หลายคนรู้จัก “ลอรีอัล ปารีส” (L’Oreal Paris) ในฐานะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามอันดับหนึ่งของโลกที่อยู่กับคนไทยมากว่า 25 ปี กับหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง Skin care, Hair care, Hair Color และ Makeup ที่มากับสโลแกนติดหู อย่าง “คุณค่าที่คุณคู่ควร” (Because I’m Worth It)

ด้วยเพาเวอร์การเป็นแบรนด์ระดับโลกที่นำเสนอนวัตกรรมและเทรนด์ความงามใหม่ ๆ ตลอดจนการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย คือปัจจัยสำคัญทำให้ ลอรีอัล ปารีส ประสบความสำเร็จกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและไว้วางใจ

แต่นั่นเป็นเพียงภูเขาน้ำแข็งส่วนที่อยู่เหนือน้ำที่คนทั่วไปมองเห็น ยังมีส่วนที่อยู่ใต้น้ำซึ่งเป็นฐานสำคัญที่คอยผลักดันให้แบรนด์โดดเด่น แตกต่าง และเป็นผู้นำตลาดความงามที่อยู่มานานแบบไม่มีใครล้มตำแหน่งได้

นี่คือสาเหตุที่ทำให้ Marketeer เดินทางมาพูดคุยกับ คุณ สุกัญญา กิระวิทยา Brand General Manager และ คุณ ปาริฉัตร โชติกุลธนชัย Brand Business Leader – L’Oreal Paris Skincare สองหัวเรือแห่งลอรีอัล ปารีส ประเทศไทย ในงาน ‘เติมไฮยาแล้ว Young’ ถึงฐานของภูเขาน้ำแข็งเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ “ลอรีอัล ปารีส” ที่น้อยคนจะมองเห็น

แบรนด์ที่ตั้งมั่นด้วยรากฐานการวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์กว่า 110 ปี

ด้วยความที่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรลอรีอัล ปารีส คือ Eugène Schueller ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์เคมีชาวฝรั่งเศสการวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ลอรีอัล ปารีส เติบโตจากการยึดมั่นในหลักการวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ โดยตลอดระยะเวลากว่า 110 ปี ลอรีอัล ปารีส ให้ความสำคัญและลงทุนด้านการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีใหม่ในแต่ละยุคสมัยอย่างเต็มที่

“ปัจจุบันลอรีอัล ปารีสมีแล็บวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 21 แห่งทั่วโลก มีนักวิจัยวิทยาศาสตร์และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 4,000 คน เหตุผลที่ต้องมีห้องแล็บจำนวนมากและกระจายทั่วพื้นที่ขนาดนั้น เพราะเราเชื่อว่าผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาค มีความต้องการแตกต่างกัน ด้วยปัจจัยด้านพันธุกรรมหรือสภาพแวดล้อมภูมิอากาศต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากที่สุด เทคโนโลยี การวิจัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือสิ่งที่ลอรีอัล ปารีสลงทุนมาโดยตลอด”

คุณสุกัญญา อธิบายเพิ่มเติมว่า กว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งจะออกสู่ท้องตลาดให้เราได้ใช้กันนั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อให้ได้ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค นั่นทำให้เราเห็นฉลากที่ระบุว่า “ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง” ในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์จากลอรีอัล ปารีส

อีกหนึ่งด้านการพัฒนาที่ลอรีอัล ปารีสเห็นความสำคัญและก้าวนำก่อนใคร นั่นคือ การยกเลิกการทดสอบผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมในสัตว์มานานกว่า 30 ปี หรือก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายกำหนด 14 ปี

ที่น่าสนใจคือ ลอรีอัล ปารีส ใช้วิธีการทดลองทางเลือกวิธีต่าง ๆ ภายใต้ความปลอดภัย โดยค่อย ๆ คิดค้นพัฒนาจนได้นวัตกรรม EpiSkin แบบจำลองผิวมนุษย์ที่สร้างขึ้นใหม่มาทดแทน ซึ่งลอรีอัล ปารีสลงทุนเปิดศูนย์ Episkin Centers ที่ 3 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส, จีน และบราซิล เพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตผิวดังกล่าว

แบรนด์ความงามที่ช่วยให้ผู้หญิงตระหนักถึง “คุณค่า” ของตัวเอง

นอกจากนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ความงามและการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว อีกหนึ่งแกนสำคัญที่ลอรีอัล ปารีสหมุนขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนเคารพและเห็นคุณค่าตัวเอง จากความเชื่อในเรื่อง Free Spirit ความอิสระ ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดได้ ที่ต่อยอดสู่สโลแกน “คุณค่าที่คุณคู่ควร” (Because I’m Worth It) ที่เป็นสโลแกนที่โด่งดังทั่วโลก และใช้กันต่อเนื่องมานานกว่า 50 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

“ถ้าให้เปรียบเทียบแบรนด์เป็นบุคคล ลอรีอัล ปารีส คือ ผู้หญิง เป็น Feminine นั่นทำให้เรามุ่งมั่น Empower Women สนับสนุนผู้หญิงในด้านต่าง ๆ ซึ่งเราพูดและทำเรื่องนี้มาตลอดหลายสิบปี กระทั่งยุคนี้ผู้คนเริ่มเห็นความสำคัญของการเคารพตัวเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ทำให้ Women of  Worth ที่เราพูดและทำมาตลอดมีความหมายมากขึ้น”

มองความสำเร็จผ่านผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายอันดับ 1 ของโลก

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งมีอีเวนต์ประกาศตำแหน่งใหม่ เซรั่มอันดับหนึ่งของโลก นั่นคือ L’Oreal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Serum ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยที่มียอดขายอันดับ 1 ทั่วโลก

คุณปาริฉัตร เล่าถึงเทรนด์ตลาดความงามและที่มาของกระแสเซรั่มให้ฟังก่อนว่า

“ผลิตภัณฑ์เซรั่มเป็นที่นิยมมาพักหนึ่งแล้ว ด้วยคุณสมบัติการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้น มีเนื้อสัมผัสเบาบางกว่า ซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีกว่าและลึกกว่าจึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครีมธรรมดา ที่สำคัญช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มากขึ้น

“แต่ปัจจัยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เซรั่มเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้คือ ช่วงโควิด-19 ที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยออกจากบ้าน ผู้บริโภคจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทาบนผิวและซึมลงไปได้เร็ว โดยที่ไม่เหนียวเหนอะหนะหน้า ซึ่งตัวเซรั่มมี Texture ที่ตอบโจทย์ตรงนี้”

ลอรีอัล ปารีส มีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรั่มที่ตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยมี L’Oreal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Serum เป็นตัวที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเซรั่มที่มียอดขายอันดับ 1 ทั่วโลก

ความพิเศษของไฮยาเซรั่มตัวนี้ คือมีระดับความเข้มข้นที่ 1.5%* ซึ่งเป็นความเข้มข้นสูงสุดที่สามารถใช้ได้โดยไม่ระคายเคืองและเปล่าประโยชน์ รวมไปถึงปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี ซิลิโคน

ถัดมาคือ ขนาดของไฮยาลูรอน 2 ชนิดที่ช่วยบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างตรงจุด คือ

  1. MACRO: ไฮยาลูรอนิค แอซิด ขนาดใหญ่ มอบการบำรุงบนผิวชั้นนอกให้ชุ่มชื้น ดูเปล่งปลั่ง กักเก็บความชุ่มชื้น เผยความกระจ่างใสให้กับผิว พร้อมช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียน สม่ำเสมอ
  2. MICRO: โมเลกุลที่มีขนาดเล็กกว่า 50 เท่า สามารถซึมซาบและตรงเข้าบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ริ้วรอยดูเลือนจางลง ช่วยทำให้ผิวหน้านุ่ม และอิ่มเด้งจากภายใน ผิวดูสุขภาพดี

“L’Oreal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Serum ตัวนี้ให้ผลลัพธ์ช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัดถึง 60% ภายใน 4 สัปดาห์ ที่สามารถระบุระยะเวลาได้ เพราะเรามีการทดลองทางคลินิกแล้ว ซึ่งลอรีอัล ปารีส มีคณะกรรมการแพทย์ผิวหนังสากล (International Board of Dermatologist) รวมทั้งหมด 23 คน เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ว่าเป็นไปตามที่ระบุหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวิธีการทดสอบผลิตภัณฑ์ว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้องปลอดภัยหรือไม่”

นั่นหมายความว่า กว่าที่ผลิตภัณฑ์เซรั่มจากลอรีอัล ปารีสจะถึงมือผู้บริโภค ไม่ใช่แค่การพัฒนาในห้องแล็บวิทยาศาสตร์ การคัดสรรส่วนผสมที่ดีในสัดส่วนที่พอเหมาะ ผลิตด้วยกระบวนการที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน แต่ยังต้องผ่านด่านการทดสอบทางคลินิก และการตรวจสอบจากคณะกรรมการแพทย์ผิวหนังสากล

เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและเห็นภาพชัดขึ้นว่า ทำไม L’Oreal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Serum ถึงเป็นเซรั่มที่มียอดขายอันดับ 1 ทั่วโลก  เร็ว ๆ นี้ ลอรีอัล ปารีส มีแพลนเปิดห้องทดลอง พา Influencer คนไทยอย่าง หมอต่อ จาก Tiktok: @doctor.tor, คุณหมอเต๋า จากเพจ Eb.bahboh, และพิมฐา อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง บินลัดฟ้าไปเยี่ยมชมแล็บคิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

หมอต่อ: “โปรเจกต์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ลอรีอัล ปารีสพา Influencer ไทยไปเยี่ยมชมแล็บวิจัยที่ปารีส พาไปดูกระบวนการผลิต R&D ต่าง ๆ รวมถึงพูดคุยอัปเดตนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าลอรีอัล ปารีสเน้นการให้ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจส่วนผสม (Ingredient) ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากขึ้น”

หมอเต๋า: “ลอรีอัล ปารีส ไม่ใช่แค่ Beauty Brand พื้นฐานของแบรนด์มาจากกระบวนการวิจัยและผลิตที่ยึดตามหลักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่านการวิจัยและทดลองมาหมด รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในทีม เป็นตัวแทนผู้บริโภคคนไทยที่จะไปเยี่ยมชมแล็บของลอรีอัล ปารีส ซึ่งเราชอบเรื่อง Skin care และ Ingredient ต่าง ๆ อยู่แล้ว การได้ไปชมเบื้องหลัง คุยกับทีม R&D ของแบรนด์ระดับโลกมันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง”

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยึดมั่นในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างแบรนด์ที่มุ่งมั่น Empower ให้ผู้หญิงทุกคนเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของ ‘การรักตัวเอง’ ตามสโลแกน “คุณค่าที่คุณคู่ควร” (Because I’m Worth It) ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฐานภูเขาน้ำแข็งแบรนด์ลอรีอัล ปารีส



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน