“พ่อแม่จ่าย ลูกป้ายยา” คือพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของครอบครัวยุคนี้ โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกวัยกำลังเรียนรู้ รับสื่อจากรอบตัว เวลาเดินซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้า คนที่ตัดสินใจหยิบของชิ้นไหนลงตะกร้า อาจไม่ใช่พ่อแม่ที่ถือกระเป๋าเงิน แต่กลายเป็น ลูกๆ คนตัวเล็กที่สุดในบ้านแทน
เด็กสมัยนี้ไม่ได้แค่บอกว่าอยากได้อะไร แต่เขายังดูคลิป ฟังรีวิว และจดจำข้อมูลน่าสนใจต่างๆ ก่อนจะกลับมาเล่า กลับมาแนะนำ หรือชวนพ่อแม่ให้ซื้อสินค้าตามได้อย่างน่าสนใจ…

จากอินไซต์ที่ว่านี้จึงเป็นที่มาของแคมเปญล่าสุดจากทาง โลตัส ที่ชื่อว่า ‘KOK คิดส์ล่าฝัน’
KOK ย่อมากจาก Key Opinion Kids ซึ่งเป็นการต่อยอดจากวิธีคิดของทางโลตัส ที่ต้องการเปลี่ยนการสื่อสารผ่านอินฟลูฯ แบบเดิมๆ ให้กลายเป็น Key Opinion Partner พาร์ตเนอร์ที่สามารถร่วมกันคิดร่วมกันสร้างคอนเทนท์ในรูปแบบของตัวเอง ทำให้เกิดการสื่อสารที่ จริงใจ มีความหลากหลายตามความเชี่ยวชาญของแต่ละคน
และในปีนี้ทาง โลตัส ได้ขยับมาสู่กลุ่มอินฟลูฯ ตัวจิ๋ว เพราะเชื่อในอินไซต์และพฤติกรรมของครอบครัวคนยุคนี้ ที่หลายบ้านมีเด็กๆ นี่แหละเป็นคนตัดสินใจ ส่วนพ่อแม่แค่เป็นคนจ่ายเงิน

ที่สำคัญแคมเปญ ‘KOK คิดส์ล่าฝัน’ ทางโลตัสตั้งใจเปิดพื้นที่ให้อินฟลูฯ ตัวจิ๋วทั้งหลายได้เป็นคนสร้างคอนเทนต์รีวิวสินค้าจากโลตัสในสไตล์ของตัวเอง และผลงานที่โดดเด่น โดนใจกรรมการจะได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท รวม 50 รางวัล
รวมถึงยังมีการเปิดคอร์สเวิร์คช้อปที่ตั้งใจชวนเด็กๆ มาร่วมพัฒนาความสามารถหลายๆ ด้านตลอดทั้งปีอีกด้วย
หัวใจสำคัญคือกลยุทธ์เปลี่ยนจากอินฟลูฯ
สู่ Key Opinion Partner
หาก Hack กลยุทธ์ของแคมเปญนี้ในมุมการตลาด…
การต่อยอดจาก Key Opinion Partner สู่โครงการ ‘KOK คิดส์ล่าฝัน’ มี 3 กลยุทธ์สำคัญๆ ได้แก่
• Authenticity is King เพราะความจริงใจสำคัญที่สุด : แคมเปญนี้ทางโลตัสเองตั้งใจที่จะไม่บรีฟโจทย์งานแบบเป๊ะๆ แต่ใช้วิธีเปิดโอกาสให้น้องๆ ใส่ไอเดีย และสไตล์ของตัวเองเพื่อดึง “ความจริงใจ” ออกมาให้ได้มากที่สุด
เพราะเมื่อคอนเทนต์มาจากมุมมองของเด็กที่ไร้การปรุงแต่ง สามารถสร้างความรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตร และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า Influencer Marketing แบบเดิมๆ
• Emotional Connection : ตั้งใจให้ความสดใสและความเป็นธรรมชาติของเด็กๆ เป็นสะพานเชื่อมแบรนด์เข้ากับความรู้สึกของลูกค้า พร้อมๆ กับสร้างความผูกพันทางความรู้สึก ตามหลักของ Emotional Marketing ที่ใช้ได้ดี และตรงเป้าหมายอย่างกลุ่มครอบครัว หนึ่งในกลุ่มลูกค้าคนสำคัญของโลตัส
และในอีกมุมหนึ่ง โลตัสไม่ได้มองแคมเปญนี้เป็นเพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างเครือข่ายครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์
• Long-term Investment: ไม่ใช่แค่จบแคมเปญ แล้วจบเลย แต่มีการมอบทุนการศึกษา 50 รางวัล และคอร์สอัปสกิลตลอดปี เพื่อสร้าง Ecosystem ของ Content Creator รุ่นจิ๋วในระยะยาว ให้เด็กได้มีประสบการณ์ได้เติบโต และลองทำในสิ่งที่ชอบและสนใจอย่างเต็มที่
และ ทั้งหมดนี่คือการขยับตัวที่น่าสนใจของ Lotus’s ในการสร้างระบบการสื่อสารที่เน้น “คนจริงๆ” ในการพูดแทนแบรนด์ ซึ่งอาจเป็นคำตอบของการสื่อสารในยุค Next Gen …
#Lotuss #KOK #KeyOpinionKids #คิดส์ล่าฝัน






