ปีนี้ประเทศในเอเชียใต้เป็นข่าวใหญ่ระดับโลกอยู่หลายครั้ง ทั้งอินเดียที่กำลังจะแซงจีนขึ้นเป็นประเทศประชากรมากสุดในโลก พร้อมทั้งชาวอินเดียหลายคนที่พากันขึ้นเป็น CEO ของบริษัทใหญ่ๆ

และวิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกาที่เกิดจากปัญหาหนี้ท่วมการบริหารประเทศที่ผิดพลาด และการทุจริตของตระกูลราชปักษาที่ครองอำนาจมานาน

ด้านปากีสถานก็เป็นข่าวเช่นกัน จากภาวะอากาศร้อนจัดและปัญหาเศรษฐกิจจนรัฐบาลสั่งลดการนำเข้าชา อันเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนในประเทศ

ล่าสุดปากีสถานก็กลายเป็นข่าวอีกและยังเป็นข่าวที่คนทั่วโลกต่างติดตามด้วยความกังวล โดยปากีสถานเผชิญน้ำท่วมใหญ่ ทางภาคใต้ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากฝนตกหนักยาวนาน

ภาวะโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศที่ผิดเพี้ยน ประกอบพื้นที่ทางภาคใต้เต็มไปด้วยภูเขาลาดชันทำให้การไหลของน้ำรุนแรง และเขื่อนกับทำนบกั้นน้ำมากมายก็เก่าจนพังหลังไม่สามารถรับน้ำได้ไหว

น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้กินพื้นเป็นวงกว้างทางภาคใต้ของประเทศ ทำให้บ้านเรือนกว่า 1.6 ล้านหลังเสียหายหรือจมน้ำ สะพานมากมายพังเสียหาย และถนนที่เสียจากน้ำท่วมคิดเป็นระยะทางรวมถึง 5,700 กิโลเมตร

ส่วนประชาชนที่ได้ผลกระทบก็มีมากถึง 33 ล้านคน ท่ามกลางการประเมินว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 729,000 ล้านบาท) และหลังน้ำลดไปแล้วคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่ประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ส่วนการฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้างกับสาธารณูปโภคต่างๆ มีแนวโน้มว่าจะใช้เวลานานกว่านั้น เพราะปาสีสถานยังถือเป็นประเทศที่ยากจน ปัจจุบันกำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและปัญหาเศรษฐกิจจนต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)  

น้ำท่วมครั้งนี้ยังทำให้พื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของปากีสถาน โดยเฉพาะฝ้ายซึ่งปลูกเสียหายไปถึง 1 ใน 3

จึงหมายความว่า ปากีสถานจะไม่สามารถทำเงินจากการนำพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ไปแปรรูปและส่งออกได้อีกพักใหญ่ ซึ่งจะทำภาคการเกษตรที่คิดเป็นเกือบ 1 ใน  3 ของ GDP ประเทศทรุด และพาให้เศรษฐกิจของประเทศทรุดตามไปด้วย / aljazeera, theguardian



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน