กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์นั้นมีมากมาย แต่กลยุทธ์ที่นักการตลาดหลายคนเลือกใช้คือ การสร้างแบรนด์แบบมีเอกลักษณ์ โดยที่เอกลักษณ์นั้น ๆ จะต้องโดดเด่น แตกต่าง มีข้อได้เปรียบ และยั่งยืน แน่นอนว่าหลายแบรนด์ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เนื่องจากมุ่งให้ความสำคัญไปกับการออกแบบตราสินค้า โลโก้ หรือสร้างความภักดีต่อแบรนด์มากเกินไป จนลืมเริ่มต้นจากสิ่งที่แบรนด์มี นั่นคือการสร้างสตอรี่ให้มีความหมายและน่าสนใจ ซึ่งจะกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้บริโภคจดจำและเข้าถึงได้

เอ-สอป (Aésop) แบรนด์สกินแคร์ระดับเวิลด์คลาสจากประเทศออสเตรเลีย ที่ยืนหยัดรักษามาตรฐานในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความละเอียดและพิถีพิถันแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความสนใจในสุนทรียศาสตร์ในการออกแบบ โดยสร้างจุดจำหน่ายในแต่ละที่ แต่ละประเทศให้มีความแตกต่างกัน ซึ่งดีไซน์ให้สอดคล้องกับที่มา ศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้น ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์และสร้างความจดจำได้อย่างดี

สร้างเอกลักษณ์ด้วยจุดยืน

เอ-สอป ก่อตั้งขึ้นในเมืองเมลเบิร์น เมื่อปี 1987 ด้วยเป้าหมายที่ว่า ต้องการสร้างผลิตภัฑณ์ต้นแบบสำหรับผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม โดยยึดมั่นในจุดยืนและความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค ด้วยการประกาศอย่างชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์ของเอ-สอปเป็นการผสมผสานระหว่างส่วนผสมจากธรรมชาติ และการสังเคราะห์ส่วนผสมจากห้องแล็บคุณภาพที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อการใช้ในระยะยาวแน่นอน

ด้วยทีมนักวิจัยเคมีที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ทำงานภายใต้ห้องแล็ปทดลองของตัวเอง ทำให้การคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ตลอด บวกกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบในการผลิตที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ ทำให้ทุกผลิตภัณฑ์ของเอ-สอปเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก

สร้างเอกลักษณ์ด้วยการทำการตลาดที่ไม่เหมือนใคร

การทำการตลาดในแบบของเอ-สอป มุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยเข้าไปมีส่วนร่วมและให้การสนับสนุนในเรื่องศิลปะทุก ๆ ด้าน เพราะเอ-สอปเชื่อว่านั่นจะเป็นการเข้าไปซึมซับและสร้างแรงบันดาลใจที่ดีให้กับผู้ที่สนใจ เอ-สอปถ่ายทอดความมุ่งมั่นนี้ผ่าน ทั้งบรรจุภัณฑ์ ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อใช้สอยอย่างสะดวก ง่ายดาย ในขณะเดียวกันก็ให้ความงดงามตรงกับความเชื่อที่ว่า งานออกแบบที่ดีย่อมช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และเคาน์เตอร์ที่เป็นจุดขายผลิตภัณฑ์ทั่วโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า Signature Store ซึ่งมีการออกแบบให้มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละที่ โดยปรับดีไซน์ให้เข้ากับพื้นที่ สอดคล้องกับที่มาและศิลปะวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ แถมยังใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วมาปรับเป็นส่วนหนึ่งของร้านอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งการสร้างความแตกต่างเหล่านี้เป็นการสะท้อนถึงแนวคิดและตัวตน และความเป็นเอ-สอปได้ดีที่สุด

บุกตลาดไทย สร้างเอกลักษณ์แบบไทย ๆ

แม้หลายคนจะมองว่าตลาดสกินแคร์ไทยไม่มีช่องว่างที่ใหญ่พอ แต่เอ-สอปกลับมองว่าประเทศไทยยังคงมีศักยภาพเพียงพอ และคนไทยพร้อมจะเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อีกทั้ง 20-30% ของผลิตภัณฑ์เอ-สอป สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาตลอด 10 ปี เอ-สอปจึงมั่นใจว่าตัวเองมีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าถึงผู้บริโภคคนไทยอย่างแน่นอน

ด้วยจังหวะและเวลาที่ลงตัว เอ-สอป เลือกเปิดเคาท์เตอร์แรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยการออกแบบเคาท์เตอร์ก็ได้ผสมผสานระหว่างประเทศไทยที่เป็นเมืองพุทธเข้ากับความลักซัวรีของสถานที่อย่างพารากอน กลายเป็นเคาท์เตอร์ที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สะดุดตา และสามารถจดจำได้ง่าย

แม้สถานการณ์ต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปตามเวลา แต่ เอ-สอป นับเป็นแบรนด์ที่รู้จักปรับตัวภายใต้กรอบที่เรียกว่า ความเป็นตัวตนของแบรนด์ นั่นทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ไม่ได้ยาก ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วยแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สกินแคร์แบรนด์นี้จะประสบความสำเร็จไปทั่วโลก