เทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน คนไทยเริ่มตื่นตัว โอกาสใหม่ของสินค้าและบริการ
ฟิลิปส์เผยคนไทย 95% เห็นว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญมากขึ้น หลังการระบาดของโควิด-19 พร้อมเปิดตัวหลากหลายนวัตกรรมใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
คนเอเชีย 94% ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
โดยฟิลิปส์จัดทำการสำรวจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างในเอเชียกว่า 4,000 คน จากประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และประเทศไทย เผยให้เห็นถึง “ช่องว่างด้านการดูแลสุขภาพ” ในระดับภูมิภาค ที่เปิดโอกาสให้เทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในแง่ของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
รายงานเผยว่ากว่า 94% ของกลุ่มตัวอย่าง ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน นอกจากนี้ กว่า 30% ของกลุ่มตัวอย่าง เผยว่ามีการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลในการตรวจวัดสุขภาพของตัวเอง เพิ่มขึ้นกว่าก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19
รวมแล้วผู้คนในเอเชียเล็งเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และกว่า 66% ของกลุ่มตัวอย่าง ต้องการอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของพวกเขาแต่ละคนได้
นอกจากนี้ กว่า 53% มีความเห็นว่าปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล คือความสามารถในการปรับแต่งอุปกรณ์ให้เข้ากับเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละคน รวมถึงปัจจัยเกี่ยวกับความแม่นยำของข้อมูล 70% ราคา 65% มีพารามิเตอร์ตรวจวัดสุขภาพ 60% และทนทาน 48%
| เทรนด์การดูแลสุขภาพของคนเอเชีย | |
| เทรนด์ | ขยายตัว (%) |
| ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน | 94% |
| ต้องการอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของตัวเองได้ | 66% |
| ใช้อุปกรณ์เพื่อการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล | 30% |
* ผลสำรวจเป็นการเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเกิดโควิด-19
ที่มาข้อมูล: ฟิลิปส์
คนไทย 95% เห็นว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญมากขึ้น
หากนับเฉพาะผลสำรวจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย พบว่ากว่า 95% เห็นว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญ โดยเปรียบเทียบก่อนและหลังการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดย 62% ของกลุ่มตัวอย่าง หาข้อมูลการดูแลสุขภาพมากกว่าก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะที่ 51% ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่างานเพิ่มขึ้น และยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่ 45% และ 40% ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างในไทย เลือกใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีดูแลสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อตรวจวัดสุขภาพทั่วไป มากขึ้นกว่า 43% และมากกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียที่ 30%
| เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของคนไทย | |
| เทรนด์ | ขยายตัว (%) |
| เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน | 95% |
| หาข้อมูลการดูแลสุขภาพ | 62% |
| ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่างาน | 51% |
| เลือกใช้อุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล เพื่อตรวจวัดสุขภาพทั่วไป | 43% |
* ผลสำรวจเป็นการเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเกิดโควิด-19
ที่มาข้อมูล: ฟิลิปส์
เทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลของไทย ปี 2564 โต 3%
ตั้งแต่หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เทรนด์การดูแลสุขภาพของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health) จึงเพิ่มขึ้นเช่นกัน ประกอบกับเทคโนโลยีเฉพาะบุคคลของนวัตกรรม
ฟิลิปส์ ตัวเลือกผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม และกิจกรรมการตลาดที่สื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ทำให้ธุรกิจ Personal Health ในประเทศไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา
นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2564 ที่ผ่านมา ตลาดของผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health) ในประเทศไทย มียอดขายรวมทั้งตลาดอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านชิ้น ซึ่งเติบโตอยู่ที่ 3% และถ้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตเป็นพิเศษ จะเป็นกลุ่มสินค้าดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5% โดยเฉลี่ย”
“แสดงให้เห็นว่าเทรนด์ในตลาดของสินค้ากลุ่มนี้ยังคงเติบโต และผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลมากขึ้น ในขณะที่ฟิลิปส์ก็นำเสนอนวัตกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีเฉพาะบุคคล อาทิ เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า Philips Shaver Series 9000 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SkinIQ ที่จะมีเซนเซอร์ตรวจจับแรงกดและความหนาแน่นของหนวดบนใบหน้า เพื่อปรับแรงกดและแรงโกนให้เหมาะสม ช่วยป้องกันการทำลายผิวขณะโกน เป็นต้น”
“โดยนี่คือตัวอย่างนวัตกรรมที่มาช่วยดูแลสุขภาพส่วนบุคคล และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ประกอบกับการที่เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าของเรา ในการผลักดันยอดขายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ทำให้ธุรกิจ Personal Health ของเรายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
และฟิลิปส์ได้เดินหน้าผลักดันกลยุทธ์การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแบบบูรณาการ เพราะการจะมีสุขภาพที่ดี ต้องเชื่อมโยงทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาวะการอยู่ในสังคม ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วเอเชียที่หันมาให้ความใส่ใจกับการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น ทั้งเชิญชวนให้ผู้บริโภคในเอเชีย ร่วมสำรวจความมหัศจรรย์ของร่างกายผ่านกิจกรรม VR Experience และเรียนรู้วิธีการนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อการดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น”
“พร้อมเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2022 ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Personal Health มุ่งเน้นนวัตกรรมใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล”
ได้แก่
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ปี 2564 ขยายตัว 100%
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคุณผู้ชาย ปี 2564 ขยายตัว 50%
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับคุณผู้หญิง ปี 2564 ขยายตัว 2 ดิจิต
4. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก ปี 2564 ขยายตัว 2 ดิจิต
| ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลในไทย ปี 2564 | |
| ยอดขาย | ขยายตัว (%) |
| 2.5 ล้านชิ้น | 3% |
| นับเฉพาะกลุ่มสินค้าดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน | 5% |
ที่มาข้อมูล: ฟิลิปส์
| การเติบโต 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลของฟิลิปส์ ปี 2564 | |
| ผลิตภัณฑ์ | ขยายตัว (%) |
| ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน | 100% |
| ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย | 50% |
| ผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับผู้หญิง | 2 ดิจิต |
| ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก | 2 ดิจิต |
ที่มาข้อมูล: ฟิลิปส์
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
