CPN เผยเทรนด์ 2018 เปิดโหมดไมโครทุ่ม 400 ล้าน ส่งมอบความสุขท้ายปีผ่านแคมเปญ “The Dazzling Celebration” ที่เซ็นทรัลทั่วประเทศ

ในยุคที่แทบจะทุกอย่างกำลัง Transform สู่โลกดิจิทัล สิ่งหนึ่งที่ดิจิทัลยังไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้นั่นคือการให้ผู้คนได้พบปะสังสรรค์กัน ซึ่งนั่นก็คือหัวใจสำคัญของศูนย์การค้าที่ถึงอย่างไรผู้คนก็ยังต้องการออกมา Meeting และ Hangout กันอยู่

CPN ผู้นำศูนย์การค้า ค้าปลีกในไทย จึงตอกย้ำหัวใจสำคัญของการเป็นศูนย์การค้านี้ ด้วยการทุ่มงบ 400 ล้านบาท ส่งมอบความสุขท้ายปีภายใต้แคมเปญที่ใช้ชื่อว่า “The Dazzling Celebration” เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงท้ายปี

และสุดท้ายคือหวังที่จะสร้างให้เซ็นทรัลกลายเป็น Place of Connection หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงพบปะของผู้คนในสังคม

โดย ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เผยว่าจะนำกลยุทธ์ ไมโคร ช้อปเปอร์ มาร์เก็ตติ้ง มาใช้กับแคมเปญในปลายปีนี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่จะให้ความสำคัญและเข้าถึงลูกค้าได้ในทุกระดับ ได้แก่

1.Micro Moment : การสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ๆ ที่เข้าถึง เข้าใจอารมณ์-ความรู้สึกของลูกค้าในทุก Touch Point

เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการย่อยๆ แบบทันทีทันใดมากมาย นักการตลาดต้องหาวิธีตอบสนองอย่างรวดเร็วฉับไว ก่อนที่ความต้องการนั้นจะเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงและมีอิทธิพลอย่างมากต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจของนักช้อปในปัจจุบัน  

2.Micro Location : ทำการตลาดเจาะลึกโดยมีขอบเขตที่ใกล้ตัวลูกค้า และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและบิ๊กดาต้า (Big Data) เพื่อวิเคราะห์และสื่อสาร สร้างประสบการณ์และมอบข้อเสนอที่ตอบโจทย์ของแต่ละบุคคลได้โดยจำกัดขอบเขตพื้นที่เพื่อความแม่นยำ

3) Micro Influencer : สื่อสารจูงใจผ่านกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงและผู้ติดตามประมาณ 1 พัน ถึง 1 หมื่นคน แต่คนกลุ่มนี้กลับได้รับความน่าเชื่อถือและทรงอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภค รู้สึกเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ง่ายกว่า มีความจริงใจกว่า โดยเน้นไปที่กลุ่ม Teenage & First Jobber และครอบครัว เพื่อสื่อสารแทนแบรนด์ร่วมด้วยดาราและเซเลบริตี้อีกมากมาย

นอกจากกลยุทธ์ที่ได้กล่าวไปในข้างต้นนี้ ทาง CPN ก็ได้เตรียมกิจกรรมแห่งความสุข เพื่อตอกย้ำความเป็น Place of Connection ไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

การชวน “ฮาวิเย่ กอนซาเลซ” ศิลปินชื่อดังระดับโลกมาร่วมสร้างสรรค์ประติมากรรมซานตาคลอสที่เคลื่อนไหวได้ สูงกว่า 5 เมตร ที่หวังจะให้ซานตาคลอสเคลื่อนไหวนี้เป็น Magnet ในการดึงดูดให้ผู้คนเข้ามา Check-in กัน

กิจกรรมอื่น ๆ ที่ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนต่างรอคอยในช่วงปีใหม่อย่างที่ เซ็นทรัลเวิลด์ พบกับต้นสนคริสต์มาสสดนำเข้าของจริงจากแคนาดา และงาน Gift Yard

เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวกับงาน Sparkling Finest Gift

เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 กับงาน Green Gift  Marche  เทศกาลผักผลไม้สดจากฟาร์ม และสินค้า Organic เพื่อสุขภาพ

เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ พบกับ Santa Village หมู่บ้านขนมปังจากต้นกำเนิดขนมปัง 5 ประเทศ

เซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ครั้งแรกกับต้นคริสต์มาสจากชามตราไก่ แลนด์มาร์คคริสต์มาสในสไตล์ท้องถิ่น

เซ็นทรัลพลาซา พัทยา บีช พบกับ Snow On The Beach ครั้งแรกในเมืองไทยกับหิมะบนชายหาดใจกลางเมืองพัทยา

เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี กับเมือง Lego คริสต์มาสสุดอลังการ

และล่าสุดกับเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ในบรรยากาศ White Christmas Market และ Korat Illuminant Festival

รวมถึง Gift Festival ที่เทียบชั้นยุโรป ปั้นคริสต์มาสมาร์เก็ต กลิ่นอายเมืองสทราซบูร์ ฝรั่งเศส

พร้อมต้อนรับศูนย์ฯ เปิดใหม่กับ Mahachai Gift Fest พบต้นสนคริสต์มาสยักษ์ครั้งแรก และงานเคาท์ดาวน์ 2018 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองมหาชัย

รวมถึงการสร้าง Place of Connection ในด้านของการเป็นศูนย์รวมแห่งของขวัญหรือกระเช้าที่ผู้คนส่งมอบให้กันในช่วงวันปีใหม่ ภายในบรรยากาศแห่งความสุข

และ On Top ความสุขเข้าไปอีก ด้วยโปรโมชั่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นช้อปภายในศูนย์ฯ ครบ 1,000 บาท ลุ้นพิเศษบัตรโดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจไปกลับกรุงเทพ – เวียนนา จากการบินไทย  จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) รวมถึง iPhone X รุ่นใหม่ล่าสุด (จำนวนถึง 30 รางวัล) รวมถึงรับฟรี ชุดกระดาษห่อของขวัญดีไซน์พิเศษจากฮาวิเย่ 1 เซ็ต สำหรับลูกค้าที่ช้อปครบ 8,000 บาท 3,000 บาทขึ้นไป รับฟรีทันที ของพรีเมี่ยมลิมิเต็ดเอดิชั่นจากอาร์ตติสระดับโลก ได้แก่  ตุ๊กตา และ กระเป๋าโน้ตบุ๊ก ตามลำดับ

โดยเทศกาลแห่งความสุขนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 – 15 มกราคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั่วประเทศ

ที่ทาง ดร. ณัฐกิตติ์  ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า จะสามารถดึงยอด Traffic จากผู้คนทั่วประเทศกว่า 2 ล้านคนเข้าร่วมชมงานใน 32 สาขาทั่วประเทศ

และเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าและบริการ อื่น ๆ อย่างเช่น ศูนย์อาหารอย่าง Food Balcony, โรงภาพยนตร์ หรือ ร้านอาหารได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม กว่า 20 %