ตลาดน้ำปลาร้า น่าสนใจแค่ไหน ถึงมีแบรนด์ใหญ่อยากลุยตลาด

ปลาร้าจะเยียวยาจิตใจ

เพราะความหอมนัวของปลาร้าทำให้ใครหลายคนมองเป็นหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ เมื่อคิดจะรับประทานส้มตำ หรือใช้เป็นส่วนประกอบปรุงรสอาหารอื่น ๆ โดยเฉพาะอาหารอีสาน เช่น แกงอ่อม ซุปหน่อไม้ ยำขนมจีน ยำปลาทู หลนปลาร้า แจ่วปลาร้า และอื่น ๆ

น้ำปลาร้าจึงกลายเป็นหนึ่งเครื่องปรุงทรงอิทธิพลประจำบ้านของใครหลาย ๆ คน

และเพราะความต้องการของตลาด มาพร้อมกับความง่ายในการผลิต การหมักปลาที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาอย่างต่อเนื่องมาจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยาวนานจากก้นครัว

ประกอบกับในปัจจุบันน้ำปลาร้ามีโรงงานผลิตที่รับทำ OEM ให้ผู้เล่นสามารถสั่งผลิตน้ำปลาร้ารสชาติพื้นฐานตามความต้องการ แปะแบรนด์ตัวเองออกมาจำหน่ายได้ง่าย ๆ

จึงไม่แปลกที่วันนี้ธุรกิจน้ำปลาร้าจะมีจำนวนมากกว่า 100 แบรนด์เข้ามาลงเล่นในตลาด

ทั้งแบรนด์ดารา นักร้อง นักกีฬา แม่ค้าออนไลน์ นักธุรกิจ นางงาม ร้านอาหารอีสาน และบุคคลทั่วไป เข้ามาลงเล่นในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง

และมีหลายต่อหลายแบรนด์ที่สร้างรายได้ในระดับร้อนล้านได้อย่างน่าสนใจ

อย่างเช่นในปี 2564

แบรนด์ปลาร้าแม่บุญล้ำ ที่มีรายได้รวมถึง 712.69 ล้านบาท กำไร 64.79 ล้านบาท

ปลาร้าแม่เหรียญ รายได้รวม 282.89 ล้านบาท กำไร 19.40 ล้านบาท

ปลาร้าแซบไมค์ ของไมค์ ภิรมย์พร มีรายได้รวม 251.41 ล้านบาท กำไร 19.21 ล้านบาท

ไม่รวมแบรนด์อื่น ๆ ที่มีรายได้ลดหลั่นกันไปตามความนิยมของผู้บริโภคสายแซบนัว

 

เพราะใคร ๆ ก็มองเห็นโอกาสในตลาดน้ำปลาร้าที่มีมูลค่ามากถึง 10,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

และตลาดน้ำปลาร้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศไทย แต่ยังสามารถส่งออกไปถึงคนไทยในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้อีกด้วย

ทำให้ตลาดนี้ไม่ได้มีผู้เล่นในตลาดปลาร้าระดับแมสเท่านั้น แต่ยังมีการแตกไลน์ไปยังปลาร้าเซกเมนต์ และจุดขายใหม่ๆ เช่น แบรนด์ปลาร้าซีออน คีโตเจนิค พาสเจอร์ไรส์ ที่มีจุดขายใช้เกลือหิมาลัย ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่ผงชูรส เป็นจุดขาย จำหน่ายในราคา 69 บาท เจาะเซกเมนต์น้ำปลาร้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

รวมถึงในช่วงปีที่ผ่านมา มีแบรนด์เครื่องปรุงและน้ำจิ้มยักษ์ใหญ่ อย่างเช่น น้ำปลาร้าแม่ประนอม ปลาร้าพาราไดซ์ by ปลาหมึก จากโรงงานน้ำปลาปลาหมึก น้ำปลาร้าฟ้าไทย ของผงปรุงรสฟ้าไทย น้ำปลาร้าเด็กสมบูรณ์ ของเด็กสมบูรณ์ ที่นำน้ำปลาร้าเข้ามาเป็นหนึ่งในโปรดักต์ไลน์อัปขยายโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน

แม้ตลาดน้ำปลาร้าจะเป็นตลาดที่เข้าง่ายจนเกิดแบรนด์เข้ามาร่วมแข่งขันอยู่ในหลักร้อยแบรนด์ แต่ตลาดนี้เป็นตลาดที่ค่อนข้างอยู่ยาก จากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดจากคู่แข่งรอบ ๆ ด้าน

การแข่งขันของ ตลาดน้ำปลาร้า มีการแข่งขันในเรื่องของ

1. ความสะอาดและรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคในแต่ละราย ทั้งความเค็ม ความหอม และความข้นของน้ำปลาร้า

2. ช่องทางจัดจำหน่ายที่หาซื้อง่าย สะดวก ในราคาที่ผู้บริโภครับได้ เพื่อป้องกันผู้บริโภคเลือกแบรนด์คู่แข่งแทนแบรนด์ตัวเอง

3. สร้าง Brand Awareness ผ่านโฆษณาหรือใช้พรีเซนเตอร์ หรือเจ้าของแบรนด์ที่เป็นบุคคลที่คนไทยรู้จักและชื่นชอบในการโปรโมตแบรนด์ และผลักดันให้ฐานลูกค้า หรือฐานแฟนคลับเข้ามาเป็นลูกค้าและซื้ออย่างต่อเนื่อง

เพราะน้ำปลาร้าเป็นตลาดที่หอมนัวคัก แต่ตลาดนี้อาจจะไม่คักนัวของหลาย ๆ แบรนด์ทำให้เราเห็นหลายแบรนด์ที่เคยแจ้งเกิดในตลาดได้โบกมือบ๊ายบายไปอยู่เสมอ และรายที่ยังอยู่ในตลาดถ้าไม่แข็งแกร่งพอรายได้ที่กลับมาจากการขายอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน