มีคนเคยกล่าวไว้ว่า StartUp ส่วนใหญ่ไอเดียดี แต่พอทำเข้าจริงก็ไม่รู้จะสร้างเงินได้ไหม และนี่ก็เป็นสิ่งเดียวกับที่เราสงสัยเมื่อตอนที่รู้ว่าจะต้องไปคุยกับ StartUp กลุ่มหนึ่ง ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในนามของ Take Me Tour ซึ่งสอง Founder อย่างนพและทาโร่บอกกับเราว่า การท่องเที่ยวในแบบฉบับของเขาจะไม่สามารถหาได้จากกรุ๊ปทัวร์ 6-7-8 หรือตามไกด์บุ๊กทั่วไป ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการของพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ใหม่แบบที่ในอินเตอร์เน็ตไม่เคยมี

โดย Take Me Tour จะทำหน้าที่เป็น Market Place ตรงกลาง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวและคนพาเที่ยวหรือเรียกอีกอย่างว่า Local Expert มาเจอกัน ซึ่งประสบการณ์ที่ว่าคือนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความเป็นอยู่ในท้องถิ่นนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ว่ามาประเทศไทยแล้วจะต้องกินแค่ต้มยำกุ้งหรือส้มตำ เพราะชีวิตจริงแล้วคนไทยกินผัดกระเพรามากกว่าสองอย่างนี้ด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าไอเดียนี้ดี แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าเรายังมีคำถามมากมายในหัวไปหมด ว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วจะมีคนมาใช้บริการกันสักเท่าไหร่, โตเร็วตอบโจทย์ธุรกิจแบบ StartUp ไหม,เราจะเชื่อใจคนพาเที่ยวได้จริง ๆ ได้รึเปล่า และสุดท้าย 500 tuktuks Dtac และต๊อบเถ้าแก่น้อย เห็นโอกาสทางธุรกิจอะไร จึงทำให้ตัดสินใจเอาเงินมาลงทุนด้วย

เริ่มต้นจากความชอบสิ่งแปลกใหม่

จากการที่ทั้งสองชอบการหาอะไรที่แปลกใหม่ทำ แน่นอนว่าการออกไปท่องเที่ยวในแต่ละทริปนั้นต้องไม่ธรรมดา จนกระทั่งวันหนึ่งที่นพได้มีโอกาสไปญี่ปุ่น แล้วเลือกที่จะให้เพื่อนของเขาซึ่งเป็นนักเรียนอยู่ที่นั่นเป็นคนพาเที่ยว ตรงนั้นเองเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับบรรยากาศความเป็นอยู่ของคนที่นั่นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ว่าไปถ่ายรูปที่เป็นแลนด์มาร์คของญี่ปุ่นแล้วก็กลับบ้านเพียงเท่านั้น

สิ่งนี้เองที่ทำให้เขากลับมาฉุกคิดว่า หากนักท่องเที่ยว ได้มาสัมผัสกับการเที่ยวที่อินไซด์แบบเขาบ้าง ก็คงจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อย นพและทาโร่จึงเริ่มรวบรวม Contact นักเรียนไทยในเมืองนอกเอาไว้ เมื่อมีใครอยากจะมาเที่ยวแบบนี้บ้าง เขาทั้งสองก็จะเป็นตัวกลางในการติดต่อจัดหาคนพาเที่ยวมาให้

พอเริ่มทำไปสักพัก Demand มันเริ่มมากกว่า Supply เกินกำลังที่ทั้งสองจะรับไหวได้ พวกเขาเลยเกิดไอเดียที่อยากจะทำให้มีแพลทฟอร์มตรงกลาง ที่จะทำให้คนสองกลุ่มนี้ได้มาคุยกันเอง และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของ Take Me Tour

 จาก Out Bound สู่ In Bound

พอเริ่มมาทำ Take Me Tour กลุ่มเป้าหมายและโลเคชั่นการทำ Business ก็เปลี่ยนไป จากที่เคยโฟกัสการพาชาวไทยไปต่างประเทศ ครั้งนี้พวกเขากลับพาชาวต่างชาติเข้ามาในไทยซะเอง เพราะชาวต่างชาติมีความคุ้นชินกับการท่องเที่ยวแบบประสบการณ์ใหม่มากกว่า จึงไม่ต้องไปนั่งอธิบายให้มากความว่า Take Me Tour คืออะไร

ซึ่งนี่ทำให้พวกเขาไม่เสียเวลาและจะสามารถโฟกัสไปที่การทำ Marketing ได้มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือไทยนั้นเป็น Destination ที่ติดอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนอยากจะเข้ามาเที่ยวอยู่แล้วด้วย

อย่างที่บอกไปว่า Take Me Tour จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้นักท่องเที่ยวและคนพาเที่ยวหรือเรียกอีกชื่อว่า Local Expert มาเจอกัน โดย Local Expert จะเป็นคนตั้งราคาว่าทริป ๆ หนึ่งจะมีราคาเท่าไหร่ ซึ่งก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท โดยเฉลี่ยแล้วทริปที่ถูกจองจะมีราคาอยู่ที่ 3,000-4,000 บาทต่อทริป

และเป็นที่น่าแปลกใจว่า กับบางทริปที่มีโปรแกรมการเที่ยวคล้ายกัน แต่นักท่องเที่ยวจะเลือกทริปที่มีราคาแพงกว่า สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขายอมจะจ่ายมากกว่าเพื่อซื้อความสบายใจนั่นเอง

ฉะนั้นแล้ว Take Me Tour จึงมุ่งเน้นให้ Local Expert แข่งกันเรื่องคุณภาพในการท่องเที่ยว มากกว่าเรื่องราคา เพราะถ้าหากเกิด Price War ทุกคนออกมาตัดราคากันเอง สุดท้ายทุกฝ่ายก็ตายกันไปหมด นักท่องเที่ยวไม่มีความเชื่อถือ Local Expert ได้เงินน้อย ตัว Take Me Tour ก็ได้ค่าธรรมเนียมน้อยลงไปด้วย

Volume น้อย แต่ตลาดใหญ่

จนถึงตอนนี้มีผู้เข้ามา Booking ประมาณ 8-10 ทริปต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น้อยมาก จนทำให้หลายคนนึกย้อนกลับไปคำถามที่เราได้ตั้งไว้ในตอนต้นว่า ธุรกิจนี้จะทำเงินได้อย่างไร?

แต่เมื่อดูจากตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยจำนวนกว่า 30 ล้านคน 20 ล้านคนคือนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวด้วยตัวเอง ซึ่งตอนนี้ Take Me Tour เองยังทำตลาดได้ไม่ถึง0.01% ของ 20 ล้านเลยด้วยซ้ำ

ปัญหาของ Take Me Tour ตอนนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ว่าจะหาเงินอย่างไร แต่เป็นการจะทำตลาดอย่างไรให้คนรู้จักมากกว่า เพราะธุรกิจที่มีรายได้มาจากค่าธรรมเนียมแบบนี้ จะอยู่รอดได้สเกลต้องใหญ่เท่านั้น

เพื่อนพาเที่ยวต้องน่าไว้ใจ

ย้อนกลับไปเมื่อคำถามที่เราตั้งไว้ในข้างต้นอีกครั้ง ว่านักท่องเที่ยวจะสามารถเชื่อใจ Local Expert ได้มากขนาดไหน ในเรื่องนี้ทาง Take Me Tour ก็ได้บอกกับเราว่า ก่อนจะมาสมัครเป็น Local Expert ได้จะต้องผ่านขั้นตอนการ Verify มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ หรือแม้กระทั่งบุ๊กแบงค์

ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะต้องใช้ข้อมูลภาษาอังกฤษในการกรอกลงไป ถือเป็นการ prove ภาษาอังกฤษเบื้องต้นของเหล่า Local Expert ว่าจะสื่อสารกับเหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ในระดับหนึ่ง

ปัญหาธุรกิจที่เยอะยังไม่เท่าปัญหาครอบครัว

ด้วยความที่ครอบครัวเป็นคนจีน แถมโปรไฟล์การศึกษาของทั้งทาโร่และนพก็ดีที่ขนาดจะรับเงินเดือนสูง ๆ ได้ แต่เขาทั้งคู่ก็กลับเลือกที่จะทำตามความฝันของตัวเอง แม้ที่บ้านจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ไปทำงานที่บริษัทดี ๆ วัน ๆ เอาแต่อยู่กับหน้าจอคอม แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถพิสูจน์ให้คนที่บ้านเห็นได้ว่า ความฝันที่พวกเขาทำ มันสามารถแปลงมาเป็นเงินได้จริง ๆ

สุดท้ายแล้ว การที่ธุรกิจหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่ว่าเราจะกอบโกยเงินจากลูกค้าได้มากเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าได้มากกว่า ซึ่งหัวใจหลักของ Take Me Tour คือให้ทั้งประสบการณ์ดี ๆ แก่นักท่องเที่ยว และยังสร้างรายได้ให้กับเหล่า Local Expert อีกด้วย ขาดก็เพียงแต่การทำ Marketing ให้มันกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งแน่นอน ถ้าคนรู้ว่ามันดี มีหรือที่พวกเขาไม่อยากจะลองใช้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer