เซลฟี่ (Selfie) เจาะ Pain Point ผู้บริโภคยุคโควิด ด้วยเทคโนโลยี Smart Dentistry การจัดฟันแบบใส ที่ลดเวลาเข้าคลินิก แพทย์ติดตามผลรักษาทางไกล (Teledentistry) ตอบโจทย์บริการผ่านออนไลน์ รับลูกตลาดดูแลช่องปากในไทย ที่อนาคตสดใส
นับเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทย สำหรับ การดูแลช่องปาก (Oral Care) โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 (ที่มา: Statista) ขณะที่หากเจาะจงไปยังธุรกิจอุปกรณ์จัดฟันแบบใสในเอเชีย
คาดการณ์ว่ามีการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 31.4% ในปี 2564 (ที่มา: Clear Aligners Market) ซึ่งไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญเช่นกัน โดยมีสาเหตุจากความก้าวหน้าทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของผู้คน และการตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพฟันและการรักสวยรักงาม
โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 46% เชื่อว่าสุขภาพช่องปากที่ดี นับเป็นหนึ่งในค่านิยมของความงาม และมีความเชื่อว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการดูแลอย่างดี จะนำไปสู่ความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ของชีวิตมากขึ้น (ที่มา: Mintel สำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 คน)
| ตลาดดูแลช่องปากในไทยสดใส
หลังผู้บริโภคยกเป็นหนึ่งในค่านิยมความงาม |
|
| มูลค่าตลาด (คาดการณ์) | 35,000 ล้านบาท ปี 2569 |
| นับเฉพาะธุรกิจอุปกรณ์จัดฟันแบบใสในทวีปเอเชีย | โต 31.4% ปี 2564 |
| ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 46%* | เชื่อว่าสุขภาพช่องปากที่ดี เป็นค่านิยมความงาม |
| ที่มา: Statista/Clear Aligners Market/*Mintel สำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป 2,000 คน | |
นางสาวพิมลพัชร์ ธนุสุทธิยาภรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและ Chief Marketing Officer บริษัท เซลฟี่ เเคร์ จำกัด สตาร์ตอัปสายเทคโนโลยีทันตกรรมเพื่อความงามและการดูแลช่องปากระดับพรีเมียมของไทย เผยว่า การเติบโตของตลาดดูแลช่องปากในไทยนั้น สอดคล้องกับการเติบโตของ เซลฟี่ (Selfie) สตาร์ตอัปเทคโนโลยีทันตกรรมเพื่อความงาม ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อต้นปี 2564
โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประสบการณ์ทันตกรรมดูแลช่องปากและฟันเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ซึ่งแม้จะเปิดตัวได้เพียงไม่นาน แต่พบว่าการให้บริการในช่วงครึ่งแรก ปี 2565 สามารถขยายฐานผู้ใช้บริการได้มากถึง 2 เท่า และมีผู้ใช้บริการเติบโตก้าวกระโดด 200%
ด้านปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เซลฟี่ ได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นเพราะการบริการที่เปิดตัวถูกที่ถูกเวลา ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การใช้บริการแบบไม่ต้องไปคลินิกสามารถตอบโจทย์และแก้ Pain Point ของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด อีกทั้งนวัตกรรมที่ทันสมัยและเทคโนโลยีจัดฟันแบบใสของเซลฟี่ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
ด้วยเทคโนโลยี Smart Dentistry ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเซลฟี่ ที่ช่วยลดระยะเวลาการเข้ารับการรักษาที่คลินิก แต่แพทย์สามารถติดตามผลการรักษาได้จากทางไกล หรือ Teledentistry ตอบโจทย์การบริการผ่านออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
ทั้งนี้ เซลฟี่ยังมีจุดเด่นในด้านการให้บริการจัดฟันแบบใส คือการพัฒนาบริการที่สามารถแก้ Pain Point ของผู้ใช้บริการ ดังนี้
1. ความสะดวกสบายเพราะสามารถเข้ารับบริการและคำปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา
2. ค่าบริการที่สมเหตุสมผล
3. ผลลัพธ์การรักษาที่เชื่อถือได้ และคุณภาพที่สม่ำเสมอด้วยเทคโนโลยีของเซลฟี่ โดยบริการของเซลฟี่ ประกอบไปด้วย แพ็กเกจการจัดฟันแบบใส, การพิมพ์ฟันหรือสแกนฟันสำหรับประเมินกับทันตแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
สำหรับก้าวต่อไปของเซลฟี่ จะยังคงสร้างความแข็งแกร่งและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้ผู้ใช้บริการ ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. การสร้างแบรนด์และการตลาดที่แตกต่าง
2. นำเสนอผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่มีนวัตกรรม
3. ขยายช่องทางการให้บริการรูปแบบใหม่ ทั้งในรูปแบบการเข้าคลินิก และรูปแบบการดูแลผ่านระยะไกล (Teledentistry) ทั่วประเทศไทย
ขณะที่ปัจจุบันแพ็กเกจการจัดฟันแบบใสรุ่นเริ่มต้นของเซลฟี่ จะเป็น SmartR Aligners.® อุปกรณ์จัดฟันแบบใสของเซลฟี่ ที่ผลิตจากวัสดุ 3 เลเยอร์ ซึ่งถูกผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี และได้ผ่านการรับรองจาก FDA โดยแบ่งเป็น 2 แพ็กเกจ
1. Selfie Extra-แพ็กเกจจัดฟันแบบใสที่เน้นความสะดวกสบาย และแผนที่ครอบคลุมครบจบในแพ็กเกจเดียว ด้วยชุดอุปกรณ์ไม่จํากัดจํานวนเซต ขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตเเพทย์ โดยมีระยะเวลาการรักษาเฉลี่ย 3-9 เดือน
2. Selfie Express-แพ็กเกจจัดฟันแบบใสที่ออกแบบมาสําหรับลูกค้าที่ให้ความสําคัญในเรื่องของระยะเวลา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสําหรับลูกค้าที่ต้องการจัดฟันรอบสอง หรือ ลูกค้าที่มีฟันห่าง ซ้อนเก ระดับเล็กน้อย เพราะสามารถเห็นผลได้ภายในระยะเวลา 3-4 เดือนเท่านั้น
โดยเซลฟี่เชื่อว่าธุรกิจการจัดฟันแบบใส แบบ Teledentistry จะเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งจำนวนผู้ใช้บริการ และกลุ่มผู้ใช้บริการ ซึ่งจากเดิมพบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง และกลุ่ม LGBTQ+ แต่ในช่วงต้นปี 2565 พบว่ามีผู้ชายให้ความสนใจมากขึ้น โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 20%
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2565-66 เซลฟี่ จะเน้นการขยายบริการให้ครอบคลุม โดยเฉพาะการเปิด Selfie Studio และ Selfie Clinic Partner ซึ่งปัจจุบันมี 1 สาขา และ 9 สาขา ตามลำดับ
ให้มีจำนวนสาขาเพิ่มมากขึ้น อย่าง Selfie Studio ก็ได้ตั้งเป้าเพิ่ม 3-4 สาขา ภายในปี 2565 เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการใน 20 จังหวัดหัวเมือง
รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุม ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การดูแลช่องปากและฟัน โดยตั้งเป้าการขยายตัวของลูกค้าที่ 3-5 เท่าในทุก ๆ ปี สำหรับในอีก 3 ปีข้างหน้า
–
