มากกว่า 30 ปีที่ จระเข้ มุ่งมั่นผลิตและจัดจำหน่ายสินค้านวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ครบวงจรตั้งแต่ฐานรากจนถึงหลังคาให้กับผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมก่อสร้างความสุขเพื่อคุณ และครอบครัว

ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เปิดบ้านโชว์วิสัยทัศน์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจ ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเคมีก่อสร้าง เพื่อคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม

ผู้ริเริ่มนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจช่าง
และเจ้าของบ้านมาเป็นเวลานาน

“จระเข้” เป็นบริษัทกลุ่มคนไทย 100% ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ด้วยปณิธาน “ก่อสร้างความสุขเพื่อคุณและครอบครัว” จึงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป โดยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับสินค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มกาวซีเมนต์ และกาวยาแนว จนสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด

ปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์ “จระเข้” ที่มียอดขายสูงสุดกว่า 80% ของยอดขายทั้งหมด ได้แก่ กลุ่มกาวซีเมนต์ เขียว แดง เงิน ทอง โดยเฉพาะกาวเขียวที่มียอดขายอันดับ 1 ในตลาดต่อเนื่อง กลุ่มกาวยาแนวพรีเมียม พลัส ป้องกันราดำ ที่มียอดขายอันดับ 1 ในตลาด ซึ่ง จระเข้เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมนี้รายแรกในตลาดกาวยาแนว และกลุ่มผลิตภัณฑ์กันซึม รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมซีเมนต์กันซึมส่วนผสมเดียวรายแรกที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มช่างและเจ้าของบ้านมาเป็นเวลานาน และปัจจุบันช่องทางในการจัดจำหน่าย แบ่งเป็นออฟไลน์ 95% ส่วนออนไลน์อยู่ที่ 5% และมีจำนวนผู้แทนจำหน่ายรวมกว่า 3,000 รายทั่วประเทศซึ่งจะขยายเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ “จระเข้” ได้กล่าวถึง เป้าหมายยอดขายในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้านวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งแบบครบวงจร งานโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการก่อสร้างระบบคมนาคมเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการต่อยอดนวัตกรรมใหม่มุ่งตอบโจทย์สุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย เช่น ลดความเสี่ยงเชื้อโรค ลดสารประกอบอินทรีย์วัตถุระเหยง่าย (VOCs) เป็นต้น

เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมเคมีก่อสร้าง
ตอกย้ำผู้นำด้วยความเข้าใจทุกความต้องการของลูกค้า

กรรมการผู้จัดการใหญ่ “จระเข้” ได้กล่าวถึงก้าวต่อไปของจระเข้และทิศทางการดำเนินธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้าของแบรนด์ว่า ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็น “ผู้นำในตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนวปูกระเบื้อง” และไม่หยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมเคมีก่อสร้างที่ช่วยแก้ปัญหา และตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ให้ลูกค้า

ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมซ่อมแซม และตกแต่งแบบครบวงจร เพื่อบ้าน อาคาร ไปจนถึงงานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) SEE JORAKAY สีธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากสีทั่วไป ช่วยดูดซับ CO2 ได้เท่ากับต้นไม้ใหญ่ ตอบเทรนด์สุขภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลือบและปกป้องพื้นผิว (Coating) และ JORAKAY GREEN PRODUCTS ตอบโจทย์อาคารเขียว

โดย แผนการลงทุนใน 3-5 ปี จะมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งในด้านการขยายสินค้ากลุ่มเคมีก่อสร้างให้ครอบคลุมมากขึ้น ภายใต้การวางแผนทรัพยากรองค์กร Enterprise Resource Planning” หรือ “ERP” ที่พัฒนาระบบการจัดการตั้งแต่การผลิต จัดส่ง และเชื่อมต่อการชำระเงิน รองรับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสอดคล้องกับธุรกิจยุคใหม่

ผนวกกับ Customer Data และ Digital Transformation เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น ในรูปแบบ B2B2C รวมไปถึงการเสริมอาวุธใหม่ในกลุ่ม Non Products เช่น “บริการติดตั้ง” โดยช่างฝีมือที่ได้รับการรับรองจากศูนย์ฝึกอบรม “จระเข้ อะคาเดมี่” (JORAKAY ACADEMY TRAINING CENTER) ซึ่งเป็นการต่อยอดบริการให้คำปรึกษาและบริการเกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ ยังไม่หยุดเดินหน้าสู่โอกาสใหม่ ๆ ด้วยการ “ขยายตลาดในต่างประเทศ” ที่จะมุ่งไปในกลุ่มประเทศ CLMV โดยโฟกัสไปที่ “เวียดนาม” ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสการเติบโตสูง

นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืน

คุณศุภพงษ์วิเคราะห์ถึงเทรนด์ของธุรกิจวัสดุก่อสร้างในอนาคตว่า ยังคงมีอัตราการเติบโตสูงหลังการระบาดของโรค COVID-19 และที่สำคัญคือ “เทรนด์การก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการดำเนินธุรกิจในทศวรรษที่ 4 ของ “จระเข้” นั้นยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าก่อสร้างเพื่อคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืน บนพื้นฐานการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเลือกใช้วัตถุดิบและกระบวนการรักษ์โลก ตลอดทั้ง Value Chain โดยทุกกลุ่มสินค้าของจระเข้เป็นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานระดับประเทศและระดับสากล

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนด 5 กลยุทธ์สำคัญด้านความยั่งยืนครอบคลุมทุกห่วงโซ่ ได้แก่ 1. ลดการปล่อย CO2 ในกระบวนการต่าง ๆ 2. ลดปริมาณขยะและของเสียเน้นใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. ลดองค์ประกอบหรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดสารพิษ 4. เพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5. สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ด้านการศึกษา สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม

กรรมการผู้จัดการใหญ่ “จระเข้” ทิ้งท้ายว่า “ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ 30 ปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นของจระเข้เราอยู่ในวงการวัสดุก่อสร้าง ด้วยความตั้งใจที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แบรนด์จระเข้เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า เราทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นจากกลุ่มนวัตกรรมการปูกระเบื้องที่เราเป็นผู้นำมาอย่างยาวนานทั้งภายใต้แบรนด์จระเข้และแบรนด์น้องอย่างชาละวัน ซึ่งความแข็งแรงของแบรนด์หลักมีพลังต่อยอดไปถึงแบรนด์ SEE JORAKAY และอื่น ๆ ต่อไปได้ในอนาคต ภายใต้นโยบายและวิสัยทัศน์เดียวกันในการคิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมสินค้าก่อสร้างและบริการมาตรฐานสากล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และร่วมสร้างความสุขที่ยั่งยืนของสังคม ซึ่งรวมถึงการจับมือพันธมิตร เช่น การสนับสนุนกีฬาแบดมินตันสานฝันเยาวชน JORAKAY JUNIOR BADMINTON ที่เราให้การสนับสนุนมายาวนาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพและเปิดโอกาสให้เยาวชนก้าวสู่เวทีการแข่งขันมืออาชีพต่อไป เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”

สามารถติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของจระเข้ได้ที่
เว็บไซต์: www.jorakay.co.th
เฟซบุ๊ก: jorakay
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0 2720 1112



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน