ไม่อยากมีลูก ทำไมคน Gen Y เป็นโสด มุ่งทำงาน ชีวิต Success
จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ยุคสมัยปัจจุบัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือคน Gen Y (21-37 ปี) มีค่านิยมในการใช้ชีวิตคู่ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการครองตัวเป็นโสด การอยู่ด้วยกันโดยไม่สมรส และไม่มีลูก มีแนวโน้มสูงขึ้น
จากสถานการณ์อัตราการเกิดของเด็กที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ สะท้อนได้ชัดเจนว่าคนไทยไม่อยากมีลูก เห็นได้จากอัตราการเกิดของเด็กย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งเป็นอัตราการเกิดจากการเก็บข้อมูลในกลุ่มผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15-49 ปี)
| ปี | อัตราการเกิด (ต่อแสนคน) |
| 2560 | 7.03 |
| 2561 | 6.66 |
| 2562 | 6.18 |
| 2563 | 5.87 |
| 2564 | 5.45 |
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยไม่อยากมีลูกคือสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่ขยับตัวไม่ทัน ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้จึงไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักในเรื่องการสร้างครอบครัวมากขึ้น และตัดสินใจไม่อยากมีลูก เนื่องจากกังวลเรื่องรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สิน
โดยที่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก 1 คนนั้นต้องใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 500,000-2,000,000 บาท/คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนทั่วประเทศซึ่งอยู่ที่ประมาณ 26,000 บาทต่อเดือน
ประกอบกับคนรุ่นใหม่มีเป้าหมายชีวิตมุ่งไปในการทำงาน ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตของตัวเองมากกว่า เห็นได้จากจำนวนของคน Gen Y ที่โสดและมีงานทำ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกปี
| ปี | ร้อยละของคน Gen Y ที่โสดและมีงานทำ |
| 2560 | 39.1 |
| 2561 | 40.2 |
| 2562 | 41.7 |
| 2563 | 43.1 |
| 2564 | 44.5 |
หากสถานการณ์ที่คนไทย ไม่อยากมีลูก ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจะส่งผลระยะยาวต่อสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มจะชะลอตัว เพราะจะทำให้คนวัยทำงานลดน้อยลงจนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้อัตราการเติบโตของ GDP ลดลง ต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติมากขึ้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรส่งเสริม สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่อยากมีลูกมากขึ้น ผลักดันนโยบายการสร้างคุณภาพของประชากร เพื่อให้มีทรัพยากรมนุษย์ที่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศต่อไป
ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /

