สมโภชน์ อาหุนัย ทำความรู้จักมหาเศรษฐีอันดับ 6 ของไทย รวยจากธุรกิจสายลมและแสงแดด
ทำธุรกิจอย่างไรที่จะ “ช่วยโลก” ด้วย “ทำเงิน” ด้วย คือโจทย์ที่นักธุรกิจทุกคนต้องคิดในช่วงเวลานี้
 
สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) น่าจะเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่กำลังถูกจับตามอง เมื่อเขาพิสูจน์แล้วว่า
 
ธุรกิจกับความยั่งยืน (Sustainbility) นั้นสามารถขับเคลื่อนไปบนถนนสายเดียวกันได้
 
ในปี 2565 นี้เขาติดอันดับมหาเศรษฐีไทยอันดับที่ 6 โดยมีมูลค่าทรัพย์สิน 3.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.37 แสนล้านบาท  แน่นอนทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขามาจาก บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพียง 16 ปี
 .
ปี 2549 สมโภชน์ก่อตั้งบริษัท “บริษัท ซันเทคปาล์มออยล์ จำกัด” ขึ้นมา ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 50 ล้านบาท
 
หลังจากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด เป็นบริษัทพลังงานสะอาดที่เน้นเรื่องพลังงานทดแทน เริ่มตั้งแต่ไบโอดีเซล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม
 
EA เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI มาตั้งแต่ปี 2556 และย้ายเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560
 
แต่ในเมื่อ “แสงแดดและสายลม” เป็นเรื่องธรรมชาติที่เหนือการควบคุม วันไหนไม่มีแดด โซลาร์เซลล์ก็ไม่ผลิตกระแสไฟฟ้า วันไหนไม่มีลม กังหันลมก็ไม่ผลิตกระแสไฟฟ้า ในขณะเดียวกันการแข่งขันในเรื่องพลังงานทดแทนเริ่มมากขึ้น
 
สมโภชน์เริ่มมองไปในเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจคือ “แบตเตอรี่” และ “ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า”
 
เป็นวิธีคิดที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ และที่สำคัญยังเป็นธุรกิจที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องไปกับเทรนด์ของโลกด้วย
.
ดังนั้นจากธุรกิจพลังงานเขาเริ่มบุกธุรกิจคมนาคม ไม่ว่าจะเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” “รถบรรทุกไฟฟ้า” “รถโดยสารไฟฟ้า” และ “เรือโดยสารไฟฟ้า
.
รถเมล์ EV สาย 2-38 หรือสาย 8 เดิม เริ่มวิ่งให้บริการล็อตแรก 40 คัน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในปี 2565 ตามรายงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังระบุว่า EA มีแผนส่งมอบรถโดยสารไฟฟ้าในปีนี้ทั้งหมดประมาณ 1,200 คัน บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล
.
ส่วนเรือไฟฟ้า ที่วิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 23 ลำในวันนี้มีแผนเพิ่มขึ้นประมาณ 44 ลำในสิ้นปีนี้
.
ที่สำคัญปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ยังได้เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจร ที่มีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับ “ยานยนต์ไฟฟ้า” ทุกประเภทด้วย
.
สมโภชน์จบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นเป็นมนุษย์เงินเดือนตำแหน่งเซลส์ใน บมจ. ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) ก่อนที่จะไปศึกษาปริญญาโทต่อทางด้านการเงินจาก University of Pistburgh สหรัฐอเมริกา ผ่านการทำงานในบริษัทต่าง ๆ หลายบริษัท เช่น เป็น “นักวิเคราะห์หลักทรัพย์” ในบริษัทโบรกเกอร์ต่างชาติ, บงล. บุคคลัภย์, บล. นวธนกิจ, บล. หยวนต้า
.
หลังจากนั้นหยุดจากวงโคจรหลักทรัพย์ออกมาเป็นนักลงทุนเล่นหุ้นก่อนที่จะออกมาทำธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย เเต่มั่นใจว่าเป็นเทรนด์ของโลกที่ต้องไปทางนี้เเน่นอน
 
จุดแข็งสำคัญของความสำเร็จในชีวิตเขาน่าจะมีอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ คือ 1. ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์การลงทุนและเป็นสิ่งที่ทำให้เขากล้าลงมาทำธุรกิจทางด้านพลังงาน
 
2. กล้าที่จะลงมือทำในสิ่งใหม่ก่อนคนอื่น ๆ และทำในสิ่งที่คนอื่นยังทำไม่ได้ ไม่ว่า เรื่องพลังงานทดแทน รถไฟฟ้า เรือไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือแม้แต่เป็นเจ้าแรกที่มีการลงทุนใน “สถานีชาร์จไฟฟ้า”
 
รายได้ของ EA ปี 2561 คือ 12,490 ล้านบาท กำไร 4,975 ล้านบาท ปี 2564 คือ 20,558 ล้านบาท กำไร 6,100 ล้านบาท ส่วน 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 10,270 ล้านบาท กำไร 2,461 ล้านบาท
.
ถึงแม้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ EA มาจากธุรกิจพลังงานทดแทน 60% ธุรกิจไบโอดีเซล 35% และธุรกิจอีวี 5%
แต่จากการเติบโตใน “ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า” ทำให้ในปี 2565 นี้ EA คาดว่าสัดส่วนรายได้ของธุรกิจอีวีเพิ่มขึ้นมา 25-30% ทั้งในส่วนของ แบตเตอรี่ รถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
.

สมโภชน์ อาหุนัย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ EA หรือ11.05 % ส่วนอันดับ 1 คือ UBS AG SINGAPORE BRANCH 32.89%

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน