรามักจะเห็น Viu (วิว) มีแคมเปญใหม่ ๆ อยู่เสมอ โจ-รัชพล จิตพึงธรรม อีกคนที่เคยร่วมงานกับคุณโอ คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ กับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาธุรกิจ Viu (วิว) ประเทศไทย

คุณโจเล่าถึงกลยุทธ์การทำ Marketing Campaign ของ Viu (วิว) ให้ฟังว่า มาจากแนวคิดที่ว่าต้องการให้ Viu (วิว) เข้าไปอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนดู ทำให้เราเห็นแคมเปญสนุกจาก Viu (วิว) เสมอ

“ปีที่ผ่านมาเราทำแคมเปญ ‘Viu พร้อมบวก’ กับร้านอาหารกว่า 6,000 ร้าน ซัปพอร์ตถุงให้ร้านอาหารและโค้ดดูฟรีให้ลูกค้าของร้านซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และในปี 2022 แคมเปญ ‘Viu พร้อมบวก’ จะกลับมาอีกครั้งรับรองว่าผู้ชมจะต้องว้าวอย่างแน่นอน”

อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน คือการทำ Short Form Content + Artist Management ที่ตอบโจทย์ความต้องการคนดูที่ไม่ชอบดูซีรีส์สั้น ๆ ตรงประเด็น

“อย่างที่น้องเอ็มได้กล่าวไปข้างต้นถึงความสำเร็จของ MiniSeries ‘Close Friend โคตรแฟน’ ในอนาคตผมได้วางแผนอยากจะให้มีพื้นที่ของเด็กหน้าใหม่ที่อยากเข้าวงการ โดยน้อง ๆ เหล่านี้จะได้รับการฝึกฝนทั้งเรื่องการแสดง ร้องเพลง ตามความสามารถของแต่ละคน อย่างปีนี้ที่เพิ่งเปิดตัวไปกับบริษัทกองทัพ ของคุณเขตต์ ฐานทัพ ก็อยู่ในแผนการสร้างรายการวาไรตี้ จิก กัด ตบ ของสาว ๆ กว่า 20 คน”

คุณโจยังทิ้งท้ายไว้ว่า หากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย Viu (วิว) ได้เตรียมจัดอีเวนต์ใหญ่ให้กับแฟน ๆ ซีรีส์เกาหลี โดยยกถนนเมียงดงมาไว้ที่เมืองไทย โร้ดโชว์ไปตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศกับงาน “กรี๊ดเดย์เฟส 2022” ที่จะมีขึ้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และชลบุรี

ทีมขายที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ยอด เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย Viu (วิว) ประเทศไทย

อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ทำให้ Viu (วิว) แข็งแกร่งขึ้นในด้านของรายได้ คือทีมขาย ที่คุณโอได้มือดีที่เคยร่วมงานและรู้จักมากกว่า 10 ปี อย่างคุณยอด เศรษฐบุตร มานั่งแท่นผู้อำนวยการฝ่ายขาย

“วันที่เข้ามาช่วยตรงนี้ผมรู้สึกว่า ทุกอย่างที่ Viu (วิว) มี คือดีและพร้อมมาก เรามีทีมงานคุณภาพ ทีมบริหารที่แข็งแรง มีคอนเทนต์ที่ดี มั่นใจว่าขายได้ จากนั้นก็ดูว่าทีมขายขาดเหลืออะไร เราก็มาเติมเต็มตรงนั้น คือไม่ว่า Viu (วิว) จะมีคอนเทนต์ หรือกิจกรรมอะไรในรูปแบบไหน ผมก็จะคอยคิดกลยุทธ์ให้แมตช์กับสิ่งที่มี ซึ่งแต่ละเอเจนซีก็จะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป หากบางเอเจนซีต้องการ Customize รูปแบบการโฆษณาเราก็สามารถวางแผนการตลาดร่วมกันได้”

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ที่คนไทยจะนิยมรับชมความบันเทิงทางทีวีเป็นหลัก แต่หลังจากมีธุรกิจ OTT เข้ามา จึงทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพราะ OTT มีจุดแข็งด้านความหลากหลายของคอนเทนต์ สามารถรับชมที่ไหนเวลาไหนก็ได้ ทำให้ สื่อ OTT เป็นที่หมายตาของแบรนด์และเอเจนซีมากขึ้น

“พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ พวกเขามีอิสระที่จะเลือกดูมากขึ้น และแพลตฟอร์ม OTT ก็เข้ามาตอบโจทย์ความสะดวกสบายและมีคอนเทนต์หลากหลายให้กับผู้บริโภค ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจนี้ทำให้มีผู้เล่นมากหน้าหลายตา ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นตลาดให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการ OTT มากขึ้น นั่นหมายความว่า OTT ได้กลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของการลงโฆษณาในปัจจุบันด้วยเช่นกัน”

คุณยอดอธิบายจุดแข็งในการเป็นสื่อของ Viu (วิว) ให้ฟังว่า “หลัก ๆ คือเรื่องคอนเทนต์ที่เป็นอันดับ 1 ด้านซีรีส์เกาหลีครอบคลุมทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ วาไรตี้ และอื่น ๆ ดังนั้นหากแบรนด์ไหนที่ต้องการจับตลาดคนชอบดูซีรีส์ หรือซีรีส์เกาหลีก็จะนึกถึง Viu (วิว) ป็นอันดับแรก นอกจากนี้ เรามีคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้นทั้งพากย์ไทย อีสาน เหนือ ที่ช่วยขยายตลาดเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่แต่ละแบรนด์หรือเอเจนซีต่าง ๆ ต้องการเจาะได้ดียิ่งขึ้น

“อีกหนึ่งความน่าสนใจของพื้นที่สื่อใน Viu (วิว) ก็คือ การทำ Viu Original ของเกาหลี ที่ในปีนี้ได้เปิดโอกาสให้นำเสนอสินค้าที่เป็น Global product ที่มีขายในเกาหลี เข้าไป Tie-in ในซีรีส์ได้ เพื่อเจาะตลาดผู้ชมของ Viu (วิว) ทั้ง 16 ประเทศ”

 

หลายคนอาจเข้าใจว่า Viu (วิว) เติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งได้เพราะอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท PCCW Media (พีซีซีดับเบิลยู มีเดีย) คุณเข้าใจถูกแต่เพียงครึ่งเดียว เพราะหลังจากอ่านบทความมาจนถึงตรงนี้คงรู้แล้วว่า ความสำเร็จส่วนหนึ่งนั้นมาจากทีมบริหารมากประสบการณ์ที่มีแนวความคิดเดียวกันในการมุ่งพัฒนาองค์กร และอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

“Viu (วิว) เป็นเหมือน Startup ในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ พอเป็น Startup ทีมเราต้องแข็งแกร่งและเร็วไม่อย่างนั้นธุรกิจมันจะไม่เจ๋ง ดังนั้นเราต้องค่อยสร้างทีมสร้างขาแต่ละขาให้แข็งแรง ทีมนี้ไม่ได้สร้างเสร็จในครั้งเดียว แต่เป็นทีมที่เคมีลงตัวที่สุดเท่าที่มีมา” คุณโอ-ธวัตวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน