เหตุผลอะไรที่ผลันดันให้บางคนยอมรับทำงานยาก ไม่ต่างจากการเดินฝ่าพายุหรือแก้โจทย์ควอนตัมฟิสิกส์ คำตอบของคำถามนี้จากปากคนเก่งที่เคยรับมือกับงานลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง คือมันเป็นความท้าทายที่ได้แสดงฝีมือให้ประจักษ์ ผลตอบแทนแห่งความสำเร็จซึ่งมากกว่างานง่ายที่ใครๆก็ทำได้ และโอกาสได้ยกระดับตนเองเป็นคนพิเศษในวงการที่สังกัดอยู่ นี่คงเป็นสิ่งที่อยู่ในใจ Carlos Ghosn ประธานบริษัทและประธานบริหาร (CEO) Renault และ Nissan ซึ่งเพิ่งรับงานใหม่ นำการฟื้นฟู Mitsubishi แบรนด์รถญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกู้วิกฤตหลายด้าน หลังยอมรับว่าโกงผลทดสอบการประหยัดน้ำมัน

World Marketeer คนล่าสุดเป็นลูกหลานของตระกูลชาวเลบานอน เกิดที่เมือง Porto Velho ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล เมื่อ 9 มีนาคม 1954 โดยการป่วยขณะอายุเพียง 2 ขวบจากการดื่มน้ำไม่สะอาดทำให้ต้องย้ายไปนคร Rio de Jadeiro แต่อาการยังไม่ดีขึ้น อีก 4 ปีถัดมาแม่จึงพาไปเลบานอนรักษาตัวและเข้าเรียนจนจบมัธยมปลาย จากนั้นเดินทางอีกครั้ง คราวนี้ที่หมายคือฝรั่งเศสเพื่อศึกษาต่อระดับปวส.และปริญญาตรีด้านวิศวกรรม บริษัทแรกที่รับบัณฑิตคณะวิศวกรรมป้ายแดงผู้นี้เข้าทำงานเมื่อปี 1978 คือ Michelin

Ghosn อยู่กับบริษัทยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ “เมืองน้ำหอม” นาน 18 ปี มีผลงานโดดเด่นคือการพลิกฟื้นสาขาในอเมริกาใต้ให้กลับมาทำกำไร และเป็นผู้นำการซื้อกิจการ Uniroyal Goodrich บริษัทในธุรกิจเดียวกันของสหรัฐ เมื่อปี 1990 จากนั้นในอีก 6 ปีถัดมาย้ายไปเป็นผู้บริหารของ Renault ที่กำลังขาดทุนหนัก โดยภายใน 1 ปี แผนปรับลดรายจ่ายและต้นทุนต่างๆ มูลค่า 20,000 ล้านฟรังค์ (ตามค่าเงินฝรั่งเศสในขณะนั้น) พร้อมปรับแผนโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ก็ทำให้ค่ายรถเก่าแก่ของฝรั่งเศสกลับมาทำกำไรอีกครั้งจนเขาได้ฉายาว่า “มือพิฆาตต้นทุน” (Le Cost Killer)

ปี 1999 นักบริหารชาวเลบานอนที่ยังถือสัญชาติฝรั่งเศสและบราซิลด้วย ตอบรับความท้าทายครั้งใหม่ด้วยการควบตำแหน่งผู้บริหาร Nissan แบรนด์รถญี่ปุ่นซึ่งขาดทุนต่อเนื่องมา 7 ปี ที่กลายเป็นของ Renault ผ่านการซื้อหุ้น โดยเขาแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ด้วยแผนฟื้นฟูกิจการครั้งใหญ่ เช่นปลดคนงานทั่วโลกถึง 21,000 คน และปิดโรงงานในญี่ปุ่นไป 5 แห่ง พร้อมประกาศว่าหากไม่สำเร็จจะขอลาออก ทว่าในปี 2003 การลาออกไม่เกิดขึ้น เพราะ Nissan ไม่ใช่แค่ฟื้นตัว แต่ผงาดขึ้นเป็นค่ายรถดังที่กำไรสูงสุดในโลกปีนั้น จนเขากลายเป็นชาวต่างชาติที่คนแดนอาทิตย์อุทัยยกย่อง เห็นได้จากร้านอาหารบางแห่งทำข้าวกล่อง (Bento) ตกแต่งเป็นรูปหน้าเขาออกมาขายและหนังสือการ์ตูน (Manga) รายเดือน แนวยอดมนุษย์ชื่อ “The True Story of Carlos Ghosn”

เครือข่ายบริษัทยานยนต์ภายใต้ความดูแลของ Ghosn ยังขยายอย่างต่อเนื่องด้วยการซื้อหุ้นใหญ่ของ AvtoVAZ แบรนด์รถรัสเซียและล่าสุดกับการทุ่มเงิน 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 77,000 ล้านบาท) เพิ่มสัดส่วนหุ้นใน Mitsubishi ที่ Nissan ถือครองอยู่เป็น 34% ทำให้เขา ต้องรับบทนักกู้วิกฤตอีกครั้ง โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “มันคืองานยากที่ท้าทายซึ่งมีรางวัลใหญ่รออยู่หากทำสำเร็จ”

คาดกันว่ารางวัลใหญ่ที่ผู้บริหารวัย 62 ปีซึ่งพูดได้ 5 ภาษาคือ อังกฤษ โปรตุเกส ฝรั่งเศส อาหรับ และญี่ปุ่น หวังไว้ถ้ากู้วิกฤตครั้งนี้ได้สำเร็จคือกำไรจากการลงทุนในหุ้น Mitsubishi การเจาะตลาดรถกระบะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้นผ่านองค์ความรู้ที่ Mitsubishi มีจากการทำให้ Triton เป็นรถกระบะยอดฮิตในภูมิภาคดังกล่าว และขยับสู่การเป็นเครือบริษัทยานยนต์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

ที่มา : bloomberg.com ,forbes.com ,wikipedia.com


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer