อุตสาหกรรมบันเทิงและเทคโนโลยี คือสองอย่างหลัก ๆ พาให้เกาหลีใต้ปักธงบนเวทีโลกได้ในปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นเมนูอาหารดังสุดของเกาหลีใต้ก็ต้องเป็นกิมจิ

ความดังของสองอย่างแรกยิ่งทำให้ทั้งกิมจิ รวมถึงอาหารเกาหลีใต้เมนูอื่น ๆ ทั้งสาหร่ายแผ่นและบะหมี่ที่เรียกว่ารามยอน ดังขึ้นไปอีก จนทำให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น และแปรกลับมาเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่เข้าประเทศ แต่ปัจจัยลบที่รุมเร้ากำลังทำให้ผักดองรสเผ็ดของเกาหลีใต้เจอกับปัญหาและรัฐบาลต้องเข้ามากู้สถานการณ์

ปีนี้เกาหลีใต้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผักกาดได้น้อย จากผลกระทบของภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาถึงการทำกิมจิ เพราะผักกาดเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำเมนูนี้

อัน อิ๊ก-จิน CEO ของหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตกิมจิเกาหลีใต้เผยว่า ตามปกติแล้วทำกิมจิได้วันละ 15 ตัน แต่ผลสืบเนื่องจากปริมาณเพาะปลูกผักกาดที่น้อยลง จึงทำกิมจิได้ลดลงมาเหลือวันละ 10 ตัน

ปริมาณผลิตที่ลดลงนี้ส่งผลให้ราคากิมจิในเกาหลีใต้ที่ขายอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตแพงขึ้น 20% จนชาวเกาหลีใต้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเงินเฟ้ออยู่แล้ว จำเป็นต้องหันไปซื้อกิมจินำเข้าจากจีนที่ราคาถูกกว่ามากแทน

สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทผู้ผลิตกิมจิมากมายพากันล้มระเนระนาด โดยเมื่อปี 2021 มีเกือบ 500 จากทั้งหมด 1,000 บริษัท ต้องปิดกิจการหรือหันไปทำธุรกิจอื่นแทน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมาตรการกู้สถานการณ์ โดยสั่งให้สร้างคลังผักกาดขนาดใหญ่ 2 แห่งบนพื้นที่ 9,000 ตารางเมตร เพื่อให้บริษัทกิมจิมาซื้อไปทำกิมจิด้วยราคากลางที่ไม่แพงมาก และถือเป็นการปกป้องเมนูอาหารสำคัญของประเทศ

คลังผักกาดนี้สร้างขึ้นในจังหวัด โกซาน และนัม ภายใต้งบ 40 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,500 ล้านบาท) ซึ่งเมื่อนำมารวมกันจะมีพื้นที่เทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนาม

รัฐบาลเกาหลีใต้วางแผนสร้างคลังผักกาดลักษณะนี้เพิ่มอีก เพราะหากกิมจิราคาแพง ไม่ได้กระทบต่อเรื่องอาหารการกินเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ความเอื้ออาทรต่อเพื่อนบ้านผ่านการแบ่งปันกิมจิให้กัน ที่เรียกว่า กิมจัง ลดลงหรือหายไป

ดังนั้นโครงการนี้จึงยังถือเป็นการลดปัญหาสังคม และรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนเอาไว้ได้อีกทางหนึ่งด้วย/reuters, cna, koreatimes



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน